ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ไบเทค บางนา พลิกจากศูนย์นิทรรศการสู่ฮับไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ

ไบเทค บางนา พลิกจากศูนย์นิทรรศการสู่ฮับไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากศูนย์นิทรรศการสู่คอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ ทำไมการเปลี่ยนเกมครั้งนี้สำคัญ

การเปลี่ยนผ่านของไบเทค บางนา จากศูนย์นิทรรศการที่เน้นงานธุรกิจสู่คอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ครบวงจร หมายถึงการขยายบทบาทจากพื้นที่จัดงานชั่วคราวไปสู่การเป็นปลายทางใช้ชีวิตประจำวัน ที่รวมงานแสดงสินค้า การประชุม การท่องเที่ยว ความบันเทิง พื้นที่สีเขียว และกิจกรรมสำหรับคนทุกวัยไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อให้ผู้คนกลับมาใช้บริการซ้ำได้ตลอดทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะวันที่มีอีเวนท์

หัวใจของการพลิกโฉมคือการยอมรับความจริงว่า โมเดลศูนย์นิทรรศการแบบเก่าอยู่ไม่ได้อีกต่อไป เมื่อธุรกิจ MICE กำลังขยับจากงานแบบ B2B มุ่งคนทำธุรกิจ ไปสู่ B2C ที่เปิดกว้างให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้ามาใช้พื้นที่มากขึ้น ผู้ให้บริการพื้นที่จัดงานที่ยังคิดแบบ Single-use space มีโอกาสถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การตัดสินใจสร้าง “ไบเทคบุรี” ซึ่งเป็น Mix-use space จึงไม่ใช่แค่การขยายพื้นที่จัดงาน แต่คือการประกาศบทบาทใหม่ว่า พื้นที่จัดงานยุคนี้ต้องเป็นทั้งศูนย์นิทรรศการและศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ประเทศไทยในย่านเดียวกันไปพร้อมกัน

ไบเทค บางนา พลิกจากศูนย์นิทรรศการสู่ฮับไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ

ไบเทคบุรี: เมื่อพื้นที่จัดงานกลายเป็นเมืองในเมืองและคอนเทนต์เพลย์กราวด์

การยกระดับเป็น “ไบเทคบุรี” คือการขยายจากศูนย์นิทรรศการบนพื้นที่เดี่ยวสู่คอมมูนิตี้สเปซกว่า 169 ไร่ ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตหลากหลายบทบาทในแต่ละวัน แนวคิด Human-centric ชัดเจนมาก เพราะพื้นที่จัดงานเดิมกว่า 400,000 ตารางเมตรถูกตีความใหม่ให้รองรับทั้งอีเวนท์ระดับนานาชาติและกิจกรรมประจำวันของคนในพื้นที่ ตั้งแต่ BITEC EVENT สำหรับงานแสดงระดับเวิลด์คลาส ไปจนถึง BITEC CONNECT สำหรับการประชุมที่รองรับตั้งแต่ 50 ถึง 3,500 คน

สิ่งที่น่าสนใจคือการแบ่งกลุ่มเป้าหมายใหม่ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ People and Business, Active Lifestyle, Family และ Group of Friends สะท้อนชัดว่าผู้พัฒนาไม่ได้คิดถึงแค่ผู้จัดงาน แต่คิดถึงผู้ใช้งานจริงในทุกมิติของชีวิต พื้นที่อย่าง BEAT Active ที่ชูแนวคิด From Play to Pro พร้อม 55 กิจกรรมด้านกีฬา และ SAMA Garden ที่เป็นพื้นที่สีเขียวกึ่งเอาต์ดอร์ มีทั้งสวน ร้านอาหาร และโซนเรียนรู้เรื่องการอยู่กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน กำลังบอกเราตรงๆ ว่า ศูนย์นิทรรศการที่อยู่รอดได้ในอนาคตต้องผลิตประสบการณ์และคอนเทนต์ของตัวเอง ไม่ใช่รออีเวนท์จากคนอื่นเท่านั้น

ไบเทค บางนา พลิกจากศูนย์นิทรรศการสู่ฮับไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ

จากมอเตอร์โชว์ถึงคนรุ่นใหม่ ทำไมผู้จัดอีเวนท์ถึงเลือกไบเทค บางนา

เมื่อพื้นที่จัดงานถูกออกแบบให้รองรับทั้งธุรกิจและไลฟ์สไตล์ ผลลัพธ์ที่เห็นชัดคือประเภทของอีเวนท์ที่หลากหลายขึ้น BIG MOTOR SALE คือหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด เตรียม “ยกโชว์รูมมาไว้ที่นี่” เป็นปีที่ 14 ระหว่างวันที่ 20 – 29 สิงหาคม 2570 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา การที่งานขายรถขนาดใหญ่เลือกใช้พื้นที่นี้ต่อเนื่อง แปลว่าศักยภาพของสถานที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โถงจัดแสดง แต่รวมถึงการเดินทาง ระบบบริการ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้เวลานานๆ ของผู้ชมงาน

มิติที่มักถูกมองข้ามคือผลต่อคนรุ่นใหม่ งาน BIG MOTOR SALE เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ทำงานพาร์ตไทม์ตลอดช่วงงาน เพื่อเรียนรู้การทำงานในอุตสาหกรรมอีเวนท์และยานยนต์จริงๆ นี่คือตัวอย่างว่า เมื่อพื้นที่จัดงานกลายเป็นฮับไลฟ์สไตล์ มันจะไม่ใช่แค่ที่ขายของหรือโชว์แบรนด์ แต่เป็นเวทีฝึกงานขนาดใหญ่ ห้องเรียนกลางเมือง และจุดเริ่มอาชีพของคนรุ่นใหม่ ที่เชื่อมภาคธุรกิจกับการพัฒนาทักษะอย่างเป็นรูปธรรม

ไบเทค บางนา พลิกจากศูนย์นิทรรศการสู่ฮับไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ

พลวัตใหม่ของย่านบางนาและบทเรียนต่อธุรกิจพื้นที่จัดงาน

สิ่งที่ทำให้ไบเทค บางนาน่าสนใจในเชิงยุทธศาสตร์ไม่ใช่แค่การมีพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้น แต่คือการวางตัวเองเป็นแลนด์มาร์กที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองและคุณภาพชีวิตคนย่านบางนา การลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและโซลาร์คาร์พอร์ตขนาด 4 เมกะวัตต์ ครอบคลุมพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร และคาดว่าจะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 20 ล้านบาทต่อปี แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาไม่ได้มองเพียงรายได้ค่าเช่า แต่คิดถึงความยั่งยืนของระบบทั้งหมดด้วย

คำกล่าวที่ควรจดคือ “เราไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยบริการพื้นที่จัดแสดงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องปรับตัว ขยาย และต่อยอดให้ธุรกิจยืดหยุ่นไปกับทุกสถานการณ์และความต้องการของตลาด” นี่คือบทเรียนตรงสำหรับผู้พัฒนาพื้นที่จัดงานอื่นๆ ว่าการรอผู้จัดอีเวนท์ให้มาเช่าพื้นที่อย่างเดียวคือความเสี่ยง การกลายเป็นคอมมูนิตี้สเปซที่คนรอบรัศมีเดินทาง 45 นาทีอยากมาใช้ชีวิตเอง คือเกราะป้องกันวิกฤตในระยะยาว และยังยกระดับย่านให้เติบโตร่วมกับธุรกิจได้พร้อมกัน

ไบเทค บางนา พลิกจากศูนย์นิทรรศการสู่ฮับไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ

ข้อคิดส่งท้าย: ศูนย์นิทรรศการยุคใหม่ต้องขายประสบการณ์มากกว่าตารางเมตร

เมื่อมองภาพรวมของไบเทคบุรี จะเห็นชัดว่าการเปลี่ยนจาก Single-use space ไปเป็น Mix-use space ไม่ได้เป็นแค่คำสวยหรู แต่มันแปลว่า พื้นที่จัดงานต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการขายตารางเมตร ไปสู่การขายประสบการณ์ครบวงจรตั้งแต่การทำงาน พักผ่อน ครอบครัว เพื่อน ไปจนถึงการเรียนรู้และดูแลสุขภาพ พื้นที่อย่าง BITEC Live ที่เตรียมรองรับอีเวนท์ทุกประเภทด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ก็คือการยืนยันว่าคอนเทนต์และความคิดสร้างสรรค์จะเป็นตัวดึงคน ไม่ใช่แค่ขนาดฮอลล์

สำหรับผู้อ่านทั่วไป บทสรุปง่ายๆ คือ ไบเทค บางนาจะไม่ใช่ที่ที่คุณไปเฉพาะเมื่อต้องออกบูธ ดูคอนเสิร์ต หรือเดินงานแสดงรถอีกต่อไป แต่กำลังถูกออกแบบให้เป็นหนึ่งในปลายทางใช้ชีวิตประจำวันของคนเมือง ตั้งแต่การวิ่งออกกำลังกายบนสวนลอยฟ้า พาลูกมาเล่นที่ Sports Entertainment Park นัดเพื่อนในคาเฟ่กลางสวน ไปจนถึงร่วมกิจกรรมชุมชนต่างๆ เมื่อศูนย์นิทรรศการเริ่มคิดแบบนี้ เมืองทั้งเมืองก็จะได้ฮับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่เชื่อมธุรกิจกับชีวิตประจำวันเข้าหากันอย่างแนบเนียน

ไบเทค บางนา พลิกจากศูนย์นิทรรศการสู่ฮับไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!