ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

สมาร์ททีวีและอุปกรณ์อัจฉริยะกำลังสอดแนมคุณ แบบที่คุณไม่เคยกดอนุญาต

สมาร์ททีวีและอุปกรณ์อัจฉริยะกำลังสอดแนมคุณ แบบที่คุณไม่เคยกดอนุญาต
ความสนใจ|ระบบบ้านอัจฉริยะ

สมาร์ททีวี เก็บข้อมูลอย่างไร และทำไมจึงเป็นภัยความเป็นส่วนตัว

สมาร์ททีวี เก็บข้อมูล คือทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและระบบคลาวด์เพื่อดักจับภาพ เสียง และพฤติกรรมการรับชมของผู้ใช้ ทั้งจากแอปสตรีมมิงและอุปกรณ์ที่ต่อเข้าพอร์ตต่าง ๆ แล้วแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลส่งกลับไปยังผู้ผลิตหรือพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเพื่อวิเคราะห์และใช้ยิงโฆษณา วัดเรตติ้ง และสร้างโปรไฟล์เชิงลึกของเจ้าของบ้านโดยที่หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองถูกติดตามอยู่ตลอดเวลา

หัวใจของการสอดแนมในสมาร์ททีวีคือระบบ Automatic Content Recognition หรือ ACR ซึ่งฝังอยู่ในทีวีอัจฉริยะแทบทุกรุ่นในตลาดปัจจุบัน ระบบนี้ทำงานเหมือนลายนิ้วมือดิจิทัล ดักภาพหรือเสียงสั้น ๆ ของสิ่งที่ฉายอยู่บนจอแล้วส่งไปเทียบฐานข้อมูลกลางเพื่อรู้ว่าคุณกำลังดูอะไรอยู่ จากนั้นข้อมูลถูกนำไปผูกกับบัญชีผู้ใช้และอีเมลที่คุณล็อกอินเพื่อสร้างโปรไฟล์พฤติกรรมในระยะยาว ผลคือผู้ผลิตบางรายไม่จำเป็นต้องทำกำไรจากการขายเครื่อง แต่ไปทำกำไรจากการขายข้อมูลพฤติกรรมแทน ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่แลกความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้กับราคาจอที่ดูเหมือนคุ้มค่าเกินจริง

อุปกรณ์อัจฉริยะอื่นก็เก็บข้อมูลไม่แพ้กัน แม้คุณจะไม่เคยเห็นบนจอ

คนจำนวนมากคิดว่าแค่สมาร์ททีวีเท่านั้นที่สอดแนมเรา แต่ความจริงคืออุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ อย่างสมาร์ตวอทช์ รถที่เชื่อมต่อเน็ต และระบบสมาร์ตโฮมก็เก็บข้อมูลละเอียดไม่แพ้กัน แถมมักเชื่อมต่อกับคลาวด์ผู้ผลิตตลอดเวลาโดยที่ผู้ใช้เข้าใจผิดว่าข้อมูลอยู่แค่ในตัวเครื่อง เมื่อข้อมูลจากหลายอุปกรณ์ถูกนำมารวมกัน จึงเกิดโปรไฟล์ผู้ใช้ที่แม่นยำกว่าที่เจ้าของอุปกรณ์ส่วนใหญ่จะจินตนาการออก ซึ่งเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวแบบเนียน ๆ ภายใต้คำว่าอำนวยความสะดวก

สมาร์ตวอทช์ยุคใหม่ไม่ได้เก็บแค่จำนวนก้าวหรืออัตราการเต้นของหัวใจ แต่ยังบันทึกแพตเทิร์นการเคลื่อนไหวทั้งวัน ข้อมูลการนอน ตำแหน่งที่ไป และในบางรุ่นยังเก็บเสียงพูดผ่านผู้ช่วยด้วยเสียง รถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบางรุ่นบันทึกการเบรก การเร่ง การใช้ระบบช่วยขับ แล้วส่งให้บริษัทวิเคราะห์เพื่อสร้างโปรไฟล์ความเสี่ยงให้บริษัทประกัน ระบบสมาร์ตโฮมก็รู้ว่าเจ้าของบ้านอยู่หรือไม่อยู่บ้านเวลาใด ใช้ไฟ อุปกรณ์ และประตูล็อกช่วงไหนบ้าง เมื่อมีช่องโหว่ แม้แค่อิเล็กทรอนิกส์ล็อกประตูที่ถูกเจาะได้ ก็กลายเป็นภัยต่อทั้งตัวบ้านและทรัพย์สินได้ทันที

เมื่อทีวีกลายเป็นไมโครโฟนและกล้องในบ้านคุณ โดยที่คุณไม่รู้ตัว

เรื่องสมาร์ททีวี เก็บข้อมูลไม่ใช่แค่เรื่องโฆษณาเป้าหมาย แต่เริ่มเข้าเขตการสอดแนมเต็มรูปแบบ เมื่อมีการค้นพบว่าบางรุ่นสามารถบันทึกเสียงและภาพจากในห้องแม้ทีวีจะดูเหมือนปิดอยู่ และส่งข้อมูลเครือข่ายภายในบ้านกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิต ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์สามารถใช้ช่องโหว่ควบคุมทีวีจากระยะไกลและเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ทีวีในห้องนั่งเล่นกลายเป็นอุปกรณ์แอบฟังหรือสอดแนมได้จริงในทางเทคนิค

เมื่อผู้ใช้เปิดฟีเจอร์สั่งงานด้วยเสียง ทีวีจะบันทึกเสียงต่ออีกช่วงหนึ่งหลังจากคำสั่งสุดท้าย และสามารถรับคำปลุกเรียกจากระยะไกลกว่าที่ผู้ใช้คาดไว้ เพราะมีการตั้งค่าความไวไมโครโฟนสูงเพื่อให้สั่งงานสะดวก สิ่งที่น่ากังวลคือ พฤติกรรมการพูดคุยของคนในบ้านอาจถูกบันทึกและส่งออกไปโดยผู้ใช้ไม่ทันสังเกต ที่ร้ายยิ่งกว่าคือเมื่อมีการรูตเครื่องและเสียบเว็บแคมเข้ากับทีวี กล้องนั้นสามารถถูกเปิดเพื่อแอบบันทึกวิดีโอได้ หากผู้ไม่หวังดีเจาะเครือข่ายบ้านเข้ามาก่อน นี่ไม่ใช่ความกลัวเกินเหตุ แต่เป็นสัญญาณชัดว่าความสะดวกแบบอัจฉริยะแลกมาด้วยความเสี่ยงที่จับต้องได้ทั้งต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางกายภาพ

กฎใหม่และสิทธิของผู้ใช้ เปิดทางให้คุณกู้คืนความเป็นส่วนตัว

ข่าวดีท่ามกลางความน่ากังวลคือมีการออกกฎใหม่บังคับให้ผู้ผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะเปิดให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลที่อุปกรณ์เก็บได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายนเป็นต้นไป กฎเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลจากสมาร์ตวอทช์ รถเชื่อมต่อเน็ต และอุปกรณ์สมาร์ตโฮมได้โดยตรง และมีอำนาจควบคุมการใช้ข้อมูลของตัวเองมากขึ้น การบังคับให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นข้อกำหนดทางเทคนิค ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถซ่อนข้อมูลไว้หลังพอร์ทัลที่ใช้งานยากเหมือนที่ผ่านมาได้

ประโยชน์ของการเข้าถึงข้อมูลไม่ใช่แค่เรื่องความโปร่งใส แต่ยังเปิดทางให้ผู้ใช้เลือกว่าจะให้ใครใช้ข้อมูล เพื่อจุดประสงค์อะไร เช่นเจ้าของรถสามารถส่งข้อมูลการใช้งานไปยังอู่ที่ไม่ใช่ศูนย์แบรนด์ เพื่อให้วิเคราะห์และซ่อมโดยไม่ผูกติดกับผู้ผลิตรายเดียว ผู้ใช้เวียร์เอเบิลสามารถส่งออกข้อมูลสุขภาพและการเคลื่อนไหวไปใช้กับแอปวิเคราะห์อื่นหรือแพทย์ที่ไว้ใจได้แทนที่จะปล่อยให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ผูกขาดข้อมูล แต่ทั้งหมดนี้จะไม่มีความหมายเลย ถ้าผู้ใช้ปล่อยให้การตั้งค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์เปิดช่องให้ติดตามแบบเต็มที่ การอ้างว่ามีสิทธิบนกระดาษไม่ช่วยอะไรถ้าเราไม่ลงมือใช้สิทธิด้วยการเข้าไปตั้งค่าป้องกันข้อมูลด้วยตัวเอง

5 การตั้งค่าที่ควรรีบทำทันทีเพื่อปิดการติดตามและป้องกันข้อมูล

หากคุณอยากปิดการติดตามในสมาร์ททีวีและอุปกรณ์อัจฉริยะ การเปิดโหมดควบคุมผู้ปกครองหรือบล็อกบัญชีลูกไม่เพียงพอ คุณต้องลงมือตั้งค่าเองแบบละเอียด ความจริงคือหน้าจอตั้งค่าครั้งแรกมักออกแบบมาให้คุณกดยอมรับทุกอย่างอย่างรวดเร็ว และซ่อนตัวเลือกความเป็นส่วนตัวไว้ลึก ๆ เพราะถ้าผู้ใช้ไม่อ่าน ก็เท่ากับยอมให้สอดแนมโดยสมัครใจ ในมุมความปลอดภัย นี่คือจุดอ่อนใหญ่ที่สุดที่ผู้ผลิตพึ่งพา คือความรีบและความเคยชินของผู้ใช้ในการกดตกลงโดยไม่อ่าน

  1. ใช้เฉพาะอีเมลสำรองสำหรับล็อกอินสมาร์ททีวีและแอปสตรีมมิง เพื่อแยกจากอีเมลหลักและลดการเชื่อมโยงตัวตนเมื่อมีการเก็บและขายข้อมูล
  2. ตอนตั้งค่าเครื่องครั้งแรก อ่านข้อตกลงทุกหน้าอย่างตั้งใจ และยอมรับเฉพาะข้อที่จำเป็นต่อการใช้งาน ปฏิเสธฟีเจอร์ ACR ซึ่งบางแบรนด์เปลี่ยนชื่อเป็น Enhanced Viewing หรือ Smart TV Experience หรือ Samba Interactive TV เพื่อให้ดูไม่น่ากลัว
  3. เข้าไปตรวจสอบในเมนูความเป็นส่วนตัวและการโฆษณา ปิดการเก็บข้อมูลการรับชม ปิดการปรับโฆษณาตามความสนใจ และปิดไมโครโฟนระยะไกลหากไม่ได้ใช้คำสั่งเสียงเป็นประจำ
  4. จัดเวลาตรวจทุกสิทธิการเข้าถึงที่แอปบนทีวีหรือสมาร์ตโฟนขอ เช่นสิทธิที่ขอตำแหน่งหรือสมุดรายชื่อ หากไม่จำเป็นต่อการทำงานหลักให้ปิด และไม่กดยืนยันสิทธิใหม่แบบไม่อ่าน
  5. อัปเดตเฟิร์มแวร์อุปกรณ์อัจฉริยะเป็นประจำ ใช้รหัสผ่านที่เดายากและไม่ซ้ำกับบริการอื่น และเปิดการยืนยันสองขั้นตอนเมื่อมีให้ใช้ เพื่อลดโอกาสที่ช่องโหว่ถูกนำไปใช้ควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!