ตลาดลักชัวรีท่ามกลางเศรษฐกิจตก แต่คนมีกำลังซื้อยังเดินหน้าใช้จ่าย
ตลาดลักชัวรีคือกลุ่มสินค้าและบริการระดับพรีเมียมที่เน้นงานออกแบบ คุณภาพ วัสดุ และประสบการณ์การซื้อที่เหนือกว่าสินค้าทั่วไป ผู้บริโภคกลุ่มนี้มักยอมจ่ายสูงกว่าเพื่อภาพลักษณ์ ความแตกต่าง และการสะท้อนตัวตน ทั้งผ่านแว่นตาพรีเมียม รองเท้าหนังหรู เสื้อผ้า และไลฟ์สไตล์โซลูชันต่าง ๆ ทำให้แบรนด์ต้องลงทุนทั้งด้านดีไซน์ ร้านแฟลกชิป และกลยุทธ์แบรนด์แอมบาสเดอร์เพื่อรักษาเสน่ห์และความปรารถนาในสายตาผู้ซื้อรายได้สูง สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังท้าทายและผู้บริโภคส่วนใหญ่ระมัดระวังการใช้จ่าย ยอดขายบริษัทผู้นำเข้าแว่นตาพรีเมียมรายใหญ่กลับลดลงสอดคล้องตลาดโดยรวมราว 25% ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี แต่แบรนด์เรือธงอย่าง ic!berlin ยังคงได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเพราะฐานลูกค้าหลักเป็นคนที่มีแว่นตาใช้อยู่แล้วและซื้อเพิ่มเพื่ออัปเดตคอลเลกชันใหม่ ภาพนี้สะท้อนว่าเงินในตลาดลักชัวรีไม่ได้หายไป เพียงแค่ไหลไปหาแบรนด์ที่สร้างคุณค่าชัดและมีเรื่องเล่าแข็งแรงมากกว่า

ic!berlin เร่งเครื่องแว่นตาพรีเมียมด้วยแบรนด์เรือธงและหน้าร้านใจกลางเมือง
ic!berlin กลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของแว่นตาพรีเมียมที่ใช้กลยุทธ์แบรนด์เรือธงและการขยายหน้าร้านผลักดันยอดขายท่ามกลางตลาดซบเซา บริษัทผู้นำเข้าระบุว่า ic!berlin ครองสัดส่วนยอดขายถึง 33% จากแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด 20 แบรนด์ และยอดขายในไทยสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมา ทำรายได้ราว 100 ล้านบาทจากยอดรวมราว 300 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้บอกตรง ๆ ว่าฐานลูกค้ากระเป๋าหนักยังพร้อมทุ่มกับแว่นตาที่ให้ทั้งฟังก์ชันและภาพลักษณ์ จุดยืนของ ic!berlin คือการเป็นแว่นตาฟังก์ชันนอลดีไซน์เอกลักษณ์ กรอบสเตนเลสสตีลน้ำหนักเบาและไร้น็อต ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มองแว่นเป็นทั้งอุปกรณ์ทางสายตาและไอเท็มแฟชั่น การที่แบรนด์เข้าร่วมเครือผู้ผลิตแว่นตาชั้นนำจากอิตาลีตั้งแต่ปี 2024 ยิ่งตอกย้ำสถานะในตลาดโกลบอล และเป็นแรงผลักให้บริษัทในไทยเดินหน้าปรับจุดขายให้สอดคล้องคอนเซปต์ระดับโลก ปัจจุบัน ic!berlin มีหน้าร้านของตัวเอง 3 แห่งในศูนย์การค้าใหญ่ และวางแผนเปิดเพิ่มอีก 2 ร้านในปี 2026 โดยยังเลือกทำเลศูนย์การค้าย่านกลางเมืองเป็นหลัก สัญญาณชัดว่าเกมของลักชัวรีคือประสบการณ์หน้าร้าน ไม่ใช่แค่ชั้นวางสินค้า

แบรนด์แอมบาสเดอร์และอีเวนต์หรู เครื่องมือสร้างแรงดึงดูดในตลาดแว่นตา
ในสงครามแว่นตาพรีเมียม การมีสินค้าเก่งอย่างเดียวไม่พอ ic!berlin เลือกใช้กลยุทธ์แบรนด์แอมบาสเดอร์ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยประกาศต่อสัญญานักแสดงชื่อดัง หมาก ปริญ สุภารัตน์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ปีที่ 4 เพื่อตอกย้ำการเจาะกลุ่มลูกค้าผู้ชาย ซึ่งเป็นฐานหลักของตลาดแว่นตาฟังก์ชันนอลพรีเมียมคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% การยึดคนดังที่มีภาพลักษณ์ชัดเจนมาผูกกับดีไซน์ของแบรนด์ ทำให้แว่นไม่ใช่แค่สินค้า แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและไลฟ์สไตล์ที่ผู้ชายรุ่นใหม่อยากเลียนแบบ นอกจากคนดัง ic!berlin ยังเดินเกมอีเวนต์และความร่วมมือกับแบรนด์รถหรู จัดงานบนพื้นที่รูฟท็อประดับเออร์บันรีสอร์ต รวมดารา เซเลบริตี้ อินฟลูเอนเซอร์ และแฟชั่นนิสต้าภายใต้ธีมเด่น พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ที่ร่วมมือกับ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG รวมถึงคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวล่าสุด กลยุทธ์นี้ทำหน้าที่มากกว่าการโปรโมตสินค้า เพราะสร้างภาพชัดว่าการซื้อแว่นตาแบรนด์นี้คือการเข้าไปอยู่ในโลกของลักชัวรีและเครือข่ายคนแต่งตัวจัด ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญสำหรับลูกค้ารายได้สูงที่มองหาประสบการณ์มากกว่าของใช้
Berwick 1707 ร้านแฟลกชิปรองเท้าหนังหรูที่ผลักดันแนวคิด Accessible Luxury
ฝั่งรองเท้าหนังหรู Berwick 1707 จากสเปนเลือกเปิด Official Store แห่งแรกในไทยที่ศูนย์การค้าระดับลักชัวรีใจกลางเมือง นับเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่แบรนด์เข้าไปทำตลาดภายใต้การบริหารของ TP REFINEMENT ร้านแรกมีพื้นที่ราว 70 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท และถูกออกแบบให้ทันสมัยขึ้นเพื่อขยับภาพลักษณ์จากรองเท้าหนังสไตล์คลาสสิกไปสู่แนว Fashion & Lifestyle ที่คนยุคใหม่เข้าถึงง่าย จุดแข็งของ Berwick 1707 คือแนวคิด Accessible Luxury พยายามนำงานผลิตและวัสดุระดับพรีเมียมมานำเสนอในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมออกแบบรองเท้าให้ครอบคลุมตั้งแต่สไตล์ Formal Smart Casual ไปจนถึง Everyday Lifestyle ร้านแฟลกชิปจึงไม่ได้เป็นแค่ที่ขายของ แต่เป็นศูนย์ประสบการณ์ ตั้งแต่บริการ Professional Fitting การแนะนำขนาดและทรงรองเท้าอย่างละเอียด บริการดูแลรักษา ไปจนถึง Berwick Repair Center ศูนย์ซ่อมบำรุงรองเท้าอย่างเป็นทางการ และระบบสมาชิก Berwick Thailand Membership สำหรับสะสมคะแนน สินค้าพิเศษ และกิจกรรมเฉพาะสมาชิก ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าลูกค้ารองเท้าหนังหรูวันนี้ต้องการทั้งคุณภาพและการดูแลระยะยาว ไม่ใช่เพียงคู่รองเท้าสวย ๆ ในวันทำงาน

คนรุ่นใหม่กับนิยามใหม่ของแว่นตาพรีเมียมและรองเท้าหนังหรู
เบื้องหลังการขยายร้านแฟลกชิปของทั้ง ic!berlin และ Berwick 1707 คือการจับเทรนด์คนยุคใหม่ที่มองแฟชั่นเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่โอกาสทางการ กลุ่มอายุ 25–40 ปีถูกมองว่าให้ความสำคัญทั้งการแต่งตัว คุณภาพ และการเลือกไอเท็มที่สะท้อนตัวตน โดยเฉพาะรองเท้าหนังที่ต้องสามารถใช้ได้หลายโอกาสตั้งแต่งานออฟฟิศลุค Smart Casual ไปจนถึงวันพักผ่อน และยอมให้รองเท้าหนังเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ในมุมแว่นตา ลูกค้ามีกำลังซื้อเลือกลงทุนกับแว่นตาพรีเมียมเพราะมองว่าเป็นทั้งโปรดักส์ทางการแพทย์และตัวช่วยสร้าง First Impression บนใบหน้า เมื่อภาพรวมตลาดแว่นตาหดตัว ผู้เล่นจึงต้องยกระดับหน้าร้านและประสบการณ์ให้ทันความคาดหวัง ทั้งในเชิงดีไซน์ การบริการ และการใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ดึงอารมณ์ร่วม ผลคือแม้คนส่วนใหญ่ชะลอการซื้อ แต่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของลักชัวรียังเดินหน้าจับจ่ายกับแบรนด์ที่เล่าเรื่องเก่งและดูแลยาว สะท้อนว่าในเกมสินค้าไฮเอนด์ ผู้ชนะไม่ใช่คนราคาถูกสุด แต่คือคนที่ทำให้การซื้อแว่นตาพรีเมียมหรือรองเท้าหนังหรูกลายเป็นประสบการณ์ที่มีความหมาย







