ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากจอมือถือสู่ป้ายบิลบอร์ด โครงการสร้างครีเอเตอร์แบบ vivo Academy

จากจอมือถือสู่ป้ายบิลบอร์ด โครงการสร้างครีเอเตอร์แบบ vivo Academy
ความสนใจ|ถ่ายภาพด้วยมือถือ

vivo Academy: นิยามใหม่ของโครงการสร้างครีเอเตอร์ยุคถ่ายภาพสมาร์ตโฟน

vivo Academy คือโปรแกรมพัฒนาศิลปินด้านการถ่ายภาพสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาเพื่อให้นิสิตนักศึกษาวัยมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้ทั้งทักษะเทคนิคการถ่ายภาพ การเล่าเรื่องด้วยภาพ และกระบวนการทำงานคอนเทนต์จริงผ่านบูทแคมป์ เวิร์กชอปเชิงปฏิบัติ เมนเทอร์มืออาชีพ และเวทีแสดงผลงานสาธารณะ สร้างทั้งความรู้ ทักษะ และโอกาสอาชีพในเวลาเดียวกัน แก่นสำคัญของ vivo Academy Season 2 ไม่ใช่เพียงการจัดคอร์สถ่ายรูปสวย แต่คือการตั้งคำถามว่า ถ่ายภาพสมาร์ตโฟนสามารถเป็นเส้นทางอาชีพอย่างจริงจังได้แค่ไหน คำตอบของโครงการนี้ชัดเจนมาก เพราะมันพาผลงานของเด็กมหาลัยจากห้องเรียนไปอยู่บนป้ายบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ เปิดให้เมืองทั้งเมืองเป็นพอร์ตโฟลิโอกลางแจ้งให้เหล่าครีเอเตอร์หน้าใหม่ ความกล้าทำให้มือถือกลายเป็นเครื่องมือสร้างอาชีพแบบนี้ คือสิ่งที่วงการการศึกษาด้านศิลปะและสื่อสร้างสรรค์ควรจับตา

บูทแคมป์เข้มข้นและเมนเทอร์มืออาชีพ ทำมือถือให้กลายเป็นห้องเรียนภาพถ่าย

จุดแข็งที่สุดของ vivo Academy Season 2 คือการออกแบบให้เป็นโครงการสร้างครีเอเตอร์ที่เน้นการลงมือทำจริงมากกว่าทฤษฎี แคมป์จัดขึ้น 6-10 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เปิดรับนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศไม่เกิน 25 ปีจำนวน 40 คนเข้าร่วมเวิร์กชอปเชิงลึก ตั้งแต่พื้นฐานการถ่ายภาพ การจัดองค์ประกอบ การใช้แสง ไปจนถึง Street Photography ภายใต้โจทย์การถ่ายทอดความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนและเมือง ทุกคนได้รับสมาร์ตโฟน vivo V70 ใช้เป็นเครื่องมือเรียนรู้ตลอดโครงการ ทำให้เทคโนโลยีไม่ใช่แค่พร็อป แต่กลายเป็นห้องทดลองที่นักศึกษาได้ลองผิดลองถูกในสถานการณ์จริง ตั้งแต่คิดไอเดีย วางแผนถ่ายทำ คัดเลือกภาพ จนส่งงานแบบครีเอเตอร์มืออาชีพ โครงการนี้จึงสอนทั้งการถ่ายภาพและวินัยการทำงานเชิงโปรเจกต์ ซึ่งเป็นทักษะที่ระบบการศึกษาแบบวิชาการมักสอนให้ไม่ครบ

6 vivo Creators กับการก้าวจากสนามซ้อมสู่ป้ายบิลบอร์ดทั่วเมือง

สิ่งที่ทำให้ vivo Academy Season 2 แตกต่างจากเวิร์กชอปถ่ายภาพทั่วไป คือการไม่จบแค่วันปิดคอร์ส แต่ต่อยอดไปสู่โปรเจกต์จริงกับ 6 vivo Creators ที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้เข้าร่วม 40 คนในบูทแคมป์ นี่ไม่ใช่การประกาศชื่อผู้ชนะแล้วจบ แต่เป็นการประกาศว่า “คุณได้งานจริงชิ้นแรกในฐานะครีเอเตอร์มือถือ” ทั้ง 6 คนทำงานร่วมกับช่างภาพมืออาชีพ คุณณพัฒน์ กรรขำ ผ่านกระบวนการรับโจทย์ ตีความแนวคิด ลงพื้นที่ถ่ายทำ และผลิตภาพที่ใช้ได้จริงในโฆษณานอกบ้าน โดยใช้ vivo V70 เป็นเครื่องมือทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ โจทย์เน้นชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งชีวิตเฟรชชี่ เกม การเรียน การสร้างคอนเทนต์ TikTok และเสียงเพลง ผลลัพธ์คือภาพเล่าเรื่องหลายชุดที่ไม่ได้อยู่แค่ในแกลเลอรี แต่ถูกพิมพ์ลงป้ายบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ เปลี่ยนผลงานนักศึกษาธรรมดาให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่คนเมืองเห็นทุกวัน

เงินรางวัลกว่าสองแสนไม่ใช่เป้าหมายเดียว แต่เป็นตัวเร่งให้ศิลปินมือถือจริงจัง

โครงการสร้างครีเอเตอร์ที่ดีต้องรู้ว่าความฝันอย่างเดียวไม่พอ คนรุ่นใหม่ต้องการหลักฐานว่าทักษะคอนเทนต์สามารถแปลงเป็นรายได้ได้ vivo Academy Season 2 เตรียมมอบรางวัลให้ผู้ชนะ 5 อันดับแรกมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท พร้อมสมาร์ตโฟนระดับเรือธงอย่าง vivo X200 Pro และรุ่นที่ใช้ทำงานในโครงการอย่าง vivo V70 รวมถึง Boxset คอลแลปกับ POP MART นี่คือคำประกาศแบบจับต้องได้ว่าการถ่ายภาพสมาร์ตโฟนไม่ใช่แค่กิจกรรมชมรม แต่เป็นทักษะที่ตลาดยอมจ่ายค่าตอบแทน ที่สำคัญ ผู้เข้าร่วมทุกคนมีสิทธิได้รับการรับรองเป็น vivo Creator และประกาศนียบัตรจากสถาบันการศึกษา สร้างทั้งแบรนด์ส่วนตัวและเครดิตทางวิชาชีพ อีกทั้งผลงานโดดเด่นยังถูกนำไปจัดแสดงในนิทรรศการ Awakening Song Wat 2026 ให้สาธารณชนเห็นแนวคิดและเรื่องเล่าในรูปแบบภาพถ่ายสมาร์ตโฟนอย่างเป็นระบบ เงินรางวัลจึงทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้ศิลปินมือถือตัดสินใจเดินบนเส้นทางนี้ด้วยความจริงจัง

ผลกระทบต่อวงการถ่ายภาพสมาร์ตโฟน และคำถามต่อไปของชุมชนครีเอเตอร์

เมื่อแบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลกลงทุนกับโปรแกรมพัฒนาศิลปินที่ผูกทั้งการศึกษา เมนเทอร์มืออาชีพ เงินรางวัล และพื้นที่สาธารณะเข้าด้วยกัน ผลกระทบย่อมเกินกว่าแค่ภาพสวยไม่กี่ใบ vivo Academy Season 2 สานต่อความสำเร็จจากซีซันแรกที่เน้นเรื่อง Cultural Preservation & Storytelling และขยายมาสู่วิถีชีวิตในเมืองผ่าน Street Photography ทำให้ถ่ายภาพสมาร์ตโฟนถูกยกระดับจากงานอดิเรกสู่แพลตฟอร์มเล่าเรื่องสังคมอย่างจริงจัง คำถามสำคัญต่อไปคือ ชุมชนครีเอเตอร์จะใช้โมเดลแบบนี้ต่อยอดอย่างไร ทั้งในแวดวงมหาวิทยาลัยและวงการมืออาชีพ เพราะการที่ vivo ยังคงมุ่งมั่นสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และ Capture the Future ในแบบของตัวเอง แปลว่าโครงการลักษณะนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการสร้างศิลปินยุคมือถือ ที่ผูกแบรนด์ เทคโนโลยี และการเติบโตของคนไว้ในวงจรเดียวกัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!