แฟชั่นอิตาเลียนบุกตลาดเอเชียผ่านดาราและพันธมิตรค้าปลีก
การรุกตลาดแฟชั่นเอเชียของแบรนด์อิตาเลียนหรูหราคือยุทธศาสตร์ที่ผสมผสานคอลเลกชันแฟชั่นใหม่ การร่วมมือกับค้าปลีกระดับภูมิภาค และการใช้ตัวแทนดาราชื่อดังเพื่อเชื่อมโยงโมเมนต์แฟชั่นระดับโลกกับความชอบของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ กลยุทธ์นี้ไม่ได้มองเพียงยอดขายระยะสั้น แต่เน้นการสร้างภาพจำ ความใกล้ชิด และการมีส่วนร่วมของแฟนแฟชั่นผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้ในงานแฟชั่น โชว์เคสพิเศษ และแคมเปญออนไลน์ที่เล่าเรื่องแบรนด์ในภาษาและบุคลิกของคนท้องถิ่น ชัดเจนว่าความหรูหราในวันนี้ไม่ใช่แค่สินค้าราคาแพง แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่ต้องสื่อสารอย่างมีบริบทและมีใบหน้าที่คนดูรู้จัก
CENTRAL DOLCE ITALIA และการเปิดประตูให้หรูหราอิตาลีเข้าถึงผู้บริโภค
จุดเปลี่ยนสำคัญของการขยายตัวแบรนด์อิตาเลียนหรูหราในภูมิภาคคือโครงการ CENTRAL DOLCE ITALIA ที่นำโดยคุณเอ๊ะ ธาพิดา ผนึกกำลังกับสถานทูตอิตาลีและสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนเพื่อจัดงานแฟชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม และงานฝีมืออิตาลี ภายใต้คอนเซ็ปต์ Architecture in Style พร้อมเปิดตัว 5 แบรนด์ใหม่อย่าง OKKIA, GASSA D’AMANTE, INZU, LORISTELLA และ MARNI KIDS เป็นครั้งแรกในตลาดท้องถิ่น งานนี้ให้ผู้บริโภคได้ช้อปสินค้า Made in Italy ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ บิวตี้ น้ำหอม ไปจนถึงของแต่งบ้านจากแบรนด์อิตาลีชั้นนำมากมาย ซึ่งสะท้อนชัดว่าความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าและองค์กรรัฐของอิตาลีไม่ใช่แค่การเช่าพื้นที่จัดงาน แต่เป็นการวางรากฐานให้แฟชั่นอิตาลีกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

DIESEL และบทบาทของซี พฤกษ์ในเวที Milan Fashion Week
ในฝั่งรันเวย์ระดับโลก DIESEL แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลีเลือกใช้พลังของตัวแทนดาราชื่อดังจากภูมิภาคเพื่อเชื่อมเวทีมิลานกับผู้บริโภคในเอเชีย ซี พฤกษ์ พานิช นักแสดงและแฟชั่นไอคอนจากภูมิภาคได้รับเชิญให้ร่วมสัมผัสแฟชั่นโชว์คอลเลกชันล่าสุดของ DIESEL ณ เมืองมิลานอย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของแบรนด์ น่าสนใจที่แบรนด์ไม่ได้สื่อสารแค่บนรันเวย์ แต่เริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่ Airport Look ที่ซีปรากฏตัวในลุค DIESEL สะท้อนคาแรกเตอร์ความกล้า การแสดงออก และความร่วมสมัยของแบรนด์ การออกแบบคอลเลกชันด้วยแนวคิด Desire รวมถึงการเล่นกับโครงสร้างเสื้อผ้า เทคนิค Merge Twist Cut และการใช้เดนิมเป็นหัวใจหลัก ทำให้แฟชั่นโชว์กลายเป็นประสบการณ์คล้ายคลับที่เชื่อมโยงแฟชั่น ดนตรี และการแสดงกับคนดูกว่า 200 คน ซึ่งต่อยอดไปสู่ภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ในสายตาแฟนแฟชั่นเอเชียผ่านสายตาของตัวแทนดาราคนนี้
LACOSTE และการใช้ดาราเล่าเรื่องคอลเลกชัน Fall Winter 2026
แม้จะเป็นแบรนด์สปอร์ตแฟชั่นจากฝรั่งเศส LACOSTE ก็ใช้กลยุทธ์ใกล้เคียงกับแบรนด์อิตาเลียนหรูหราในการรุกตลาดแฟชั่นเอเชีย ผ่านการเปิดตัวคอลเลกชัน Fall Winter 2026 ที่นำ DNA ของแบรนด์มาตีความเป็นสองสไตล์ Tennis Heritage และ Lifestyle โดยให้ ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร และ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง ทำหน้าที่สะท้อนบุคลิกที่แตกต่างกันของคอลเลกชัน จุดสำคัญคือเสื้อผ้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในสนามกีฬา แต่ถูกออกแบบให้ปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว เช่น เดรสและโปโลที่มีเทคโนโลยี Ultra Dry และการปกป้องรังสี UV ระดับ UPF 50 รวมถึงสเวตเชิ้ตและสเวตเตอร์ที่เล่าเรื่อง René LACOSTE ผ่านกราฟิกและตัวอักษร L การเปิดให้พบคอลเลกชันได้ทั้งที่ช็อปทุกสาขาและแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยย้ำว่าประสบการณ์แฟชั่นยุคนี้ต้องเข้าถึงง่าย แต่ยังคงเล่าเรื่องแบรนด์ผ่านใบหน้าดาราที่แฟน ๆ จดจำได้ดี

ดารา อินฟลูเอนเซอร์ และอนาคตของตลาดแฟชั่นเอเชีย
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าแบรนด์อิตาเลียนหรูหราและพันธมิตรต่างใช้ตัวแทนดาราชื่อดังและอินฟลูเอนเซอร์เป็นสะพานเชื่อมเวทีแฟชั่นโลกกับความรู้สึกของผู้บริโภคในตลาดแฟชั่นเอเชีย ซี พฤกษ์ทำหน้าที่พาแฟน DIESEL แถบภูมิภาคเข้าใกล้ Milan Fashion Week ผ่านสายตาและสไตล์ของเขา ขณะที่ ต่อ ธนภพ และ หลิงหลิง ช่วยตีความสปอร์ตแฟชั่นของ LACOSTE ให้ดูเป็นไอเทมที่หยิบมาใส่ได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่ในสนามกีฬา เมื่อผสานกับงานอย่าง CENTRAL DOLCE ITALIA ที่ให้คนทั่วไปสัมผัสสินค้า Made in Italy ทั้งแฟชั่นและของแต่งบ้านในพื้นที่ห้างสรรพสินค้าหลัก ๆ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 24 พฤศจิกายน จะเห็นทิศทางชัดว่าความหรูหราในยุคใหม่คือการเล่าเรื่องที่จับต้องได้ มีตัวละครให้ติดตาม และเปิดให้คนทั่วไปเข้าร่วมประสบการณ์ได้มากขึ้น ใครที่ตามเทรนด์แฟชั่นควรจับตาดูว่าคอลเลกชันแฟชั่นใหม่ในอนาคตจะใช้ใบหน้าดาราและพันธมิตรค้าปลีกอย่างไรในการผลักดันภาพลักษณ์และยอดขาย







