ปาเจโรเจเนอเรชัน 5 คืออะไร และการกลับมาครั้งนี้สำคัญอย่างไร
All-New Mitsubishi Pajero เจเนอเรชัน 5 คือรถยนต์ครอสคันทรี SUV ออฟโรด 7 ที่นั่งแบบโครงสร้างบอดี้ออนเฟรม ใช้เครื่องยนต์ดีเซล turbo 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และระบบขับสี่เต็ม Super Select 4WD-II ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นทั้งสมรรถนะออฟโรด ความสบายของผู้โดยสาร และภาพลักษณ์ระดับเรือธงของแบรนด์ในตลาด SUV ออฟโรดระดับพรีเมียม
สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่การเปิดตัวครั้งแรกของโลกในฐานะครอสคันทรี SUV รุ่นเรือธง แต่คือการกลับมาหลังหายไปจากตลาดช่วงยาวกว่า 7 ปี และห่างจากเจเนอเรชันที่ 4 ราว 20 ปี ทำให้ปาเจโรใหม่ไม่ได้เป็นเพียงรุ่นต่ออายุ แต่เป็นการรีเซ็ตภาพลักษณ์ทั้งตระกูล จุดยืนชัดเจนคือรถออฟโรดระดับพรีเมียมที่ต้อง “ลุยได้เท่าเดิม เพิ่มความหรูและนั่งสบายกว่าเดิม” และครั้งนี้ฐานการผลิตถูกปักที่โรงงานแหลมฉบัง โดยเริ่มขายในตลาดภายในประเทศเป็นแห่งแรก ก่อนทยอยส่งออกไปญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และขยายสู่กว่า 100 ประเทศตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป

ปาเจโร 2026 สเปก เครื่องดีเซล 2.4 เทอร์โบและระบบขับสี่เต็มในมุมสายลุย
หัวใจของปาเจโร 2026 สเปกขายจริงคือเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน VGT กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 460 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขณะที่ข้อมูลอีกชุดระบุว่าเครื่อง 2.4 ลิตรดีเซลสะอาดพร้อมเทอร์โบแปรผันเดี่ยวช่วงทำงานกว้าง ให้แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร และบางสเปก 470 นิวตันเมตร สะท้อนว่ามิตซูบิชิตั้งใจจูนเครื่องหลากหลายให้ตรงกับความต้องการแต่ละตลาด
เครื่องชุดนี้ต่อยอดจากขุมพลังดีเซล turbo 2.4 ลิตร 4N16 High Power จากกระบะ Triton ที่ใช้เทอร์โบคู่ให้กำลัง 204 แรงม้าและแรงบิด 470 นิวตันเมตร โดยมีการพัฒนาระบบส่งกำลังขึ้นเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดสำหรับปาเจโรโดยเฉพาะ ข้อดีคือการตอบสนองดีตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงความเร็วสูง และทางผู้พัฒนาเองก็ระบุชัดว่าเครื่องใหม่ถูกออกแบบให้ตอบสนองได้ต่อเนื่องพร้อมโหมดสปอร์ต สำหรับสายออฟโรดจริงจัง การที่มิตซูบิชิยังเดินหน้ากับดีเซลเทอร์โบถือเป็นการเล่นเกมบนพื้นที่ที่ตนถนัดมากที่สุด

ระบบขับสี่เต็ม S-AWC และแชสซีส์ใหม่ สายออฟโรดได้อะไรเพิ่ม
ในเชิงวิศวกรรม จุดเปลี่ยนใหญ่ของปาเจโรใหม่คือการกลับไปใช้โครงสร้างบอดี้ออนเฟรมหรือลาดเดอร์เฟรมเต็มรูปแบบ หลังจากเจเนอเรชัน 3 และ 4 ใช้ตัวถังโมโนค็อกผสมแชสซีส์ในตัว การเลือกทางนี้ชัดเจนว่าเอาใจคนใช้งานหนักและสายออฟโรดที่ต้องการความทนทานและการรับแรงบิดในระดับสูง ระยะตัวถังยาว 4,920 มม กว้าง 1,925 มม สูง 1,910 มม ระยะฐานล้อ 2,870 มม และระยะต่ำสุดถึงพื้น 230 มม ซึ่งใหญ่กว่าปาเจโร สปอร์ตทุกมิติ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและมุมตีนตะขาบบนเส้นทางทุรกันดาร
จุดขายสำคัญคือการจับคู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD-II กับระบบควบคุมการขับเคลื่อน Super-All Wheel Control หรือ S-AWC ระบบนี้ประสานการควบคุมการเร่ง การเข้าโค้ง และการเบรกให้ทำงานสอดคล้องกัน โดยมีโหมดขับขี่ถึง 7 รูปแบบ ทั้ง Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock บริษัทระบุว่าแนวทางพัฒนาเน้น “Off-Road Comfort” คือให้รถลุยหนักได้พร้อมรักษาความนุ่มบนถนนปกติ มุมมองเชิงบรรณาธิการคือ นี่คือการยกระดับจากรถออฟโรดล้วนๆ ไปสู่ SUV ที่คนในครอบครัวนั่งยาวๆ ได้ไม่เครียด

ห้องโดยสาร 7 ที่นั่งและภาพลักษณ์เรือธง ใกล้รถหรูมากกว่ารถลุย
ปาเจโรใหม่ถูกวางเป็น SUV ออฟโรด 7 ที่นั่งระดับเรือธง จัดเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมเบาะหนังระดับ Semi Aniline ในสเปกระดับสูง ภายในใช้แนวคิด Grand Charisma เน้นเส้นสายแนวนอนและแผงหน้าปัดที่ใช้งานง่าย หน้าจอแบบชิ้นเดียว Monolithic Display เชื่อมหน้าจอกลาง 14.3 นิ้วจำนวนสองจอเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ และยังมีหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 7 หรือ 12.3 นิ้วให้เลือก รวมถึงหน้าจอมัลติมิเตอร์ที่แสดงระดับความสูง เข็มทิศ มุมเอียง และการกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์
บรรยากาศห้องโดยสารจึงไม่ใช่รถลุยแข็งกระด้างแบบยุคก่อน แต่มุ่งสร้าง “Prestige” หรือความเหนือระดับให้คู่ไปกับ Confidence และ Comfort ตามแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่สืบทอดจากปาเจโรรุ่นแรก คำให้สัมภาษณ์ระดับผู้บริหารระบุว่า All-New Pajero เป็นรถรุ่นแรกที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์แบรนด์ยุคใหม่และจะนำทิศทางให้รถทั้งตระกูล แปลว่าภายในและคุณภาพวัสดุในรุ่นนี้เป็นเหมือนบรรทัดฐานของรถมิตซูบิชิในอนาคต มากกว่าเป็นแค่รุ่นพิเศษสายตำนาน

แผนอนาคต ดีเซลยังอยู่ แต่ไฮบริดกำลังมา และสิ่งที่ผู้ใช้ควรมอง
ในแผนระยะกลาง มิตซูบิชิไม่ได้หยุดแค่ดีเซล turbo 2.4 ลิตร มีการเตรียมระบบ Mild Hybrid 48V และอาจมีขุมพลัง Plug-in Hybrid เพิ่มเข้ามาในอนาคต เพื่อรองรับเทรนด์สิ่งแวดล้อมและการใช้งานลากจูงที่ระบุว่าทำได้ถึง 3.5 ตัน เมื่อผสานกับการวางขายในตลาดภายในประเทศเป็นแห่งแรก ก่อนขยายสู่ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และกว่า 100 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 ชัดเจนว่าปาเจโรไม่ใช่โปรเจกต์เฉพาะกลุ่ม แต่คือเสาหลักของพอร์ต SUV ออฟโรดทั้งสาย
จากมุมมองผู้ใช้ทั่วไป คำถามคือปาเจโรใหม่น่าเลือกแค่ไหนในตลาด SUV ออฟโรด 7 ที่นั่ง ระดับพรีเมียม จุดแข็งคือแชสซีส์บอดี้ออนเฟรม ระบบขับสี่เต็ม S-AWC โหมดขับขี่หลากหลาย และห้องโดยสารที่ยกระดับเทียบรถหรู ส่วนจุดที่ต้องรอดูคือการปรับจูนช่วงล่างกับยางในสเปกขายจริง ความประหยัดของดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตรในชีวิตจริง และรายละเอียดสเปกไฮบริดในอนาคต สรุปคือ ถ้าต้องการ SUV ออฟโรดที่ใช้งานได้ทั้งท่องเที่ยวครอบครัวและลุยหนัก ปาเจโรเจเนอเรชัน 5 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรอยู่ในลิสต์รอทดสอบด้วยตัวเอง






