ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

สามแนวคิดใหม่ของห้องโดยสารรถยนต์ไฟฟ้า จากจอใหญ่สู่โต๊ะทำงานเคลื่อนที่

สามแนวคิดใหม่ของห้องโดยสารรถยนต์ไฟฟ้า จากจอใหญ่สู่โต๊ะทำงานเคลื่อนที่
ความสนใจ|อเมริกา-แคนาดา

ระบบสารสนเทศรถยนต์ไฟฟ้า กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องห้องโดยสาร

ระบบสารสนเทศรถยนต์ไฟฟ้า คือชุดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในรถที่ทำหน้าที่เชื่อมข้อมูลและความบันเทิง เช่น แผนที่ เพลง การตั้งค่ารถ รวมถึงการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เพื่อให้คนขับและผู้โดยสารใช้งานอินเทอร์เฟซรถยนต์อเมริกาผ่านหน้าจอหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ในแบบที่ปลอดภัย สะดวก และเหมาะกับการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ในอเมริกาเริ่มใช้ห้องโดยสารเป็นเวทีแข่งขันเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์สวยหรือจอใหญ่ แต่เป็นการเลือกว่าจะให้ใครคุมประสบการณ์ดิจิทัลในรถ ระหว่างแพลตฟอร์มอย่าง CarPlay ในรถยนต์ หรือระบบของค่ายเอง จนไปถึงแนวคิดหัวชนฝาแบบไม่มีจอเลย แล้วให้มือถือทำหน้าที่แทน ทั้งหมดสะท้อนว่าอนาคตการออกแบบภายในรถยนต์จะถูกกำหนดด้วยปรัชญาทางธุรกิจมากพอๆ กับรสนิยมการออกแบบ

ค่ายพรีเมียมกับสงคราม CarPlay ใครคุมจอ ใครคุมลูกค้า

ฝั่งรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม แนวคิดหลักไม่ใช่ลดต้นทุน แต่คือการคุมระบบสารสนเทศรถยนต์ไฟฟ้าให้แน่น ผู้ผลิตรายหนึ่งประกาศตั้งแต่ปี 2023 ว่าจะเลิกติดตั้ง CarPlay ในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ทั้งหมด พร้อมเหตุผลหลากหลายเพื่อผลักดันระบบเนทีฟในรถของตัวเอง ทิศทางนี้ชัดว่าเขาอยากให้ลูกค้าอยู่ในจักรวาลซอฟต์แวร์ของแบรนด์ ตั้งแต่แผนที่ เพลง ไปจนถึงบริการเสริม แต่เสียงลูกค้ากลับดังพอให้เกิดรอยร้าว ในตัวปรับแต่งรุ่นหนึ่งของแบรนด์หรูยังแสดงว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Lyriq มี CarPlay และ Android Auto เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอยู่ดี พร้อมคำอธิบายว่าบริษัทยังคง “ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เนทีฟในรถ” แต่ต้องปรับตามฟีดแบ็กลูกค้า สะท้อนว่าผู้ใช้ไม่ยอมทิ้งแอปและข้อมูลในมือถือ เพื่อแลกกับแพลตฟอร์มปิดของผู้ผลิตได้ง่ายๆ และเริ่มกดดันให้ค่ายรถทบทวนแนวทางดังกล่าว

ผลกระทบกับผู้ใช้ชัดเจน ถ้าซื้อรุ่นที่ไม่มี CarPlay ในรถยนต์ คนขับต้องอยู่กับระบบของค่ายเพียงอย่างเดียว ส่งผลต่อความคุ้นเคยและความสะดวกในการใช้แอปโปรด อย่างไรก็ตาม มีอุปกรณ์เสริมจากผู้พัฒนาภายนอกอย่าง EV Play LT ที่ออกแบบมาเพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์นี้ซึ่งไม่มีการรองรับ CarPlay สามารถสะท้อนหน้าจอมือถือและใช้งาน CarPlay กับ Android Auto ได้ผ่านระบบสารสนเทศเดิมของรถ เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าต่อให้ผู้ผลิตพยายามดึงผู้ใช้เข้าระบบของตนเอง ก็น่าจะต้องอยู่ร่วมกับระบบจากโลกมือถือไปอีกนาน เพราะภูมิทัศน์ดิจิทัลในชีวิตคนส่วนใหญ่หมุนอยู่รอบอุปกรณ์ของตัวเอง ไม่ใช่จอในรถ

แนวคิด BYOD ของ Slate เมื่อห้องโดยสารไร้จอกลายเป็นสนามของมือถือ

ด้านรถยนต์ไฟฟ้าราคาเข้าถึงได้ Slate เลือกเดินคนละทางกับสงครามจอใหญ่ในตลาด โดยหั่นระบบหน้าจอและเครื่องเสียงออกจากห้องโดยสารไปแทบทั้งหมด แล้วประกาศชัดว่าใช้แนวคิด BYOD หรือ Bring Your Own Device ให้เจ้าของรถนำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมาเป็นหัวใจของระบบสารสนเทศรถยนต์ไฟฟ้าแทน ผู้ผลิตชี้ว่าจอขนาดใหญ่และชิปแรงในรถมักแพง หนัก และเสี่ยงล้าสมัยเร็ว จึงหันไปใช้พลังจากอุปกรณ์ส่วนตัวที่ผู้ใช้เปลี่ยนและอัพเดตอยู่แล้ว เมื่อขึ้นรถ ผู้ใช้เพียงยึดมือถือบนแท่นที่ติดตั้งมา พร้อมเสียบสายหรือใช้พลังงานจากช่อง USB ก็สามารถใช้แผนที่อย่าง Google Maps ฟังเพลงจาก Apple Music และเข้าถึงแอปส่วนตัวอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเรียนรู้เมนูใหม่เลย แนวคิดนี้ตัดปัญหาซอฟต์แวร์ในรถกระตุกหรืออัพเดตช้า และลดการผูกติดกับแพลตฟอร์มปิดของค่ายรถ ออกแบบภายในรถยนต์ในมุมมอง Slate จึงไม่ได้แข่งกันที่ขนาดจอ แต่แข่งกันว่าจะผสานมือถือของผู้ใช้กับตัวรถให้ลื่นไหลแค่ไหน

แม้จะตัดจอใหญ่ออก Slate ยังต้องเคารพข้อกำหนดด้านความปลอดภัย จึงติดตั้งหน้าจอ LCD ขนาดเล็กบริเวณหลังพวงมาลัยเพื่อแสดงความเร็ว ปริมาณไฟในแบตเตอรี่ และภาพจากกล้องเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง ให้ผ่านมาตรฐานตามกฎหมาย ส่วนใครอยากได้ประสบการณ์คล้ายจอกลางแบบเดิมก็เลือกซื้อขาจับ iPad เพิ่มได้ โดยค่ายยังออกแบบพื้นที่ใต้คอนโซลให้วางลำโพงบลูทูธพกพา แทนการติดตั้งระบบเสียงถาวร ที่น่าสนใจคือการออกแบบอินเทอร์เฟซรถยนต์อเมริกาของ Slate ไม่ได้ปล่อยให้ผู้ใช้กดมือถือระหว่างขับ แต่เพิ่มชุดปุ่มบลูทูธบนพวงมาลัยสำหรับควบคุมเพลงหรือเสียงโดยไม่ต้องเอื้อมไปแตะหน้าจอ รวมถึงให้ตั้งค่าปุ่มเหล่านี้เป็นสวิตช์สำหรับไฟส่องงานหรืออุปกรณ์เสริมได้ แนวคิด BYOD แบบโมดูลาร์นี้แสดงให้เห็นว่าการลดต้นทุนไม่จำเป็นต้องลดคุณค่าต่อผู้ใช้ หากดีไซน์ให้ฟังก์ชันแบ่งชั้นและปล่อยให้เจ้าของรถเลือกเองตามงบประมาณและรูปแบบการใช้งาน

สามแนวคิดใหม่ของห้องโดยสารรถยนต์ไฟฟ้า จากจอใหญ่สู่โต๊ะทำงานเคลื่อนที่

เมื่อกระบะกลายเป็นโต๊ะทำงาน Ford F-150 กับเกียร์พับได้

อีกปรัชญาหนึ่งมาจากโลกกระบะอย่าง Ford F-150 ที่ไม่ได้หมกมุ่นกับจอหรือแอปเท่าไร แต่หันไปจัดระเบียบพื้นที่ทางกายภาพในห้องโดยสารแทน จุดเด่นคือคันเกียร์แบบพับลงได้ ซึ่งมองเผินๆ เหมือนดีไซน์เพื่อความสวย แต่แท้จริงแล้วถูกออกแบบเพื่อเปิดทางให้ชุด Interior Work Surface หรือแผ่นโต๊ะทำงานที่พับกางออกบนคอนโซลกลางของรถ เมื่อผู้ใช้เข้าเกียร์ P แล้วกดปุ่มข้างคันเกียร์ คันเกียร์จะพับลงไปในแผง ทำให้ฝาปิดคอนโซลกลางกางออกได้เต็มหน้า กลายเป็นพื้นที่สำหรับเซ็นเอกสาร วางโน้ตบุ๊ก หรือแม้แต่กินข้าวระหว่างงาน แนวคิดนี้มองคนใช้รถกระบะเป็นช่าง ผู้รับเหมา หรือคนทำงานที่ใช้รถเป็นสำนักงานชั่วคราว มากกว่ามองเป็นแค่คนขับรถไปกลับบ้าน ผลลัพธ์คือห้องโดยสารไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ควบคุมรถ แต่เป็นโต๊ะทำงานเคลื่อนที่ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้ใช้

การออกแบบภายในรถยนต์แบบนี้สะท้อนว่าค่ายรถมองคุณค่าหลักของระบบสารสนเทศรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างกัน บางค่ายเน้นจอและซอฟต์แวร์ บางค่ายกลับให้ความสำคัญกับโต๊ะทำงานที่กางได้ในรถ Ford ระบุว่าระบบ Interior Work Surface ถูกพัฒนามาเพื่อให้เบาะหน้าแปลงร่างเป็นพื้นที่ทำงานชั่วคราวในสภาพแวดล้อมที่หาโต๊ะราบๆ ไม่ง่าย ในฝั่งรถกระบะที่คนขับใช้เวลาทำงานนอกสำนักงานมาก การเพิ่มฟังก์ชันเช่นนี้อาจมีค่ามากกว่าการเพิ่มจออีกหนึ่งแผงเสียด้วยซ้ำ เมื่อมองรวบยอด อินเทอร์เฟซรถยนต์อเมริกาเริ่มแยกออกเป็นสามสายชัดเจน คือสายควบคุมประสบการณ์พรีเมียมผ่านระบบเนทีฟ สายหั่นต้นทุนด้วย BYOD และสายเน้นประโยชน์ใช้สอยผ่านการจัดพื้นที่ทำงานในรถ ทั้งสามแนวทางบอกเราว่าอนาคตของห้องโดยสารรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่การแข่งขันว่าจอใหญ่หรือเล็ก แต่คือการเลือกว่าจะให้รถเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือเป็นเครื่องมือทำงาน และสุดท้ายผู้ใช้ต่างกลุ่มจะเป็นคนตัดสินว่าแนวคิดใดอยู่รอด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!