ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงคืออะไร และทำไมเอเชียจึงเป็นเวทีหลักรอบใหม่
ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง คือการผลิตอาหาร ขนม และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ในประเทศหนึ่ง แล้วจำหน่ายให้ผู้นำเข้าหรือคู่ค้าในต่างประเทศ เพื่อป้อนตลาดผู้เลี้ยงสัตว์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเอเชียที่เทรนด์เลี้ยงสัตว์แบบสมาชิกในครอบครัวกำลังพุ่งสูง ทำให้สินค้าพรีเมียม สูตรเฉพาะทาง และบริการครบวงจรได้รับความสนใจมากขึ้น ธุรกิจที่มองเห็นโอกาสนี้จึงใช้กลยุทธ์ออกงานแสดงสินค้า การเจรจาการค้า และแฟรนไชส์สัตว์เลี้ยง เพื่อขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านและตลาดขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย
ประเด็นสำคัญในเวลานี้คือ ผู้ผลิตที่เคยพึ่งตลาดภายในประเทศเริ่มหันมาเร่งส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงและสินค้าเกี่ยวข้องอย่างจริงจัง เพราะโครงสร้างดีมานด์ในเอเชียเปลี่ยนไปถาวร สะท้อนจากมูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตเฉลี่ยราว 9% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และกินสัดส่วนถึงเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงทั้งหมด การโตแบบไม่ใช่กระแสชั่วคราว ทำให้ธุรกิจที่กล้ารุกก่อนมีโอกาสยึดหัวหาด สร้างแบรนด์ และล็อกคู่ค้าในภูมิภาคได้ก่อนคู่แข่ง
ภารกิจเวียดนามปิดดีลวันเดียว 60 ล้าน สัญญาณแรงของการรุกตลาดอาเซียน
กรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดของการรุกตลาดเอเชียตอนนี้คือภารกิจเจรจาการค้าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงที่นครโฮจิมินห์ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศนำผู้ประกอบการสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง 22 ราย ไปจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าเวียดนาม 58 ราย เกิดการจับคู่เจรจากว่า 330 คู่ และตกลงซื้อขายได้ทันทีราว 60 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่าความต้องการสินค้าสัตว์เลี้ยงในเวียดนามไม่ได้เป็นเพียงโอกาสบนกระดาษ แต่มีดีลจริงในเวลาอันสั้น
การที่คณะผู้ประกอบการไม่ได้ไปแค่ขายของ แต่ลงพื้นที่สำรวจโรงพยาบาลสัตว์ สปาสัตว์เลี้ยง และร้านจำหน่ายสินค้าสัตว์เลี้ยง เพื่อนำความเห็นมาปรับสินค้าให้ตรงตลาด แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การแข่งขันใหม่ของการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไม่ใช่การแข่งถูก แต่แข่งกันเข้าใจผู้เลี้ยงในแต่ละประเทศมากขึ้น นี่คือจุดต่างที่ทำให้ผู้ผลิตในภูมิภาคเอเชียมีโอกาสดึงลูกค้าจริงระยะยาวในอาเซียน ซึ่งกำลังกลายเป็นคลื่นใหม่ของธุรกิจสัตว์เลี้ยงเอเชียอย่างแท้จริง

แฟรนไชส์สัตว์เลี้ยงพุ่งแรงในงานแฟรนไชส์ ดีลรวมแตะหลักร้อยล้าน
อีกด้านที่สะท้อนความคึกคักคือธุรกิจแฟรนไชส์สัตว์เลี้ยง จากงาน Franchise Expo Thailand & TESE จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 สิงหาคม ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี มียอดผู้เข้าชมงาน 30,622 คน มีการจองและซื้อธุรกิจแฟรนไชส์รวมราว 280 ล้านบาท ยอดจับคู่ธุรกิจ 210 คู่ มูลค่า 187 ล้านบาท และยอดขอสินเชื่อในงานสูงถึง 548 ล้านบาท ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนรวมในงานพุ่งขึ้นถึง 815 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจซบเซา แต่สะท้อนว่าคนจำนวนมากมองแฟรนไชส์เป็นทางรอดใหม่
สิ่งที่น่าจับตาคือธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยงอย่าง World Of Pet ที่แทรกขึ้นมาติดกลุ่มแฟรนไชส์ยอดนิยมในปีนี้เคียงข้างธุรกิจสะดวกซักและอาหารเครื่องดื่ม นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันบอกเราว่าโอกาสในแฟรนไชส์สัตว์เลี้ยงกำลังเปิดกว้าง ผู้ประกอบการที่มีระบบบริหารหน้าร้าน การฝึกอบรม และแบรนด์ที่ชัดเจน จะมีโอกาสต่อยอดแฟรนไชส์สัตว์เลี้ยงเอเชียไปยังประเทศรอบข้างได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยโมเดลที่พิสูจน์แล้วจากเวทีในประเทศ
เกมรุกตลาดจีนสัตว์เลี้ยง สินค้าเฉพาะทางคืออาวุธสำคัญ
ในระดับภูมิภาค ตลาดจีนสัตว์เลี้ยงกำลังถูกจับตาเป็นพิเศษเพราะขนาดและศักยภาพการบริโภคที่สูง งานแสดงสินค้าสัตว์เลี้ยงแห่งเอเชีย ครั้งที่ 28 ในเซี่ยงไฮ้จึงกลายเป็นเวทีสำคัญให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงจากหลายประเทศเข้าไปหาพันธมิตร กลุ่มบริษัทจากภูมิภาคเดียวกันใช้กลยุทธ์ชูสินค้าเฉพาะทางเพื่อตอบโจทย์ผู้เลี้ยงที่เริ่มมองหาคุณภาพมากกว่าราคา เช่น ขนมขัดฟันทำจากแป้งมันสำปะหลังและเนื้อไก่ หรือขนมแมวเลียที่ให้สัดส่วนเนื้อสัตว์สูง
อีกตัวอย่างคือการนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเปียกจากต่างประเทศกลับสู่ตลาดจีน โดยเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน และย้ำจุดแข็งด้านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างการดูแลสุขภาพลำไส้และอารมณ์ของสัตว์เลี้ยง แนวทางนี้สะท้อนภาพใหญ่ของตลาดจีนสัตว์เลี้ยงที่ไม่ต้องการสินค้าทั่วไป แต่ต้องการแบรนด์ที่มีเรื่องเล่า มีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์รองรับ และมีภาพลักษณ์พรีเมียม ผู้เล่นที่คิดจะรุกตลาดนี้จึงต้องยอมลงทุนในงานวิจัย การพัฒนาสูตร และการสื่อสารแบรนด์ที่ชัดเจนมากกว่าการแข่งลดราคา

จากอันดับ 4 ของโลกสู่การยึดหัวหาดเอเชีย กลยุทธ์ต่อไปควรเป็นอย่างไร
ในเวทีโลก ผู้ผลิตจากภูมิภาคนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 4 ของโลก โดยปีหนึ่งส่งออกมากกว่า 5 แสนตัน มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท และมีโอกาสขยับขึ้นติดสามอันดับแรกจากความต้องการทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อฐานอุตสาหกรรมแข็งแรงแล้ว คำถามต่อไปคือจะใช้จุดแข็งนี้อย่างไรให้ยึดหัวหาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงเอเชียได้ในระยะยาว
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในข้อเสนอของสถาบันวิจัยการเงินที่ชี้ว่า ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาสินค้าใหม่ เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงจากโปรตีนพืชและโปรตีนแมลง พร้อมเพิ่มน้ำหนักการทำตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น เมื่อรวมกับบทเรียนจากเวียดนาม จีน และเวทีแฟรนไชส์ จะเห็นภาพชัดว่าอนาคตของการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไม่ใช่การขายวัตถุดิบราคาถูก แต่คือการขายโซลูชันครบวงจร ตั้งแต่สูตรเฉพาะทาง แบรนด์ที่คนเลี้ยงเชื่อใจ ไปจนถึงระบบแฟรนไชส์สัตว์เลี้ยงที่พร้อมขยายข้ามพรมแดน ซึ่งใครที่ปรับตัวได้เร็วในวันนี้ จะเป็นผู้กำหนดเกมของตลาดเอเชียในวันหน้า

