ละครแนวตั้งคืออะไร และทำไมกระแสถึงแรงจนขึ้นท็อป 6 โลก
ละครแนวตั้ง คือรูปแบบละครสั้นที่ถ่ายทำและตัดต่อในแนวตั้งให้พอดีกับหน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ต เน้นตอนสั้น เปิดดูได้ทันที เนื้อหาเดินเรื่องรวดเร็ว เข้าใจง่าย มีจุดพีกถี่เพื่อดึงสายตาผู้ชมที่ไถหน้าจอไปมาอย่างไม่หยุดพัก ใช้โครงเรื่องที่เข้าถึงอารมณ์ตรงไปตรงมา ทั้งดราม่า ความรัก การแก้แค้น หรือการพลิกชีวิตแบบสุดโต่ง ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินและสะใจในเวลาไม่กี่นาทีต่อหนึ่งตอน
ตัวเลขสะท้อนชัดว่ากระแสนี้ไม่ใช่แฟชั่นวูบเดียว มูลค่าตลาดละครแนวตั้งทั่วโลกแตะราว 3.7 แสนล้านบาท และคาดว่าจะขยายเป็น 7.4 แสนล้านบาทในอนาคตอันใกล้ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าในช่วงครึ่งปีหนึ่ง ยอดดาวน์โหลดแอปละครแนวตั้งของผู้ใช้ในประเทศหนึ่งสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก อีกข้อมูลที่น่าจับตาคือ ในไตรมาสแรกของปีเดียวกัน ผู้ใช้งานยอมจ่ายเงินซื้อคอนเทนต์ในแอปละครแนวตั้งรวมกว่า 260 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 3 ของตลาดนอกจีน แปลว่าคนดูไม่ได้แค่กดดูฟรี แต่พร้อมควักเงินเพื่อคอนเทนต์แนวนี้ด้วย

ดราม่าเอาสะใจ เนื้อหาน้ำเน่า หรือสูตรสำเร็จที่ปลูกฝังค่านิยมผิด
เบื้องหลังความปังของละครแนวตั้งคือสูตรสำเร็จที่เข้าถึงอารมณ์อย่างรวดเร็ว ผู้สร้างจำนวนมากเลือกเล่าเรื่องแก้แค้น ความรักต่างฐานะ หรือการพลิกฐานะจากคนธรรมดาเป็นผู้มีอำนาจ ด้วยโครงเรื่องสุดขั้ว นางเอกแสนดีจนเกินจริง นางร้ายร้ายจนไม่น่าเชื่อ และความขัดแย้งรุนแรงที่ถูกเร่งให้ปะทุในไม่กี่วินาทีแรกของคลิป เพื่อแย่งชิงความสนใจจากนิ้วที่พร้อมจะปัดหน้าจีดไปคลิปถัดไปตลอดเวลา
ปัญหาคือ เมื่อเนื้อหาแบบนี้ถูกผลิตซ้ำไม่รู้จบ มันไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิง แต่ค่อยๆ กลายเป็นบทเรียนชีวิตฉบับย่อโดยไม่รู้ตัว เนื้อหาน้ำเน่าและดราม่าเอาสะใจที่เน้นการตอบโต้ด้วยความรุนแรง การเหยียดฐานะ และความคิดโลกสวยสุดโต่ง อาจปลูกฝังค่านิยมผิดให้ผู้ชม โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังขาดประสบการณ์ในโลกจริง สำนักงานด้านแผนเศรษฐกิจและสังคมเตือนชัดว่า การรับชมความรุนแรงในสื่อสามารถเสริมให้พฤติกรรมก้าวร้าวที่มีอยู่แล้วแสดงออกมากขึ้นได้เมื่อได้รับเนื้อหาลักษณะนี้ต่อเนื่อง

เมื่อความเร็วของจอมือถือแซงการเรียนรู้ของเด็กและผู้สูงวัย
จุดแข็งใหญ่ของละครแนวตั้งคือความเร็ว แต่ความเร็วแบบเดียวกันก็กลายเป็นจุดเสี่ยงต่อกลุ่มเปราะบาง เด็กและเยาวชนเติบโตมากับคอนเทนต์ที่ตัดต่อฉับไว แทบไม่มีช่องให้หยุดคิด เนื้อหาที่เล่าแบบลึกลับ กดดัน และหักมุมรัวๆ อาจทำให้แยกไม่ออกว่าอะไรคือเรื่องแต่ง อะไรคือพฤติกรรมที่ยอมรับได้ในชีวิตจริง หากดูโดยไม่มีผู้ใหญ่ช่วยอธิบาย เด็กอาจซึมซับมุมมองและค่านิยมแปลกๆ ไปตามเนื้อเรื่อง เช่น เชื่อว่าการใช้ความรุนแรงคือวิธีจัดการปัญหา หรือเชื่อว่าความสำเร็จต้องมาพร้อมการเหยียบคนอื่น
ด้านผู้สูงวัย ภาพเดิมที่เคยนั่งดูละครรวมกันในครอบครัวถูกแทนที่ด้วยการดูผ่านมือถือในมุมส่วนตัว ละครแนวตั้งกลายเป็นเพื่อนแก้เหงาในวันที่แทบไม่ได้คุยกับใคร ความสันโดษแบบนี้ทำให้ขาดการแลกเปลี่ยนมุมมอง เมื่อเจอคอนเทนต์โฆษณาแฝง เนื้อหาชวนเชื่อ หรือข้อความหลอกลวงก็ยิ่งแยกแยะยาก สำนักงานด้านแผนเศรษฐกิจและสังคมชี้ว่า มิจฉาชีพใช้กระแสละครแนวตั้งทำโฆษณาและลิงก์ปลอมอ้างว่าจะให้เงินหรือให้ดูตอนต่อไป เมื่อคลิกเข้าไปอาจถูกหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือโหลดแอปปลอมที่แฝงมัลแวร์ควบคุมเครื่องและเข้าถึงแอปธนาคารได้จากระยะไกล
ความกังวลของสภาพัฒน์: จะคุ้มไหมถ้าดราม่าดังแต่สังคมบาดเจ็บ
การขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในตลาดผู้ชมและผู้จ่ายเงินเพื่อคอนเทนต์ละครแนวตั้งระดับต้นๆ ของโลก ทำให้หลายคนมองเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่สำหรับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภาพที่เห็นกลับปะปนทั้งโอกาสและความเสี่ยง สภาพัฒน์มองว่าการเติบโตของละครแนวตั้งมาพร้อมความท้าทายที่ไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะผลต่อเด็ก เยาวชน และผู้สูงวัยที่อาจไม่ได้มีภูมิคุ้มกันด้านการรู้เท่าทันสื่อเพียงพอ
ความกังวลสภาพัฒน์ไม่ได้อยู่ที่ตัวรูปแบบแนวตั้ง แต่อยู่ที่เนื้อหาไม่เหมาะสมที่ถูกอัดแน่นเพื่อแข่งเรตติ้ง การป้อนภาพความรุนแรง การเหยียดฐานะ หรือภาพชีวิตหรูหราฉับพลันซ้ำไปซ้ำมา อาจทำให้คนดูบางกลุ่มรู้สึกว่าชีวิตจริงของตนด้อยค่า หรือมองโลกด้วยกรอบสุดโต่งกว่าเดิม สภาพัฒน์ยังเตือนถึงการใช้กระแสละครแนวตั้งของมิจฉาชีพผ่านโฆษณาและลิงก์ปลอมบนโซเชียลมีเดียที่ล่อให้คนกดด้วยข้อเสนอเรื่องเงินหรือการดูตอนต่อไป ซึ่งเสี่ยงต่อทั้งข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สินของประชาชน

โตแรงแต่ต้องโตให้ถูกทาง: ทางออกอยู่ที่เนื้อหาและการรู้เท่าทันสื่อ
แม้จะมีข้อกังวล แต่ละครแนวตั้งก็ไม่ใช่ตัวร้ายโดยตัวมันเอง ตรงกันข้าม หากใช้ให้ถูกทาง มันคือสนามทดลองเรื่องเล่าใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมบันเทิง เปิดพื้นที่ให้ผู้สร้างหน้าใหม่ นักเขียนบท นักแสดง และทีมงานได้ฝึกฝีมือในสเกลเล็กก่อนขยับไปงานใหญ่ สภาพัฒน์เองก็ยอมรับว่าตลาดละครแนวตั้งมีศักยภาพ และการที่ผู้ชมมีกำลังซื้อพร้อมสนับสนุน คือโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่ควรถูกปิดกั้น
คำถามจึงไม่ใช่จะหยุดละครแนวตั้งหรือไม่ แต่คือจะทำอย่างไรให้โตอย่างรับผิดชอบ หนึ่งคือเปิดให้กลไกตลาดและผู้ผลิตขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์เต็มที่ โดยให้รัฐกำกับเฉพาะประเด็นที่เสี่ยงกระทบสิทธิหรือความปลอดภัยของประชาชน เพื่อไม่บั่นทอนเสรีภาพเชิงศิลปะ อีกด้านที่สำคัญยิ่งกว่าคือการยกระดับการรู้เท่าทันสื่อในระบบการศึกษาและในครอบครัว ให้เด็กเรียนรู้ที่จะตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็นบนจอ และให้ผู้สูงวัยมีทักษะตรวจสอบแหล่งข้อมูลและหลีกเลี่ยงลิงก์หรือแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะในยุคที่ละครแนวตั้งติดท็อป 6 โลก ความสนุกบนจอจะปลอดภัยได้ก็ต่อเมื่อคนดูแข็งแรงทั้งในเชิงเนื้อหาและสติปัญญา







