ฟิตเนสคือค้าปลีกแบบใหม่ ใครช้าเท่ากับหลุดจากกระแสสุขภาพ
กระแสฟิตเนสและเวลเนสเพื่อสุขภาพหมายถึงการที่ผู้บริโภคหันมาใช้เงิน เวลา และข้อมูลของตนเองกับกิจกรรมออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกาย และบริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ทั้งภายในยิม ร้านอุปกรณ์กีฬา และศูนย์การค้าที่ออกแบบให้เป็นจุดหมายด้านสุขภาพแบบครบวงจรเชื่อมต่อชีวิตประจำวัน
มุมมองเชิงความเห็นคือ วันนี้ฟิตเนสไม่ใช่ธุรกิจบริการรายเดือน แต่กลายเป็นธุรกิจค้าปลีกไลฟ์สไตล์เต็มตัว ร้านฟิตเนส ขยายสาขา เพื่อแย่งชิงสิทธิ์เป็น “ระบบนิเวศสุขภาพ” ประจำตัวลูกค้าใครควบคุมจุดที่คนไปวิ่ง ช้อป ออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพได้ครบ ย่อมกลายเป็นประตูแรกของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด ศูนย์การค้ารายใหญ่รายหนึ่งเดินหน้าแนวคิด Happy & Healthy Mall ยกระดับจากแค่พื้นที่ช้อปปิงเป็นพื้นที่ความสุขของชุมชน ผ่านเสาหลักด้าน Food Lifestyle Wellness และ Sustainability พร้อมชูแนวคิด “กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” ครอบคลุม 5 เจเนอเรชันตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยเก๋า ทำให้ศูนย์เหล่านี้เริ่มหน้าตาเหมือนคอมมูนิตี้ฟิตเนสมากกว่าศูนย์รวมร้านค้าแบบเดิม

ซูเปอร์สปอร์ต รีโนเวตสโตร์ ดันอุปกรณ์กีฬา ขายปลีก เป็นประสบการณ์ครบวงจร
ฝั่งอุปกรณ์กีฬา ขายปลีก รายใหญ่อย่างซูเปอร์สปอร์ตเลือกจะไม่แข่งด้วยจำนวนสาขา แต่แข่งด้วยคุณภาพประสบการณ์ในร้าน บริษัททุ่มงบรีโนเวตสโตร์ภายใต้คอนเซ็ปต์สโตร์ 3.0 ในหลายสาขาหลัก พร้อมเดินแผนปรับโฉมสาขาอื่นต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิงในร้านที่ยังเป็นช่องทางหลักของลูกค้า และตั้งเป้าผลักดันรายได้ให้ไปถึง 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2026 จุดต่างสำคัญคือการทำให้ร้านไม่ใช่แค่ “ที่ขายของ” แต่เป็นสนามทดลองเล่น เพื่อให้ลูกค้าได้ทดสอบรองเท้า วิ่งบนลู่วิ่ง และลองอุปกรณ์ก่อนซื้อ เครื่อง 3D Scan จากเซฟไซส์ที่ใช้ AI ประเมินรูปเท้าและ Pressure Plate วิเคราะห์ท่าวิ่ง จะถูกติดตั้งใน 20 สาขาภายในปี 2567 นี่คือการใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ฟิตเนส ค้าปลีก เพื่อผูกประสบการณ์ก่อนการออกกำลังกายไว้กับแบรนด์เดียว
World Gym กับกลยุทธ์ Big Box 888 บาท บุกตลาดแมสเต็มตัว
การมาของ World Gym คือแรงเขย่าตลาดฟิตเนสเต็มรูปแบบ แบรนด์ที่เริ่มต้นจากตำนาน Muscle Beach Venice Beach ในปี 1976 และเติบโตผ่านระบบแฟรนไชส์ไปทั่วโลก กำลังปักหมุดเปิดตลาดในประเทศนี้อย่างเป็นทางการด้วยกลยุทธ์ Big Box 888 บาท โมเดลของพวกเขาคือยิมขนาดใหญ่ 3,000–4,000 ตารางเมตร อัดแน่นด้วยอุปกรณ์สเปกสูง ตั้งราคาสมาชิกเริ่มต้นเพียง 888 บาทต่อเดือน พร้อมเว้นค่าแรกเข้า และใช้จำนวนสมาชิกจำนวนมากมาถัวเฉลี่ยต้นทุน เพื่อลดสิ่งไม่จำเป็นและทำให้บริการระดับพรีเมียมเข้าถึงง่ายขึ้น ในเมื่ออัตราการเข้าถึงฟิตเนสของคนยังอยู่ระดับเพียง 3% เมื่อเทียบกับตลาดอื่น ผู้เล่นที่กล้าลดราคาแบบแมสย่อมมีโอกาสปิดดีลลูกค้าหน้าใหม่จำนวนมาก
สิ่งที่ทำให้เกมร้อนแรงขึ้นคือแผนโรดแมปที่ชัดเจน สาขาแรกที่สำโรงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น World Gym วางเป้าปักหมุดให้ครบ 6 สาขาภายใน 18 เดือน โดยสาขาที่สองจะเปิดช่วงปลายปี 2026 และจะขยายสาขาใหม่ทุก 3–4 เดือน เมื่อร้านฟิตเนส ขยายสาขาเร็วขนาดนี้ คู่แข่งดั้งเดิมที่พึ่งพาสัญญาระยะยาวราคาแพงจะถูกบีบให้ต้องคิดใหม่ทั้งเรื่องราคาและคุณค่าที่ให้กับสมาชิก

Absolute Group และ SEARA ดันแนวคิด Longevity และ Data-Driven Wellness
อีกด้านหนึ่งของตลาดสุขภาพ เติบโต มาจากเทรนด์ Longevity และ Recovery ที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการออกกำลังกายจาก “เผาผลาญ” เป็น “อยู่ให้ดีและนาน” Absolute Group มองเห็นโอกาสนี้จึงรีแบรนด์จากสตูดิโอบูติกไปสู่แนวคิด Movement & Recovery เพิ่มบริการอย่าง Red Light Therapy และ Contrast Therapy เพื่อช่วยการฟื้นฟูร่างกาย และเดินหน้าสร้างแบรนด์ใหม่ BELFINN Wellness Club ขนาดกว่า 1,600 ตารางเมตรในโครงการระดับพรีเมียม ตั้งเป้าเปิดให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ภายใต้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในขณะที่ SEARA เลือกอีกเส้นทางด้วยการผสานข้อมูลเข้ากับฟิตเนส บริษัทได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย SECA Tru รายเดียวในประเทศ และเดินหน้ากลยุทธ์ Data-Driven Wellness Marketing เพื่อพลิกโฉมวงการ
การนำเทคโนโลยี Bioelectrical Impedance Analysis มาตรฐานวิศวกรรมเยอรมันของ SECA มาผสานกับเครือข่ายจัดจำหน่ายของ SEARA ช่วยตอบโจทย์ Hyper-personalization ในภาค Wellness ที่โตเร็ว โดยเปลี่ยนจากการขายฮาร์ดแวร์เป็นการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแม่นยำ นี่คือการขยับจากการตลาดที่อาศัยคำสัญญา ไปสู่ Evidence-based Fitness Marketing และแนวคิด Prescriptive Wellness ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการออกแบบโปรแกรมเฉพาะคนและรักษาสมาชิกได้ดีขึ้น เมื่อข้อมูลถูกใช้เป็นเครื่องมือหลัก แบรนด์ที่ยังยึดติดกับการขายแพ็กเกจแบบเหมารวมจะค่อยๆ เสียความเกี่ยวข้องในสายตาผู้บริโภคยุคใหม่

ศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้ฟิตเนส ใครครองไลฟ์สไตล์ได้ก่อนคือผู้ชนะ
ศูนย์การค้ารายใหญ่มองไกลกว่าแค่ร้านเช่า ด้วยการสร้าง Wellness Community ผ่านกิจกรรม Lotus’s Run Club คลาสเต้นแอโรบิก คลาสออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพ และเวิร์กช็อปด้าน Wellness เพื่อให้ลูกค้าและคนในชุมชนเข้าร่วม และสร้างแรงบันดาลใจให้การดูแลสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดแคมเปญ “ภารกิจฟิตแอนด์เฟิร์ม” ร่วมกับพันธมิตรยิม ชวนลูกค้ารวมทีมสามคนเข้าร่วมชาเลนจ์ 10 สัปดาห์ วัดผลจาก Body Fat Percentage และลุ้นสิทธิ์สมาชิกฟิตเนสฟรีและบัตรกำนัลของศูนย์ การขับเคลื่อนด้าน Wellness ภายใต้แนวคิด Happy & Healthy Mall คือการเชื่อมโยงกิจกรรม พื้นที่ ร้านค้า บริการ และพันธมิตรเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับศูนย์การค้าใกล้บ้านสู่ Everyday Wellness Destination ที่ช่วยให้คน “กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” ได้ทุกวัน เมื่อฟิตเนสกลายเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การค้า ร้านฟิตเนส ขยายสาขา จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนยิม แต่คือการยึดพื้นที่ไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัย







