จากดีสเคานต์สโตร์สู่แพลตฟอร์ม IP: เกมใหม่ของ Miniso กับ Yoyo

จากดีสเคานต์สโตร์สู่แพลตฟอร์ม IP: เกมใหม่ของ Miniso กับ Yoyo
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

ของเล่นศิลปะที่สะสม: จากสินค้าเล็กๆ สู่จักรวาล IP ระดับโลก

ของเล่นศิลปะที่สะสมคือคาแรกเตอร์ดั้งเดิมที่ถูกออกแบบให้มีเรื่องราว เอกลักษณ์ และชุมชนแฟนคลับรองรับ ซึ่งเชื่อมโยงการซื้อสินค้าเข้ากับประสบการณ์ การแสดงตัวตน และความรู้สึกเป็นเจ้าของ ทำให้แบรนด์สามารถขยายจากการขายผลิตภัณฑ์เดี่ยวๆ ไปสู่การสร้างจักรวาล IP ที่ต่อยอดได้ทั้งคอลเลกชัน สินค้าไลฟ์สไตล์ และการร่วมงานกับศิลปินหรือแบรนด์อื่นในหลายประเทศอย่างเป็นระบบ.

การปรับวิสัยทัศน์ของแบรนด์เอเชีย Miniso ชี้ชัดว่าเกมค้าปลีกยุคใหม่ไม่ใช่เรื่องของราคาถูก แต่เป็นเรื่องของอำนาจทางวัฒนธรรมและแพลตฟอร์ม IP ทั่วโลกที่ต่อยอดไม่รู้จบ เมื่อฝั่ง Pop Mart มี Labubu เป็นดาวเด่นในโลกของเล่นศิลปะที่สะสม ฝั่ง Miniso ก็ตอบโต้ด้วยการปั้น Yoyo ตัวละครสะสมของตัวเองอย่างจริงจังเพื่อหนีสงครามราคาและสร้างคุณค่าเชิงอารมณ์ให้แบรนด์ นี่คือการประกาศว่ารีเทลจากเอเชียตั้งใจจะสร้างจักรวาลคาแรกเตอร์ของตน ไม่ใช่แค่เป็นร้านของถูกอีกต่อไป.

จากดีสเคานต์สโตร์สู่แพลตฟอร์ม IP: เกมใหม่ของ Miniso กับ Yoyo

Yoyo: อาร์ตทอยที่ปั้นแบรนด์ให้กลายเป็นแพลตฟอร์ม IP ทั่วโลก

Yoyo ไม่ได้เป็นแค่ตุ๊กตาเด็กหญิงแก้มกลมผมทรงฟักทอง แต่มันคือสัญลักษณ์ของการยกระดับ Miniso จากดีสเคานต์สโตร์ไปสู่ผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม IP ทั่วโลก คาแรกเตอร์ถูกออกแบบให้สดใส อยากรู้อยากเห็น และมอบความผ่อนคลาย จับคู่กับการเปิดให้ลูกค้า DIY ใส่สิ่งของในมือของ Yoyo เอง เพื่อสร้างความผูกพันกับตัวละครอย่างตรงไปตรงมา แนวคิดนี้พลิกหน้าร้านให้กลายเป็นพื้นที่เล่น สนุก และแสดงตัวตน มากกว่ามุมวางของราคาถูก.

Miniso เลือกผลักดัน Yoyo เป็นดาวเด่นเพราะตัวละครสะสมนี้พิสูจน์แล้วว่ามีพลังเชิงธุรกิจ หลังเปิดตัวกับแบรนด์ในปี 2025 Yoyo สามารถทำยอดขายระดับโลกได้ต่อเนื่องจากการจำหน่ายใน 120 ประเทศ และยิ่งโตขึ้นเมื่อมีการคอลแลบกับ Toy Story ซึ่งตอกย้ำว่า IP ดั้งเดิมสามารถเสริมกันกับ IP ระดับโลกเพื่อสร้างกระแสและความน่าเชื่อถือได้ “สิ่งที่ Miniso โฟกัสคือการเรียนรู้และพัฒนา IP ของตนเองให้ดีที่สุด เพื่อให้ตลาดและผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสิน” คือคำประกาศวิธีคิดที่ไม่ยอมเป็นแค่ผู้ถือสิทธิ์ แต่จะเป็นผู้สร้างจักรวาลคาแรกเตอร์ของตน.

จากดีสเคานต์สโตร์สู่แพลตฟอร์ม IP: เกมใหม่ของ Miniso กับ Yoyo

การรุก Labubu และศึกอำนาจวัฒนธรรมของแบรนด์เอเชีย

การที่ Miniso ตั้งเป้าปั้น Yoyo ให้ “เหมือน Labubu ในเวอร์ชันของตนเอง” คือการยอมรับตรงๆ ว่าศึกของเล่นศิลปะที่สะสมกำลังเป็นสงคราม IP ระหว่างแพลตฟอร์มรีเทลจากเอเชีย Labubu ของ Pop Mart ไม่ใช่แค่ตัวละครดัง แต่เป็นศูนย์กลางของชุมชนคนต่อแถวซื้อบลายด์บ็อกซ์ และเป็นต้นแบบที่ทำให้ Miniso เห็นว่าการถือ IP ที่แข็งแรงสามารถสร้างรายได้และอำนาจทางวัฒนธรรมได้มหาศาล.

อีกด้านหนึ่ง แบรนด์จีนจำนวนมากกำลังใช้ทั้ง IP ทางวัฒนธรรมและพลังของชุมชนคนเชื้อสายจีนในต่างประเทศเพื่อขยายตลาด เช่น Pop Mart ออกแบบ Labubu รุ่นลิมิเต็ดเฉพาะภูมิภาคอย่าง Merbubu ที่ผสมตัวละครกับสัญลักษณ์เมอร์ไลออนของสิงคโปร์ เพื่อเชื่อมกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ขณะเดียวกัน เครือข่ายคนเชื้อสายจีนช่วยแบรนด์อย่าง Heytea และ Mixue ชิงพื้นที่ค้าปลีกและความเข้าใจวัฒนธรรมในประเทศต่างๆ ได้เร็วกว่าคู่แข่ง แต่แนวทางนี้ก็มีข้อจำกัด เมื่อผู้บริโภคที่ไม่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมจีนไม่มองแบรนด์เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ทำให้การรักษาอิทธิพลในระยะยาวไม่ง่าย.

จากดีสเคานต์สโตร์สู่แพลตฟอร์ม IP: เกมใหม่ของ Miniso กับ Yoyo

จากสินค้าไปสู่ประสบการณ์: เมื่อคาแรกเตอร์กลายเป็นตัวตนของผู้บริโภค

เกมใหม่ของตลาดไลฟ์สไตล์ไม่ใช่การจัดชั้นวางให้เต็ม แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์และตัวตนให้แฟนๆ ของ IP รู้สึกว่า “นี่คือฉัน” Yoyo เปิดพื้นที่ให้ลูกค้า DIY ใส่ของในมือ ทำให้แต่ละตัวไม่เหมือนกันและสะท้อนตัวตนผู้ถือครอง ขณะที่รูปแบบร้านอย่าง Miniso Friends เน้นการแสดงกองทัพสินค้า IP และบลายด์บ็อกซ์เพื่อดึงกลุ่ม Gen Z เข้ามาร่วมเล่น ร่วมสะสม มากกว่ามาซื้อของแบบผ่านๆ รีเทลจึงกำลังเปลี่ยนจากบทบาทผู้ขายสินค้าไปเป็นผู้ดูแลคอมมูนิตี้แฟนคาแรกเตอร์.

ในภาพกว้าง ของเล่นศิลปะที่สะสมคือการย้ายศูนย์กลางจาก “สินค้า” ไปสู่ “ประสบการณ์และอัตลักษณ์” แบรนด์ใช้คาแรกเตอร์ IP เป็นจุดเชื่อมต่อให้เกิดการคอลแลบกับศิลปินท้องถิ่น การจัดอีเวนต์ และการออกแบบเวอร์ชันเฉพาะภูมิภาค เช่น Labubu Merbubu หรือแผนของ Mixue ที่สร้างเมนูเฉพาะตลาด เมื่อทุกอย่างถูกออกแบบให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและความรู้สึกของผู้บริโภค สินค้าจึงถูกซื้อเพราะความหมาย ไม่ใช่เพราะราคา นี่คือเหตุผลว่าทำไมแบรนด์เอเชียกำลังเทน้ำหนักจากดีไซน์สินค้าไปสู่การสร้างตัวตนร่วมกับลูกค้า.

จากดีสเคานต์สโตร์สู่แพลตฟอร์ม IP: เกมใหม่ของ Miniso กับ Yoyo

อนาคตของ Miniso และศึกสร้างจักรวาล IP จากเอเชีย

หากมองไปข้างหน้า จะเห็นว่า Miniso ไม่คิดหยุดแค่ Yoyo แบรนด์ตั้งใจไม่เสี่ยงดวงกับคาแรกเตอร์เดียว แต่ปล่อย IP หลายตัวพร้อมกัน ทั้งจากทีมออกแบบภายในอย่าง Miniso Family และจากความร่วมมือกับศิลปินที่มีผลงานชัดเจน เช่น Kumamaru และ Carrot Street ให้ตลาดเป็นผู้คัดเลือกว่าตัวไหนจะฝ่าวงล้อมขึ้นมาเป็นหัวหอกของแพลตฟอร์ม IP พร้อมกันนั้นก็ใช้การคอลแลบกับ IP ระดับโลกเป็นสะพานสร้างกระแสในวงกว้างและยกระดับความน่าเชื่อถือของ Own IP.

เป้าหมายระยะยาวคือการเพิ่มจำนวน Own IP จากประมาณ 10 ตัวเป็น 30 ตัวในปี 2027 และเดินหน้าสร้าง IP รวม 100 ตัวเพื่อส่งออกสู่ตลาดทั่วโลก การขยายสาขาและเปิดแฟลกชิปรูปแบบใหม่อย่าง Miniso Land ที่รวมอาณาจักร IP ทุกประเภทไว้นั้นสะท้อนชัดว่าแบรนด์มองร้านเป็นแพลตฟอร์มประสบการณ์ ไม่ใช่แค่จุดขายของ ขณะเดียวกัน แผนปรับ IP ให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นและการร่วมงานกับศิลปินในแต่ละประเทศ เป็นคำตอบต่อข้อกังวลเรื่องการครอบงำทางวัฒนธรรมที่แบรนด์จีนกำลังเผชิญอยู่ ศึกครั้งต่อไปจึงไม่ใช่แค่ใครขายของได้มากกว่า แต่เป็นใครสร้างจักรวาล IP ที่ผู้คนรู้สึกอยากอยู่ด้วยในชีวิตประจำวัน.

จากดีสเคานต์สโตร์สู่แพลตฟอร์ม IP: เกมใหม่ของ Miniso กับ Yoyo

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!