ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตลาดคอนโดไม่สะดุด ทำไมผู้พัฒนาเบอร์ใหญ่ยังกล้ารุก

ตลาดคอนโดไม่สะดุด ทำไมผู้พัฒนาเบอร์ใหญ่ยังกล้ารุก
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คอนโดโตสวนเศรษฐกิจ: สินค้าดีและแบรนด์ชัดชนะเกมตลาด

ตลาดคอนโดไทย 2569 คือภาพสะท้อนการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ของผู้พัฒนาโครงการที่เลือกขยับสวนกระแสเศรษกิจ โดยเน้นโครงการที่มีคุณภาพ ทำเลตรงความต้องการผู้อยู่อาศัย และใช้แบรนด์คอนโดพรีเมียมกรุงเทพควบคู่กับโครงการระดับ Medium ถึง Affordable เพื่อจับดีมานด์ทั้งคนอยู่อาศัยจริงและนักลงทุน แม้เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก แต่ตัวเลขยอดขายและยอดโอนของผู้เล่นเบอร์ใหญ่กลับเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าตลาดไม่ได้หดตัวเท่าความรู้สึก หากแต่กำลังคัดกรองเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและสร้างมูลค่าในระยะยาว. กรณีของแสนสิริจึงไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่เป็นตัวอย่างชัดว่าธุรกิจอสังหาฯเติบโตได้เมื่อเข้าใจดีมานด์แท้จริงมากกว่าพึ่งดัชนีเศรษฐกิจภาพใหญ่ เพราะบริษัทประกาศว่าธุรกิจคอนโดเติบโตสวนทิศทางตลาดด้วยยอดขาย Presale 25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อนหน้า และยอดโอน 14,500 ล้านบาทสูงสุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์. นี่คือคำตอบเชิงตัวเลขว่าตลาดไม่ได้ตาย แต่กำลังแยกแยะว่าใครให้คุณค่าได้มากกว่ากัน

ตลาดคอนโดไม่สะดุด ทำไมผู้พัฒนาเบอร์ใหญ่ยังกล้ารุก

ตัวเลขเติบโตแรง แผนรุกปี 2569 และโครงสร้างดีมานด์จริง

เมื่อมองลึกลงไปในโครงสร้างดีมานด์ จะเห็นว่าการเติบโต 35% ของ Presale ที่ระดับ 25,000 ล้านบาท และยอดโอน 14,500 ล้านบาทที่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มอสังหาฯ ไม่ได้มาจากการขายฝัน แต่จากการตอบโจทย์ตลาดหลักคือคอนโดกลุ่ม Medium ถึง Affordable ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ปิดการขายได้หมด 13 โครงการ มูลค่ารวม 9,610 ล้านบาทในปีเดียว. ผู้ซื้อกลุ่มนี้คือเรียลดีมานด์ที่ต้องการอยู่จริง จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพอาคาร การออกแบบพื้นที่ และระบบบริการมากกว่าดีลการตลาดระยะสั้น. ฝั่งปัจจัยมหภาค ตลาดคอนโดไทย 2569 ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ตั้งแต่แรงกดดันเศรษฐกิจไปจนถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ต่อปีนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินของผู้ซื้อและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่อง. กล่าวอีกแบบ ผู้พัฒนาที่กล้ารุกในจังหวะที่ต้นทุนเงินถูกลงและดีมานด์ยังแข็งแรง ย่อมมีโอกาสล็อกส่วนแบ่งตลาดล่วงหน้าก่อนคู่แข่งที่ยังลังเล

ตลาดคอนโดไม่สะดุด ทำไมผู้พัฒนาเบอร์ใหญ่ยังกล้ารุก

จากกรุงเทพถึงเมืองท่องเที่ยว: กลยุทธ์กระจายทำเลและเซกเมนต์

สิ่งที่ทำให้แสนสิริแตกต่างในตลาดคอนโดไทย 2569 ไม่ใช่แค่ขนาดของแผน แต่คือวิธีคิดเรื่องการกระจายความเสี่ยงและจับโอกาสใหม่อย่างเป็นระบบ บริษัทเตรียมเปิดตัวคอนโดใหม่ 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และตั้งเป้ายอดขายคอนโด 23,000 ล้านบาท พร้อมเป้ายอดโอนที่ 17,500 ล้านบาท โดยมีคอนโดพร้อมโอนและรอรับรู้รายได้ในมือกว่า 20,000 ล้านบาทรองรับ. แนวทางนี้คือการรุกแบบ Speed to Market ใช้ความพร้อมของสินค้าค้างโอนเป็นฐานรายได้ แล้วใช้โครงการใหม่เสริมการเติบโต. ด้านทำเล กลยุทธ์ Strategic Expansion & Partnership เน้นขยายโครงการทั้งคอนโดพรีเมียมกรุงเทพและเมืองท่องเที่ยวศักยภาพ เช่น ภูเก็ต พัทยา หัวหิน รวมถึงเชียงใหม่และขอนแก่นที่มียอดขายและกระแสตอบรับดีจากทั้งลูกค้าภายในและต่างชาติ. แผนนี้ยังเสริมด้วยการร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Mitsui Fudosan และ Tokyu Development ในโครงการใหม่ในประเทศ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของโปรดักส์และลดความเสี่ยงด้านเงินลงทุนในช่วงเศรษฐกิจผันผวน

ตลาดคอนโดไม่สะดุด ทำไมผู้พัฒนาเบอร์ใหญ่ยังกล้ารุก

ขึ้นหมากระดับบน: พรีเมียม บรนด์ไอคอน และการล่า HNWIs

การเติบโตของธุรกิจอสังหาฯเติบโตไม่ได้เกิดจากยอดขายเซกเมนต์กลางเพียงอย่างเดียว ฝั่งตลาดบน แสนสิริเดินหน้ากลยุทธ์ THE LUXURY & ICONIC REINFORCEMENT ส่งมอบโครงการพร้อมอยู่กลุ่ม Premium รวม 5 โครงการ มูลค่า 14,800 ล้านบาท ตั้งแต่แบรนด์ Via 3 โครงการ (Via 34, Via 61, Via ARI) ไปจนถึง SHUSH Ratchathewi และ The Standard Residences Hua Hin ที่จับเรียลดีมานด์กลุ่มที่ต้องการสินค้าคุณภาพระดับสูง. พร้อมกันนั้น บริษัทนำแบรนด์ XT ซึ่งมีภาพจำชัดเจนกลับมาทำตลาดอีกครั้งด้วย XT 10 EKKAMAI เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่. ในระดับลักซ์ชัวรีที่สุด คู่เดินเกมสำคัญคือการจับมือกับโนมูระ เรียลเอสเตท พัฒนา THE MONUMENT SATHON บนสาทร ซอย 10 ซึ่งเป็นการคืนชีพแบรนด์ระดับ Legacy หลังห่างหายกว่า 10 ปี โครงการนี้ถูกวางตำแหน่งเป็น Rare Freehold และ New Luxury Living มี 185 ยูนิต สูง 29 ชั้น ราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาทไปจนถึงระดับ 150 ล้านบาท รวมถึงเพนต์เฮาส์ขนาด 240–303 ตารางเมตรที่มีเพียง 2 ยูนิตเท่านั้น. ความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้มองแค่ยอดขาย แต่ชัดเจนว่าตั้งใจเจาะกลุ่ม HNWIs ที่ต้องการทรัพย์สินเพื่อส่งต่อข้ามเจเนอเรชัน

ตลาดคอนโดไม่สะดุด ทำไมผู้พัฒนาเบอร์ใหญ่ยังกล้ารุก

คุณภาพ การอยู่อาศัย และความหมายต่อผู้ซื้อยุคใหม่

เมื่อแยกแยะมากกว่าตัวเลข จะเห็นว่าหัวใจของกลยุทธ์คือการยึดแนวคิด Future Living & Community Evolution ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความปลอดภัย เปลี่ยนนิยามคอนโดจากที่อยู่อาศัยเป็นระบบนิเวศของการดูแล Well-being ระยะยาว ครอบคลุมทั้งอากาศ น้ำ แสงธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว โซน Pet-friendly และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงด้วยเทคโนโลยีอย่าง LIV-24. สำหรับคนซื้อยุคนี้ ความสบายใจจากการอยู่จริงสำคัญไม่แพ้มูลค่าขายต่อ. ระดับลักซ์ชัวรีอย่าง THE MONUMENT SATHON แนวคิดนี้ยิ่งชัดเจน แสนสิริออกแบบภายในให้เป็นการผสมผสานงานศิลปะ งานฝีมือ และ Design Objects ที่ผ่านการคัดเลือกตั้งแต่วัสดุ การวางลวดลาย การจัดเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงของสะสมที่มีเรื่องราวในตัวเอง ทั้งหมดถูกเสนอในฐานะ “ศิลปะสำหรับการอยู่อาศัย” มากกว่าการตกแต่งเพื่อความหรูหราเฉยๆ. ข้อเท็จจริงนี้บอกเราว่าเกมใหม่ของตลาดคอนโดไม่ได้แข่งกันที่จำนวนยูนิต แต่แข่งกันที่การสร้างคุณค่าให้การใช้ชีวิตที่ผู้ซื้อสัมผัสได้ทุกวัน

ตลาดคอนโดไม่สะดุด ทำไมผู้พัฒนาเบอร์ใหญ่ยังกล้ารุก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!