นิยามใหม่ของการฉลองครบรอบแบรนด์ MUSE ครบรอบ 9 ปี
แคมเปญ “9 Years with Love, MUSE” คือการฉลองครบรอบแบรนด์ที่ใช้จดหมายรักและประสบการณ์ป๊อปอัพเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องการเดินทางของ MUSE ตลอด 9 ปี แบรนด์ไม่ได้มองงานครบรอบเป็นเพียงกิจกรรมการตลาด แต่เป็นโอกาสในการทบทวนตัวตน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยเคสโทรศัพท์ ไปจนถึงการก้าวสู่การเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทยที่ผู้ใช้ผูกพันในชีวิตประจำวัน แบรนด์ MUSE ครบรอบ 9 ปีจึงถูกเล่าผ่านทั้งคำขอบคุณ ด้านดีไซน์ และพื้นที่จริงที่ชวนให้ลูกค้ากลับมาสัมผัสความหมายของการเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ หัวใจของการฉลองครั้งนี้ คือการประกาศว่าการเติบโตของ MUSE เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้มากกว่าตัวสินค้า การเลือกใช้คอนเซ็ปต์ Love Letter จึงสะท้อนชัดว่าพวกเขาให้เครดิตกับคนที่เดินทางร่วมมาด้วย มากกว่าจะพูดถึงความสำเร็จของตัวเองเพียงฝ่ายเดียว

จาก Card Holder Phone Case สู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทยเต็มรูปแบบ
เรื่องเล่าของ MUSE เริ่มจากปัญหาในชีวิตจริงของผู้ก่อตั้ง เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนะโชติ ที่ไม่อยากพกกระเป๋าเวลาออกไปข้างนอก จนกลายเป็น Card Holder Phone Case เคสโทรศัพท์ที่ใส่บัตรได้ ซึ่งยังคงเป็นชิ้นสำคัญในประวัติแบรนด์ การที่เจ้าของแบรนด์เริ่มต้นจากการเก็บสต๊อก แพ็ก และจัดส่งสินค้าเอง ทำให้ MUSE มีรากฐานจากความเข้าใจผู้ใช้ระดับชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ภาพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อเวลาผ่านไป MUSE ค่อยๆ ขยับจากแบรนด์เคสโทรศัพท์ สู่การเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทยที่รวม Accessories แฟชั่น และของใช้ในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด Fashion x Function ที่ชัดเจน ดีไซน์สีสันสดใส หนังวีแกน และบริการ Personalization ทำให้ไอเทมไม่ใช่แค่ของใช้ แต่เป็นพื้นที่ให้ผู้ใช้ใส่ตัวตนลงไปตามแนวคิด “Be you, be your own MUSE” การเติบโตแบบนี้แสดงให้เห็นว่าการเริ่มจากสินค้าชิ้นเล็ก แต่มีวิสัยทัศน์เรื่องประสบการณ์ผู้ใช้ สามารถต่อยอดสู่ระบบนิเวศไลฟ์สไตล์ได้จริง

ป๊อปอัพ MUSE on the move ที่ COF AND COW ป๊อปอัป ไม่ใช่แค่การตั้งบูธ
การฉลองครบรอบแบรนด์ครั้งนี้ แบรนด์ MUSE ครบรอบ 9 ปีเลือกออกจากพื้นที่ร้านของตัวเอง แล้วไป Take Over COF AND COW สาขานางลิ้นจี่ ให้กลายเป็นโลกของ MUSE ผ่านป๊อปอัพ MUSE on the move ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2569 การตัดสินใจแบบนี้สะท้อนมุมมองใหม่ของไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทยที่ไม่ได้ยึดติดกับสโตร์แบบดั้งเดิม แต่ใช้ร้านกาแฟเป็นพื้นที่ประสบการณ์รวม ระหว่างสินค้า ไลฟ์สไตล์ และเวลาพักของผู้คน ภายในป๊อปอัป MUSE on the move ผู้ร่วมงานสามารถทดลองสินค้า ร่วมกิจกรรม Special Activation และใช้บริการ Personalization เพื่อเติมรายละเอียดเฉพาะตัวให้กับไอเทมของตัวเอง เมนูเครื่องดื่มและขนมจาก Collaboration ระหว่าง MUSE x COF AND COW ทำให้แบรนด์ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่บนชั้นวาง แต่เข้าไปอยู่ในรสชาติและโมเมนต์ของผู้คน พร้อม Sticker Photo Booth ที่ชวนเก็บภาพแทนความทรงจำมากกว่าการถ่ายเพื่อโพสต์อย่างเดียว นี่คือภาพของไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าใจว่าประสบการณ์มีหลายมิติ ทั้งการสัมผัส ใช้จริง และเวลาที่ใช้ร่วมกับคนอื่น

Love Letter และการเล่าเรื่องแบรนด์ผ่านประสบการณ์ร่วม
คอนเซ็ปต์ Love Letter ในแคมเปญ “9 Years with Love, MUSE” ไม่ได้เป็นเพียงธีมตกแต่ง แต่ถูกแปลเป็นประสบการณ์จริงในป๊อปอัพ ทั้งในบรรยากาศ การจัดแสดงสินค้า และกิจกรรมต่างๆ ทำให้เรื่องราว 9 ปีไม่ถูกเล่าผ่านข้อความยาวๆ บนผนัง แต่ผ่านการเดิน การเลือก และการลองใช้งานของผู้ร่วมงานเอง ที่น่าสนใจคือแบรนด์ตั้งใจให้ป๊อปอัพนี้เป็นพื้นที่สำหรับทั้งลูกค้าเก่าและคนที่เพิ่งรู้จัก MUSE ได้เข้ามา “เขียนบทใหม่ของความทรงจำไปพร้อมกับแบรนด์” ตามคำอธิบายของแคมเปญ ความหมายคือ MUSE ไม่มองผู้คนเป็นผู้บริโภคที่ต้องถูกป้อนเรื่องราวจากแบรนด์ฝ่ายเดียว แต่เห็นว่าทุกคนมีเรื่องเล่าของตัวเองที่อยากใส่ลงไปในไอเทม ตั้งแต่การสลักชื่อบนหนังวีแกน ไปจนถึงภาพใน Sticker Photo Booth การฉลองครบรอบแบรนด์จึงกลายเป็นงานที่สะท้อนว่าแบรนด์ไลฟ์สไตล์ยุคนี้ต้องเป็นผู้เปิดพื้นที่ให้ตัวตนของลูกค้า มากกว่าการย้ำตัวตนของแบรนด์อย่างเดียว

จากหน้าร้านสู่พาร์ตเนอร์และ MUSE Supply Co จุดเริ่มต้นของการขยายระบบนิเวศ
การเลือกจับมือกับ COF AND COW ผ่านป๊อปอัพ MUSE on the move คือสัญญาณชัดว่าการขยายรีเทลของ MUSE กำลังก้าวออกจากกรอบหน้าร้านแบบเดิม ไปสู่การใช้พื้นที่ของแบรนด์อื่นเป็นสนามทดลองประสบการณ์ร่วม แทนที่จะรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาในร้านของตัวเอง MUSE เลือกเดินเข้าไปหาพวกเขาในพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ ในเวลาเดียวกัน ปีที่ 9 ของแบรนด์ยังถูกใช้เป็นจุดต่อยอดธุรกิจผ่าน MUSE Supply Co บริการด้าน Brand Merchandise และ Corporate Gifting สำหรับองค์กรและแบรนด์ต่างๆ ที่นำความเชี่ยวชาญด้านการคัดเลือกสินค้า การออกแบบ และ Personalization ไปสร้างสินค้าที่เหมาะกับภาพลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ พร้อมบริการ On-site Personalization ให้ปั๊มชื่อหรือตัวอักษรย่อได้ภายในงาน ความเคลื่อนไหวนี้บอกเราว่า MUSE กำลังก้าวจากการเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทยสำหรับผู้บริโภคทั่วไป สู่การเป็นพันธมิตรด้านประสบการณ์และของขวัญสำหรับองค์กร แทบจะเป็นระบบนิเวศที่เชื่อมคน สินค้า และแบรนด์อื่นเข้าหากันผ่านดีไซน์และความหมาย







