ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

มหาวิทยาลัยและเทคยักษ์ใหญ่เร่งสร้างท่อส่งคนเก่งดูแลโครงสร้างพื้นฐาน AI

มหาวิทยาลัยและเทคยักษ์ใหญ่เร่งสร้างท่อส่งคนเก่งดูแลโครงสร้างพื้นฐาน AI
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

ทำไมท่อส่งคนเก่งด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI กลายเป็นยุทธศาสตร์ใหม่

ท่อส่งคนเก่งด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI คือกระบวนการเชื่อมต่อระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันฝึกอบรม และบริษัทเทคโนโลยี เพื่อฝึกอบรม AI วิศวกรและบุคลากรศูนย์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่หลักสูตร Data Center การเขียนโค้ดเชิงลึก ไปจนถึงการบริหารโครงการ เพื่อให้ได้ความสามารถ Deep Tech ที่ตอบโจทย์การลงทุนศูนย์ข้อมูล คลาวด์ และระบบปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาค สิ่งที่เห็นชัดคือการเร่งสร้างคนให้ทันเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ใช่แค่ผลิตโปรแกรมเมอร์เพิ่ม แต่สร้างวิศวกรที่เข้าใจทั้งโค้ดและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ถ้าไม่มีคนดูแลศูนย์ข้อมูลระดับ Tier III IV อุตสาหกรรม AI ก็ไปต่อไม่ได้ การแข่งขันในสมรภูมิ AI จึงไม่ใช่แค่โมเดลเก่ง แต่เป็นเรื่องของบุคลากรที่พร้อมรองรับการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วย

ดีลร่วมมือ สจล. – วสท. แปลงมาตรฐานวิศวกรรมเป็นหลักสูตร Data Center ใช้งานได้จริง

ตัวอย่างชัดของการสร้างท่อส่งคนเก่งคือการที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังผ่านศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตและวิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตและอุตสาหกรรม ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครหลักสูตรวิศวกรรมศูนย์ข้อมูล DCE และหลักสูตรบริหารโครงการศูนย์ข้อมูล DCPM รุ่นที่ 2 เพื่อตอบโจทย์การปฏิรูปอุดมศึกษาให้ผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI จุดน่าสนใจคือหลักสูตรถูกออกแบบตามมาตรฐาน วสท 022012 ประเภท 3 และ 4 ครอบคลุมการอบรม 20 วัน มีหน่วยกิตสะสม Credit Bank 4 หน่วย และ 72 PDU อ้างอิงมาตรฐานสากล Tier III IV ซึ่งส่งสัญญาณชัดว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้สอนทฤษฎีลอยๆ แต่ผูกเนื้อหากับมาตรฐานสนามจริงของศูนย์ข้อมูลที่รองรับคลาวด์และระบบ AI โดยตรง

โครงสร้างการเรียนก็บ่งบอกทิศทางใหม่ของอุดมศึกษา ภาคทฤษฎีอยู่ในมหาวิทยาลัย แต่ภาคปฏิบัติไปเรียนในสถานประกอบการ Data Center และ Cloud จริง ทำให้ผู้เรียนสัมผัสระบบไฟฟ้า เครื่องกล ระบบระบายความร้อน HVAC เครือข่าย และการประยุกต์พลังงานหมุนเวียนกับการออกแบบศูนย์ข้อมูล ไม่ใช่แค่จำสเปกบนกระดาษ สำหรับวิศวกรและผู้บริหารโครงการ หลักสูตร DCPMย้ำว่าการสร้างศูนย์ข้อมูลระดับ 3 และ 4 ต้องเข้าใจทั้งมาตรฐาน วสท ISO 22237 TIA 942 และ BICSI 002 ผลลัพธ์คือคนทำงานโครงการที่พูดภาษาเดียวกับมาตรฐานสากล ลดช่องว่างระหว่างวิศวกรในประเทศกับมาตรฐานของผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลระดับโลก และทำให้การดึงดูดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

คำพูดที่ควรจดจำจากการเปิดหลักสูตรนี้คือ "ศูนย์ข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาบุคลากรที่เข้าใจทั้งงานวิศวกรรมและการบริหารโครงการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรองรับการลงทุนและยกระดับขีดความสามารถของประเทศ" ซึ่งสะท้อนทิศทางชัดว่าการฝึกอบรม AI วิศวกรไม่ได้แยกจากงานโครงสร้างพื้นฐานอีกต่อไป

เมื่อเด็กแข่งโอลิมปิก AI คือสัญญาณว่าฐานคนเก่ง Deep Tech เริ่มก่อตัว

อีกด้านหนึ่งของท่อส่งคนเก่งโครงสร้างพื้นฐาน AI คือการสร้างฐานเยาวชนที่มีความสามารถ Deep Tech ระดับโลก ล่าสุดตัวแทนเยาวชนจากสถาบัน Harbour Space UTCC สามารถคว้าเหรียญเงินและทองแดงจากเวที Asia Pacific Olympiad in Artificial Intelligence และรางวัลชมเชยจาก International Olympiad in Artificial Intelligence ครั้งที่ 3 ซึ่งมีผู้แข่งขัน 466 คนจาก 108 ประเทศและดินแดน ทำให้ IOAI เป็นเวทีโอลิมปิกวิชาการขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก IMO โจทย์แข่งขันของเวทีเหล่านี้เน้น Machine Learning NLP และ Computer Vision ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้วิทยาการคอมพิวเตอร์ การเขียนโค้ดขั้นสูง และตรรกะคณิตศาสตร์เชิงลึกภายใต้เวลาจำกัด นี่คือการทดสอบความสามารถ Deep Tech แบบเข้มข้นที่อุตสาหกรรม AI ต้องการในคนทำงานตั้งแต่ระดับวิจัยไปจนถึงระดับปฏิบัติการศูนย์ข้อมูลที่รองรับโมเดลขนาดใหญ่

ที่สำคัญ เด็กที่ได้เหรียญไม่ได้เก่งขึ้นเองลอยๆ แต่ผ่านการฝึกอบรมกับ Leagues of Code และ Harbour Space UTCC รวมถึงการเข้าค่าย Tenerife Summer Camp ในสเปน ก่อนลงสนามแข่งขัน การฝึกอบรม AI วิศวกรรุ่นเยาว์จึงเกิดจากโมเดลร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและพันธมิตรต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เมื่อสถาบันการศึกษารับรู้ว่าการแข่งขัน AI โอลิมปิกกลายเป็นสนามชี้วัดศักยภาพเชิงเศรษฐกิจของประเทศ การลงทุนสร้าง Deep Tech Talent ก็ไม่ใช่เรื่องวิชาการอย่างเดียว แต่เป็นการวางหมากให้ภูมิภาคสามารถเสนอคนทำงานที่เข้าใจทั้งโค้ดและโครงสร้างพื้นฐานให้กับบริษัทเทคขนาดใหญ่ที่กำลังมองหาที่ตั้งศูนย์ข้อมูลและศูนย์วิจัยใหม่

ประโยคที่สะท้อนภาพรวมการแข่งขันได้คมชัดคือ "ท่ามกลางกระแสการแข่งขันอย่างดุเดือดในสมรภูมิปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ซึ่งกำลังกลายเป็นตัวแปรชี้วัดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ" ซึ่งทำให้การสร้างคนเก่ง Deep Tech ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่ในเกมเศรษฐกิจยุคใหม่

โมเดลร่วมมือมหาวิทยาลัย–องค์กรวิชาชีพ–บิ๊กคอร์ป กุญแจดึงดูดงาน AI โครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อมองภาพรวม การเกิดขึ้นของหลักสูตร Data Center ที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานวิศวกรรม และการฝึกฝนเยาวชนให้แข่งโอลิมปิก AI คือสองขั้วที่เสริมกัน ขั้วแรกสร้างคนที่ดูแลศูนย์ข้อมูลและระบบคลาวด์ให้เดินเครื่องได้จริง ขั้วหลังสร้างคนที่ออกแบบอัลกอริทึมและระบบเรียนรู้ขั้นสูง เมื่อทั้งสองขั้วเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพและบิ๊กคอร์ป ภูมิภาคก็เริ่มมีท่อส่งคนเก่งที่ครบวงจร กรณีของหลักสูตร DCE และ DCPM แสดงให้เห็นโมเดลมหาวิทยาลัยร่วมมือกับองค์กรวิศวกรรม เพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องกับมาตรฐาน Tier III IV และเปิดพื้นที่ให้เรียนในสถานประกอบการ Data Center จริง ขณะที่กรณี Harbour Space UTCC แสดงให้เห็นการจับมือกับสถาบันฝึกโค้ดและการเข้าค่ายต่างประเทศเพื่อสร้าง Deep Tech Talent ที่พร้อมลงสนามแข่ง AI ระดับโลก

สำหรับภูมิภาคที่ต้องการดึงดูดการลงทุนศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่และโครงสร้างพื้นฐาน AI การมีฐานบุคลากรเช่นนี้คือข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ไม่ได้มองแค่ราคาที่ดินหรือพลังงาน แต่ดูว่ามีวิศวกรที่เข้าใจมาตรฐานศูนย์ข้อมูล มีผู้บริหารโครงการที่ทำงานได้กับมาตรฐานสากล และมีคนเก่ง Deep Tech ที่สามารถพัฒนาและดูแลโมเดล AI ในภาคปฏิบัติหรือไม่ การออกแบบท่อส่งคนเก่งจึงควรเดินไปในทิศทางเดียวกับตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว คือผูกหลักสูตรกับมาตรฐานจริง ฝึกในสถานประกอบการจริง สร้างทางเลือกให้เยาวชนแข่งในเวที AI โอลิมปิก และเปิดพื้นที่ให้บิ๊กคอร์ปเข้ามามีส่วนร่วมในหลักสูตร แทนที่จะปล่อยให้มหาวิทยาลัยออกแบบการเรียนรู้แบบปิดในตัวเอง

บทสรุป: ถ้าอยากอยู่ในเกม AI ต้องเริ่มจากคนที่ดูแลศูนย์ข้อมูลและโค้ดได้พร้อมกัน

บทเรียนจากการเปิดหลักสูตร Data Center Engineering และ Project Management ร่วมกับองค์กรวิศวกรรมควบคู่กับการปั้นเยาวชนให้คว้ารางวัลในเวทีโอลิมปิก AI บอกเราว่า การแข่งขันเศรษฐกิจ AI ไม่ได้วัดกันที่จำนวนสตาร์ทอัพหรือขนาดโมเดลเท่านั้น แต่เริ่มต้นจากคุณภาพของคนที่อยู่หลังฉาก ศูนย์ข้อมูล คลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐาน AI ทุกแห่งต้องการวิศวกร โค้ดเดอร์ และผู้บริหารโครงการที่พูดภาษาเดียวกับมาตรฐานสากล หากภูมิภาคใดออกแบบระบบฝึกอบรม AI วิศวกรให้เชื่อมมหาวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพ และบิ๊กคอร์ปได้อย่างแน่นแฟ้น สร้างทั้งหลักสูตร Data Center และเส้นทางแข่งขันระดับนานาชาติให้เยาวชนก้าวไปสู่ความสามารถ Deep Tech การดึงดูดการลงทุนฮับ AI และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ก็จะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ในทางกลับกัน ถ้ายังมองการพัฒนาคนเป็นเรื่องรอง การพูดถึงเศรษฐกิจ AI ก็จะกลายเป็นเพียงคำขวัญที่ไม่เคยลงสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานจริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!