ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อทัวร์ป็อปสตาร์กลายเป็นสมรภูมิการเมือง กรณี Ed Sheeran – Macklemore

เมื่อทัวร์ป็อปสตาร์กลายเป็นสมรภูมิการเมือง กรณี Ed Sheeran – Macklemore
ความสนใจ|ศิลปินป๊อป

จุดปะทุจากคำว่า Free Palestine เมื่อเวทีดนตรีหนีการเมืองไม่พ้น

Ed Sheeran Macklemore controversy คือกรณีความขัดแย้งบนทัวร์คอนเสิร์ต Loop Tour ที่เริ่มจากการที่ Macklemore กล่าวสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และพูดคำว่า Free Palestine บนเวที จนนำไปสู่การถูกถอดชื่อออกจากทัวร์ การถอนตัวของศิลปินเปิดรายอื่น การออกมาขอโทษและร้องไห้บนเวทีของ Ed Sheeran รวมถึงการตั้งคำถามครั้งใหญ่ในวงการเพลงว่าคอนเสิร์ตเป็นพื้นที่บันเทิงล้วนหรือเป็นเวทีของ pop star political activism ได้ด้วย

สารสำคัญของดราม่าครั้งนี้ไม่ใช่แค่รายการทัวร์ที่สะเทือน แต่คือการที่คนดนตรีต้องเลือกข้างระหว่างการรักษาพื้นที่ปลอดการเมืองกับการใช้ชื่อเสียงพูดแทนผู้ถูกกดขี่ Macklemore เลือกเส้นทางนักกิจกรรมอย่างชัดเจน ส่วน Ed Sheeran ถูกดันให้ต้องเผชิญหน้าการเมืองบนเวทีที่เขาเคยตั้งใจให้เป็นพื้นที่ปลอดข้อถกเถียง สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าต่อให้ศิลปินอยากวางตัวเป็นกลาง เวทีที่รวมผู้คนหลากความเชื่อย่อมหนีความขัดแย้งระดับโลกไม่พ้น และยิ่งยุคโซเชียลเสียงจากเวทีหนึ่งสนามกีฬาสามารถกลายเป็นคลื่นกระแทกทั้งวงการได้ภายในเวลาไม่นาน

เมื่อทัวร์ป็อปสตาร์กลายเป็นสมรภูมิการเมือง กรณี Ed Sheeran – Macklemore

Macklemore กับการเล่นใหญ่ทางการเมือง จาก Free Palestine สู่การบริจาคและโดมิโนศิลปินถอนตัว

หัวใจของดราม่าเริ่มจาก Palestine concert statement ของ Macklemore ที่ไม่ใช่แค่ปล่อยประโยคสั้น ๆ แล้วจบ แต่คือการประกาศจุดยืนชัดว่าเขาอยู่ข้างชาวปาเลสไตน์ที่กำลังต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เขาพูดถึงความตายและการอยู่ภายใต้การปกครองของทหาร ทำให้เวทีคอนเสิร์ต Ed Sheeran กลายเป็นพื้นที่ปลายทางของการปะทะมุมมองอิสราเอล–ปาเลสไตน์ทันที

หลังถูกถอดจากทัวร์ Macklemore ไม่ถอย แต่เดินหน้าตอกย้ำบทบาท pop star political activism ด้วยการประกาศว่าจะบริจาคค่าตัวจากทัวร์ในส่วนของเขาให้ 6 องค์กรที่ช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ และออกแถลงว่าชีวิตของชาวปาเลสไตน์ไม่ควรถูกมองว่ามีค่าน้อยกว่าชีวิตใดบนโลก According to The Standard เขายังท้าทาย Robert Kraft ให้ร่วมบริจาคในจำนวนเท่ากัน การเคลื่อนไหวของเขากลายเป็นแรงกระเพื่อมให้ศิลปินอื่นกล้าแสดงจุดยืน และทำให้คำถามเรื่องเสรีภาพการพูดบนเวทีคอนเสิร์ตเด้งกลับไปหาผู้จัดและเจ้าของสถานที่ว่าพวกเขามีสิทธิแทรกแซงเนื้อหาบนเวทีมากแค่ไหน

เมื่อทัวร์ป็อปสตาร์กลายเป็นสมรภูมิการเมือง กรณี Ed Sheeran – Macklemore

โดมิโน tour cancellations artists เมื่อศิลปินเลือกเพื่อนร่วมทางมากกว่าทัวร์ยักษ์

การถอด Macklemore ไม่เพียงเปลี่ยนหน้าตาไลน์อัพ แต่กลายเป็นชนวนให้เกิด tour cancellations artists แบบโดมิโน ศิลปินเปิดและวงแบ็กอัพอีกหลายรายทยอยถอนตัวจาก Loop Tour ในสหรัฐ เพื่อแสดงจุดยืนว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับการถอดศิลปินที่พูดเรื่องปาเลสไตน์ Finneas พี่ชายและโปรดิวเซอร์ของ Billie Eilish, Aaron Rowe, Beoga และ Lukas Graham ต่างออกมาสนับสนุน Macklemore และชาวปาเลสไตน์ พร้อมทำให้ Ed Sheeran ต้องขึ้นโชว์เดี่ยวโดยไม่มีวงเปิด

Billie Eilish เองก็แสดงท่าทีชัดว่าเธอภูมิใจใน Finneas และศิลปินที่กล้าเคลื่อนไหวร่วมกัน พร้อมยืนยันว่าจะไม่เงียบเมื่อเห็นผู้คนถูกกดขี่ ในอีกด้าน Pink กลับมองว่าการพูดของ Macklemore บนเวที Ed Sheeran ล้ำเส้น เพราะอาจทำให้ครอบครัวชาวยิวที่มาดูคอนเสิร์ตรู้สึกหวาดกลัว จุดนี้ทำให้เห็นความซับซ้อนของ pop star political activism ว่าต่อให้ตั้งใจพูดแทนผู้ถูกกดขี่ การสื่อสารผ่านเวทีที่มีผู้ชมหลากชาติพันธุ์และประสบการณ์เจ็บปวดต่างกัน ก็เสี่ยงจะกลายเป็นการทำร้ายอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ และผลที่ตามมาคือการแบ่งขั้วในหมู่ศิลปินเอง

เมื่อทัวร์ป็อปสตาร์กลายเป็นสมรภูมิการเมือง กรณี Ed Sheeran – Macklemore

Ed Sheeran บนเวทีเดี่ยว น้ำตา คำขอโทษ และการยอมรับว่ากาซาคือหายนะ

เมื่อศิลปินเปิดถอยออกหมด Ed Sheeran ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากออกมาพูดเอง เขาใช้โชว์ที่ฟิลาเดลเฟียเป็นจุดหันหน้าชนกับดราม่า เริ่มก่อนเล่นเพลงด้วยการกล่าวยาวว่าตัวเองกำลังถูกวิจารณ์เรื่องที่สำคัญกว่าดนตรี และยอมรับว่าเขากำลังทำผิดพลาด ระหว่างพูดเขาถึงขั้นกลั้นน้ำตาไม่อยู่ บอกแฟน ๆ ว่าเขาเสียใจมาก และไม่เคยอยากเป็นนักดนตรีสายกิจกรรมแต่กลับต้องมาอยู่กลางข้อโต้เถียงเรื่องเสรีภาพการพูดและความขัดแย้งอิสราเอล–ปาเลสไตน์

สิ่งสำคัญคือเขาเลือกไม่ซ่อนความรู้สึกอีกต่อไป Ed Sheeran บอกชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกาซาเป็นหายนะ ไม่อาจยอมรับได้ และสถานการณ์ในเวสต์แบงก์ไม่ควรถูกมองข้าม พร้อมย้ำว่าคอนเสิร์ตของเขาต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนซึ่งเห็นต่างสามารถยืนข้างกันได้ According to Page Six เขายังวิจารณ์แนวคิดที่ให้สถานที่จัดงานกำหนดว่าศิลปินทำอะไรบนเวที โดยมองว่ามันไม่ควรเกิดในโลกเสรี การยอมรับผิดกลางเวทีและการเรียกสงครามว่าเป็นหายนะ ทำให้ภาพลักษณ์ Ed จากศิลปินที่หลบการเมืองกลายเป็นคนดนตรีที่ถูกบีบให้รับบทสนทนาทางมนุษยธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คอนเสิร์ตควรสำราญหรือสำแดงจุดยืน สังคมดนตรีต้องตอบเอง

บทเรียนจาก Ed Sheeran Macklemore controversy สะท้อนชัดว่าเส้นแบ่งระหว่างความบันเทิงกับการเมืองบนเวทีดนตรีกำลังบางลงอย่างน่ากังวล ฝั่งหนึ่งคือแฟนเพลงและครอบครัวที่ซื้อตั๋วมาเพื่อฟังเพลง ไม่คาดว่าจะต้องเผชิญประเด็นสงครามและความตายกลางโชว์ อีกฝั่งคือศิลปินที่เชื่อว่าการนิ่งเฉยเท่ากับยอมให้ความอยุติธรรมเดินหน้าต่อไป ปัญหาจึงไม่ใช่แค่ควรหรือไม่ควรพูด แต่คือจะพูดอย่างไรให้เคารพทั้งผู้ถูกกดขี่และผู้ชมที่มีบาดแผลต่างกัน

ในยุคที่ Cancel Culture ทำงานเร็วและแรง ศิลปินไม่มีทางเลือกง่าย ๆ การไม่พูดอาจถูกมองว่ารับรองโครงสร้างที่กดขี่ แต่การพูดบนพื้นที่ที่คนหลากประสบการณ์มารวมกันก็เสี่ยงสร้างบาดแผลใหม่ เหตุการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณให้วงการดนตรีต้องคิดใหม่ว่าสัญญาระหว่างศิลปิน ผู้จัด สถานที่ และแฟนเพลงควรหน้าตาอย่างไร หากคอนเสิร์ตจะเป็นเวทีของ pop star political activism ไปด้วย เราอาจต้องยอมรับว่าคำว่า สนุก อย่างเดียวไม่พอแล้ว แต่ต้องเพิ่มคำว่า รับผิดชอบ และ รับฟัง เข้าไปในนิยามของการขึ้นเวทีทุกครั้ง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!