ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อคำว่า Free Palestine เขย่าทัวร์คอนเสิร์ต Ed Sheeran

เมื่อคำว่า Free Palestine เขย่าทัวร์คอนเสิร์ต Ed Sheeran
ความสนใจ|ศิลปินป๊อป

จากประโยคเดียวสู่ทัวร์ล่มครึ่ง: นิยามเหตุการณ์ Macklemore – Ed Sheeran

กรณีที่แร็ปเปอร์ Macklemore ถูกถอดออกจากทัวร์คอนเสิร์ต Ed Sheeran หลังพูดสนับสนุนปาเลสไตน์บนเวที เป็นตัวอย่างของความตึงเครียดระหว่างเสรีภาพในการแสดงออกของศิลปินกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของโปรโมเตอร์และสถานที่จัดงาน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ดราม่าระหว่างคนดัง แต่เผยให้เห็นว่าทัวร์คอนเสิร์ตระดับสเตเดียมกำลังกลายเป็นสมรภูมิทางการเมือง ที่ทุกคำพูดมีต้นทุนและผลกระทบต่อทั้งแฟนเพลง ทีมงาน และภาพรวมของวงการเพลงสากล จุดเริ่มต้นคือการที่ Macklemore ซึ่งเป็นศิลปินเปิดใน Loop Tour ของ Ed Sheeran ประกาศคำว่า Free Palestine ระหว่างโชว์ที่ MetLife Stadium ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ พร้อมแนะนำเพลง Hind’s Hall ที่พูดถึงการประท้วงของนักศึกษาต่อสงครามและความรุนแรงในกาซา การสนับสนุนปาเลสไตน์ของเขาไม่ใช่ครั้งแรก แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นกลางทัวร์สเตเดียมใหญ่ที่มีผลประโยชน์เชิงพาณิชย์และความอ่อนไหวทางการเมืองทับซ้อนกันจนกลายเป็นระเบิดเวลา

เมื่อโปรโมเตอร์เลือกเซฟโซน: การถอดชื่อ Macklemore จุดไฟให้ศิลปินถอนตัวทั้งแถว

หัวใจของดราม่าอยู่ที่การตัดสินใจของโปรโมเตอร์ทัวร์คอนเสิร์ต Ed Sheeran ที่ประกาศถอด Macklemore ออกจากไลน์อัป หลังได้รับแรงกดดันจากหลายสเตเดียมในสหรัฐว่าไม่อนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตหากยังมีชื่อเขาอยู่ในโชว์ โดยให้เหตุผลว่าการคงเขาไว้จะนำไปสู่การยกเลิกทัวร์และกระทบแฟนนับแสนคน Macklemore เองเผยในอินสตาแกรมว่า สถานที่จัดหลายแห่งแจ้งโปรโมเตอร์ว่าพวกเขาจะห้ามเขาขึ้นแสดง โดยมีกระแสผลักดันจาก Robert Kraft เจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล New England Patriots ผลที่โปรโมเตอร์หวังว่าจะเป็นการลดแรงเสียดทาน กลับกลายเป็นการจุดไฟประท้วงจากศิลปินคนอื่นในทัวร์ ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลัง Ed Sheeran อธิบายผ่านโซเชียลว่าการถอด Macklemore เป็นการตัดสินใจของโปรโมเตอร์ ไม่ใช่ของเขาโดยตรง วงเปิดโชว์ทั้งหมดก็ประกาศถอนตัวตามกันเป็นลูกโซ่ เหมือนส่งสารชัดเจนว่าหากศิลปินคนหนึ่งถูกลงโทษเพราะแสดงจุดยืนทางการเมือง ศิลปินคนอื่นจะไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้น

เสียงจากศิลปินเปิดโชว์: ความทรงจำทางประวัติศาสตร์และการเมืองที่ไหลขึ้นเวที

การถอนตัวของศิลปินเปิดโชว์จากทัวร์คอนเสิร์ต Ed Sheeran ไม่ใช่แค่การปกป้องเพื่อนร่วมเวที แต่เต็มไปด้วยเหตุผลทางการเมืองและประวัติศาสตร์ส่วนตัว Aaron Rowe และวง Beoga จากไอร์แลนด์อธิบายว่า ในฐานะคนไอริชที่เข้าใจประสบการณ์อาณานิคม พวกเขาไม่อาจนิ่งเฉยต่อการใช้อำนาจของมหาเศรษฐีเพื่อทำให้เสียงที่พูดแทนผู้ถูกกดขี่เงียบลง Beoga ยังย้ำว่าพวกเขาเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งขบวนการ Irish Artists for Palestine และจะเดินหน้าทำงานเคลื่อนไหวต่อไป Finneas ซึ่งเคยออกมาสนับสนุนชาวปาเลสไตน์มาก่อน ก็ใช้โอกาสนี้ย้ำหลักการว่า “ศิลปินต้องไม่ถูกทำให้เงียบเมื่อพวกเขาพูดแทนผู้ถูกกดขี่” ขณะที่วงเดนมาร์ก Lukas Graham ระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ยาก แต่ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าใครมีเงินมากกว่าจะครอบครองการสนทนาเรื่องความทุกข์ทรมานของผู้คนได้ เสียงเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่าความขัดแย้งอิสราเอล และปาเลสไตน์ไม่ได้อยู่ไกลจากเวทีเพลงอีกต่อไป แต่ฝังอยู่ในตัวตนและความทรงจำของศิลปินจากหลายภูมิหลัง

แฟนเพลงระหว่างเสรีภาพกับความคุ้มค่า: เมื่อ Cancel culture เพลง ทับซ้อนกับตั๋วที่ไม่คืนเงิน

สำหรับแฟนเพลง เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ดราม่าทางการเมือง แต่กระทบประสบการณ์ตรงทั้งเรื่องความรู้สึกและเงินในกระเป๋า หลัง Macklemore ถูกถอดและศิลปินเปิดคนอื่นถอนตัวต่อเนื่อง แฟนจำนวนหนึ่งออกมาเรียกร้องเงินคืนบนโซเชียล โดยเห็นว่าคอนเสิร์ตที่พวกเขาจ่ายไปไม่ใช่โชว์เดียวกับที่โฆษณาไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของ Ticketmaster ระบุชัดว่าการคืนเงินจะทำได้ในกรณีจำกัดตามนโยบายของผู้จัดงาน และไม่ได้จัดให้การเปลี่ยนไลน์อัปศิลปินเปิดเป็นเหตุอัตโนมัติที่ต้องคืนตั๋ว ในอีกด้าน หนึ่งในคำพูดที่น่าจับตาคือการยืนยันของ Ed Sheeran ว่า “ผมจะไม่ทอดทิ้งแฟนที่วางแผนไว้แล้ว และจะไม่ทิ้งทีมงานทัวร์และศิลปินสนับสนุนที่พึ่งพาผมในด้านงานและการทำมาหากิน” นี่สะท้อนความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของศิลปินระดับเมกะสตาร์ ที่ต้องบาลานซ์ระหว่างการเคารพเสรีภาพของเพื่อนร่วมเวที กับการปกป้องแฟนเพลงและทีมงานจากผลของ Cancel culture เพลง ที่กำลังแรงขึ้นทุกวันในโลกออนไลน์

อุตสาหกรรมเพลงบนเส้นบางๆ ระหว่างการเมืองกับคอนเสิร์ตสเตเดียม

เมื่อทัวร์คอนเสิร์ต Ed Sheeran เข้าสู่ช่วงพักหลังโชว์วันที่ 5 กันยายน และเตรียมกลับมาเล่นที่ฟิลาเดลเฟียในวันที่ 19 ภาพรวมของทัวร์กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งใหญ่ในวงการบันเทิง กรณีนี้โยงเข้ากับประเด็นสาคัญของสังคมอเมริกัน ทั้งข้อกล่าวหาเรื่องการต่อต้านชาวยิว เส้นแบ่งของเสรีภาพในการพูดกับการถูก Cancel และความต่างของมุมมองต่อความขัดแย้งอิสราเอล กับกาซาระหว่างคนรุ่นต่างๆ การที่สถานที่จัดแสดงขู่จะยกเลิกโชว์หากยังมีชื่อ Macklemore อยู่ สะท้อนอำนาจของโครงสร้างธุรกิจที่สามารถจำกัดเสียงของศิลปินได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน กระแสการถอนตัวของศิลปินเปิดโชว์และเสียงสนับสนุน Macklemore บนโลกออนไลน์ก็แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเพลงกำลังเปลี่ยน ทัวร์สเตเดียมไม่ได้เป็นพื้นที่ปลอดการเมืองอีกต่อไป แต่เป็นเวทีที่คนดังต้องเลือกว่าจะยืนอยู่ตรงไหน และพร้อมจ่ายราคาหนักแค่ไหนเพื่อจุดยืนของตัวเอง ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้บังคับให้วงการต้องถามตัวเองว่าเสรีภาพของศิลปินควรถูกจำกัดเพราะความกลัวการเสียผลประโยชน์ หรือควรถูกปกป้องแม้จะทำให้ระบบทัวร์สั่นคลอนก็ตาม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!