Thailand Content Market: เวทีเดียวที่รวมทั้งธุรกิจและวิสัยทัศน์ของตลาดคอนเทนต์ไทย
Thailand Content Market คือเวทีเจรจาธุรกิจและงานแสดงสินค้าในกลุ่มคอนเทนต์ ดิจิทัลคอนเทนต์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต เจ้าของลิขสิทธิ์ แพลตฟอร์ม นักลงทุน และผู้ซื้อจากหลายประเทศเข้าหากันในพื้นที่เดียว เพื่อเร่งการเติบโตของตลาดคอนเทนต์ไทยและผลักดันทรัพย์สินทางปัญญาให้กลายเป็นสินค้าส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียในระยะยาว โดยใช้การจับคู่ธุรกิจแบบเข้มข้นและระบบนิเวศที่ครอบคลุมทุกเซ็กเตอร์ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นหัวใจสำคัญของงานนี้ หัวใจของบทความนี้คือข้อเท็จจริงที่ว่า การจัดงานครั้งแรกของ Thailand Content Market ไม่ใช่แค่งานแฟร์คอนเทนต์ทั่วไป แต่เป็นการประกาศว่าตลาดคอนเทนต์ไทยพร้อมจะเป็นศูนย์กลางของธุรกิจคอนเทนต์ภูมิภาค เมื่อกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จับมือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) และพันธมิตรภาครัฐเอกชน จัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานนี้จึงมีน้ำหนักเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์มากกว่าครั้งใดที่ผ่านมาในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เอเชีย การวางตัวงานเป็นแพลตฟอร์ม “Content Hub of Asia” ไม่ใช่คำขวัญสวยหรู แต่สะท้อนความตั้งใจจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านธุรกิจคอนเทนต์ที่ครบวงจร ทั้งการซื้อขาย การลงทุน และการผลิตร่วมในระดับภูมิภาค.

ตัวเลข 9,792.4 ล้านบาท: หลักฐานว่าตลาดคอนเทนต์ไทยพร้อมเป็นฮับภูมิภาค
หากต้องเลือกตัวเลขเดียวที่พิสูจน์ศักยภาพตลาดคอนเทนต์ไทย ตัวเลขมูลค่าเจรจาการค้ารวม 9,792.4 ล้านบาทในงาน Thailand Content Market ครั้งแรกคือคำตอบ. ตัวเลขนี้เกิดจากการนัดหมายเจรจาธุรกิจ 1,706 ครั้งในช่วงเวลาเพียงสามวัน และแบ่งเป็นดีลที่เกิดขึ้นทันที 265.7 ล้านบาท ภายในหนึ่งปี 2,669.4 ล้านบาท และดีลระยะยาวภายใน 2–5 ปีอีก 6,857.2 ล้านบาท. ความต่อเนื่องของมูลค่าที่แผ่ยาวหลายปีบอกชัดว่า ผู้ซื้อและนักลงทุนเชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืน. โครงสร้างของยอดรวมยังสะท้อนความหลากหลายของตลาดคอนเทนต์ไทยอย่างชัดเจน เมื่อมูลค่ามาจาก Bangkok International Digital Content Festival (BIDC) 2,108.5 ล้านบาท, Bangkok International Content Market (BICM) 2,298.9 ล้านบาท, พื้นที่ Business Matching 1,948.0 ล้านบาท และคูหา Thailand Content Market (TCM) อีก 3,526.9 ล้านบาท. สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดคอนเทนต์ไม่ถูกผูกไว้กับเซ็กเตอร์เดียว แต่กระจายอยู่ในภาพยนตร์ แอนิเมชัน ซีรีส์ Boys’ Love และ Girls’ Love เกม ไปจนถึงบริการด้านคอนเทนต์ ซึ่งทำให้ตลาดคอนเทนต์ไทยมีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนและมีโอกาสเติบโตในหลายทางพร้อมกัน.

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เอเชียจับตา: ผู้เล่นต่างชาติแห่เข้าร่วมและแพลตฟอร์มระดับโลกตบเท้าเข้ามาเอง
การจะเรียกตนเองว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจคอนเทนต์ภูมิภาค ต้องไม่ใช่แค่การรวมผู้เล่นในประเทศ แต่ต้องดึงสายตาผู้เล่นตัวจริงจากต่างชาติให้เข้ามาในสนามเดียวกัน งานนี้ทำได้อย่างชัดเจนด้วยจำนวนผู้เข้าชม 6,731 ราย และผู้ซื้อ คู่ค้า นักลงทุน และผู้ประกอบการต่างประเทศ 1,037 รายจาก 69 ประเทศ. ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติ แต่เป็นดัชนีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดคอนเทนต์ไทยในฐานะฮับธุรกิจคอนเทนต์ภูมิภาค. ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างของผู้แสดงสินค้าก็สะท้อนการเชื่อมต่อข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง มี Exhibitors รวม 338 บริษัท ได้แก่ ผู้ประกอบการไทย 300 บริษัท และต่างชาติ 38 บริษัทจากจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศในอาเซียน. ข้อเท็จจริงที่แพลตฟอร์มบันเทิงระดับโลกอย่าง iQIYI, Netflix และ Tencent ติดต่อเข้ามาเองหลังจากการประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์ม TCM และส่งทีมงานมาร่วมเจรจาธุรกิจ "ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการไซส์กลางและไซส์เล็ก" ตามคำกล่าวของนายพรวิช ศิลาอ่อน. นี่คือภาพของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เอเชียที่เริ่มมองตลาดคอนเทนต์ไทยเป็นประตูสู่ผู้บริโภคในภูมิภาค มากกว่าจะมองเป็นเพียงผู้ผลิตรายหนึ่งในตลาดโลก.

ขยายงานสู่สามฮอลล์: จากงานแฟร์สู่โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจคอนเทนต์ภูมิภาค
การเติบโตอย่างรวดเร็วของงานครั้งแรกทำให้ผู้จัดไม่เลือกหยุดอยู่กับที่ แต่ประกาศแผนขยายทันที สำหรับการจัดงาน Thailand Content Market ในปี 2570 มีแผนจัดวันที่ 1–3 กรกฎาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมยกระดับด้วยการขยายพื้นที่เป็น 3 ฮอลล์ (Hall 1–3) เพื่อรองรับกิจกรรม Business Matching แบบเต็มรูปแบบ. การขยายฮอลล์ไม่ใช่เพียงเรื่องพื้นที่แสดงสินค้าที่ใหญ่ขึ้น แต่สะท้อนว่าความต้องการเจรจาธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้นจนต้องสร้างโครงสร้างรองรับใหม่. สิ่งสำคัญคือการบูรณาการงาน Bangkok Rights Fair เข้ามาเสริมทัพร่วมกับ BIDC และ BICM. นี่คือก้าวสำคัญของตลาดคอนเทนต์ไทยในการยกระดับลิขสิทธิ์หนังสือและสิ่งพิมพ์ให้เชื่อมกับตลาดดิจิทัลคอนเทนต์อย่างแท้จริง ทำให้ทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบหนังสือสามารถต่อยอดเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม หรือแอนิเมชันได้ภายในเวทีเดียว การตั้งใจจัดงานต่อเนื่องทุกปีเพื่อให้กลายเป็นงานหลักของภูมิภาค แสดงให้เห็นว่าภาครัฐมองงานนี้เป็นโครงสร้างระยะยาวของธุรกิจ ไม่ใช่แค่แคมเปญชั่วคราว.

จากเวทีเจรจาสู่ระบบนิเวศ: ตลาดคอนเทนต์ไทยต้องใช้โอกาสนี้สร้างมาตรฐานใหม่
ความสำเร็จของ Thailand Content Market ครั้งแรกทำให้เห็นชัดว่าตลาดคอนเทนต์ไทยพร้อมจะเล่นบทใหญ่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เอเชีย แต่คำถามสำคัญคือ จะใช้โอกาสนี้สร้างมาตรฐานใหม่อย่างไร ผลงานจาก Business Matching ด้านดิจิทัลคอนเทนต์ที่จัดต่อเนื่องมา 12 ปี และก่อให้เกิดมูลค่าธุรกิจกว่า 2,000 ล้านบาทในปีล่าสุด บ่งชี้ว่าผู้ประกอบการไทยมีประสบการณ์และฐานธุรกิจรองรับอยู่แล้ว งาน Thailand Content Market จึงทำหน้าที่เหมือนการต่อสายไฟที่กระจายอยู่ให้รวมเข้าระบบเดียวกัน. บทบาทของ CEA ในการสร้างระบบนิเวศธุรกิจคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายระดับโลก และยกระดับให้เป็นศูนย์กลางการซื้อขาย การลงทุน และการผลิตร่วมด้านคอนเทนต์ของภูมิภาค ทำให้ตลาดคอนเทนต์ไทยมีเครื่องมือพร้อม แต่การรักษาโมเมนตัมต้องอาศัยสามสิ่ง: การพัฒนาคอนเทนต์ที่เข้าใจผู้ชมต่างชาติ การดูแลลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง และการเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นหน้าใหม่ทั้งรายเล็กและรายกลางเข้ามาอยู่ในเกมเดียวกับ "Big Players" ผ่านแพลตฟอร์ม TCM. หากทำได้ต่อเนื่อง ตลาดคอนเทนต์ไทยจะไม่ใช่แค่ศูนย์กลางชั่วคราว แต่จะกลายเป็นฐานหลักของธุรกิจคอนเทนต์ภูมิภาคในระยะยาว.






