ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

มหาวิทยาลัย–รัฐแข่งปั้น AI Talent อุดช่องว่างแรงงานก่อนตลาดงาน AI โตไม่หยุด

มหาวิทยาลัย–รัฐแข่งปั้น AI Talent อุดช่องว่างแรงงานก่อนตลาดงาน AI โตไม่หยุด
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

จากใช้ AI เป็น สู่การปั้นคนแก้ปัญหาด้วย AI

ช่องว่างทักษะ AI หมายถึงสถานการณ์ที่ความต้องการแรงงานด้านปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลเติบโตเร็วกว่าความสามารถของระบบการศึกษาและการฝึกอบรมในการผลิตบุคลากรที่มีทักษะจริง ส่งผลให้ตลาดงานมีตำแหน่งสาย AI-Data ว่างจำนวนมาก แต่มีคนที่สามารถออกแบบ ใช้งาน และพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างรับผิดชอบไม่เพียงพอ ช่องว่างนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนบัณฑิต แต่จากความต่างระหว่างคนที่แค่ใช้เครื่องมือได้ กับคนที่ใช้ AI แก้ปัญหาธุรกิจและสังคมได้อย่างน่าเชื่อถือ สัญญาณชัดที่สุดคือข้อมูลประกาศงานที่พบว่าตลาดแรงงานโดยรวมหดตัว 9.2% แต่ตำแหน่งสาย AI และ Data กลับโตถึง 29.6% สวนทางกันอย่างแรง เมื่อคู่แข่งน้อยลงแต่ตำแหน่งใหม่กลับต้องการทักษะสูงและประสบการณ์ 79% ของงานระดับปริญญาตรียังระบุว่าต้องมีประสบการณ์อย่างน้อยหนึ่งปี จึงเห็นชัดว่าตลาดไม่ได้มองหาแค่คนใช้ AI เป็น แต่ต้องการคนที่เคยลงมือแก้โจทย์จริง

มหาวิทยาลัย–รัฐแข่งปั้น AI Talent อุดช่องว่างแรงงานก่อนตลาดงาน AI โตไม่หยุด

มหาวิทยาลัยจับมือเอกชน ปั้น AI Talent ผ่านงานจริง

ถ้าใครยังคิดว่าปั้น AI Talent คือเพิ่มวิชาใหม่ในหลักสูตรแล้วจบ กำลังมองปัญหาผิดด้าน มหาวิทยาลัยยุคนี้กำลังขยับจากการสอนทฤษฎี ไปสู่การลงมือทำผ่านโครงการฝึกอบรม AI ที่ผูกกับงานจริงและมาตรฐานอุตสาหกรรมโดยตรง ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงกดดันว่าบัณฑิตไอทีจำนวนมากยังติดอยู่ที่ระดับ “ทำเครื่องมือเป็น” แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าระบบ AI ของตนแก้ปัญหาอะไรให้ผู้ใช้และองค์กรได้บ้าง ตัวอย่างชัดคือการปั้น AI Talent ผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์และบริษัทฝึกอบรมอย่าง AWS Academy และ The Enterprise Resources Training ที่ออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนสร้างผลงานจริง แก้โจทย์จากสถานการณ์ในองค์กร และรับใบรับรองที่ตรวจสอบมาตรฐานได้ แต่คณะไม่ได้มองใบรับรองเป็นจุดหมายเดียว กลับให้น้ำหนักกับพอร์ตโฟลิโอที่บอกเล่าได้ว่าเคยแก้ปัญหาอะไร รับผิดชอบส่วนไหน และได้บทเรียนอะไรจากสิ่งที่ลงมือทำ

มหาวิทยาลัย–รัฐแข่งปั้น AI Talent อุดช่องว่างแรงงานก่อนตลาดงาน AI โตไม่หยุด

แผนชาติและบทบาท BDI: ปั้นกำลังคน AI หลักหมื่นไม่ใช่แค่ฝัน

ในระดับยุทธศาสตร์ การปั้น AI Talent ไม่ใช่เรื่องของมหาวิทยาลัยรายใดรายหนึ่ง แต่ถูกยกเป็นเป้าหมายในแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติด้วย โดยมีการตั้งเป้าพัฒนาคนสามระดับ ตั้งแต่ประชาชนที่ต้องรู้เท่าทัน AI ไปจนถึงกลุ่ม AI Professionals และ AI Developers/Researchers ที่สามารถออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเอง ตัวเลขเป้าหมายต่อปีชี้ให้เห็นขนาดปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ลำดับแรกคือกลุ่ม AI Literacy/General Users 2.5 ล้านคน ตามด้วย AI Professionals/Leaders 50,000 คน และ AI Developers/Researchers อีก 10,000 คนต่อปี จุดที่ยากที่สุดคือการสร้าง AI Developer เพราะคนที่รีเทรนโมเดลในระดับลึกยังมีเพียงหลักพันเท่านั้น การพึ่งแค่บัณฑิตใหม่จึงเป็นไปไม่ได้ BDI จึงผลักดันให้มีโครงการฝึกอบรม AI แบบ Hands-on ใช้ทุนสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยออกแบบหลักสูตรที่ลง Workshop และทำงานกับโจทย์จริง เพื่อเติมกำลังคนระดับ Professional และ Developer ให้ทันความต้องการ

มหาวิทยาลัย–รัฐแข่งปั้น AI Talent อุดช่องว่างแรงงานก่อนตลาดงาน AI โตไม่หยุด

Micro-credit และการอัปสกิล ดิจิทัล เปลี่ยนแรงงานเดิมให้เป็นคนสาย AI

ถ้ารอแต่เด็กจบใหม่ ช่องว่างทักษะแรงงานยุคใหม่ยิ่งถ่างกว้าง แผนกำลังคน AI จึงเลือกทางยากแต่จำเป็น คือดึงคนทำงานเดิมมาทำ Reskill และ อัปสกิล ดิจิทัล เพื่อให้เข้าสู่บทบาท AI Professionals และ AI Developers เร็วขึ้น ดร.สุนทรีย์ชี้ชัดว่าการพัฒนาบุคลากรด้าน AI ไม่สามารถพึ่งการผลิตกำลังคนจากมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว ต้องเร่ง Upskill บุคลากรที่อยู่ในอุตสาหกรรม เช่นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ควบคู่กับการลงทุนและการมีส่วนร่วมของเอกชน ในฝั่งผู้เรียนใหม่ BDI ทดลองใช้รูปแบบ Micro-credit ให้เด็กมัธยมและนักศึกษาปีหนึ่งเรียนรู้ AI ก่อนเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัย โดยขยายหลักสูตรไปยังโรงเรียนอย่างน้อย 13 แห่ง พร้อมเป้าหมายเชื่อม Micro-credit เข้ากับ Credit Bank เพื่อให้หน่วยกิตจากวิชา AI ในระดับมัธยมสามารถเทียบเป็นหมวดวิชาศึกษาทั่วไปเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยได้ แนวทางนี้ทำให้การปั้น AI Talent เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ ไม่ปล่อยให้ช่องว่างทักษะสะสมจนแก้ยาก

มหาวิทยาลัย–รัฐแข่งปั้น AI Talent อุดช่องว่างแรงงานก่อนตลาดงาน AI โตไม่หยุด

ผลสะเทือนต่อคนทำงานและสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนดีมานด์ AI ระเบิด

คำถามสำคัญสำหรับคนทำงานไม่ใช่ว่า AI จะมาแย่งงานหรือไม่ แต่คือเราจะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้เครื่องมือ ไปเป็นคนออกแบบวิธีใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณค่าของงานตนเองได้อย่างไร แนวโน้มตลาดที่งานดั้งเดิมหดตัว ขณะที่งานสาย AI-Data โต 29.6% บอกชัดว่าทักษะแรงงานยุคใหม่ต้องหมุนตามเทคโนโลยี ไม่ใช่ยึดติดกับตำแหน่งเดิม ประโยคที่ควรจำคือ “ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนจากการวัด ‘ใช้ AI เป็น’ สู่การสร้างคนที่นำ AI ไปแก้ปัญหาได้จริง” ในทางปฏิบัติ คนทำงานที่รู้จักควบคุมและใช้ AI ให้ช่วยในการทำงานจะสร้างผลงานได้เร็วและมีคุณภาพขึ้น ไม่จำเป็นต้องกลัว AI แต่ต้องเตรียมตัวและเรียนรู้ใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ เมื่อภาครัฐยังเดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลให้หน่วยงานเชื่อมข้อมูลข้ามองค์กรได้จริง ลดการส่งหนังสือราชการ และย่นเวลาขอข้อมูลเพื่อวิเคราะห์เชิงนโยบาย คนที่มีทักษะ AI จึงไม่ได้ตอบโจทย์แค่บริษัทเอกชน แต่ยังช่วยยกระดับบริการประชาชนในภาพรวม

มหาวิทยาลัย–รัฐแข่งปั้น AI Talent อุดช่องว่างแรงงานก่อนตลาดงาน AI โตไม่หยุด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!