ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมองค์กรใช้ AI มากขึ้นแต่รายได้ใหม่แทบไม่เกิด

ทำไมองค์กรใช้ AI มากขึ้นแต่รายได้ใหม่แทบไม่เกิด
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

AI ในองค์กรคืออะไร และคำถามใหญ่เรื่องรายได้ใหม่

การนำ AI ไปใช้ในองค์กรคือการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้าไปอยู่ในกระบวนการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ และการตัดสินใจทุกระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสรายได้ใหม่ โดยต้องอาศัยทรัพยากรข้อมูลและบุคลากรที่มีทักษะทั้งด้านเทคนิคและด้านธุรกิจควบคู่กันไป จึงจะเปลี่ยนการทดลองใช้ให้กลายเป็นผลตอบแทนเชิงกลยุทธ์ที่วัดได้จริงในงบกำไรขาดทุนขององค์กร หากดูจากตัวเลขล่าสุด องค์กรจำนวนมากกำลังเร่งเครื่องสู่การเป็นดิจิทัล โดยระดับความพร้อมแบบ Becoming Digital เพิ่มจาก 28% เป็น 42% ภายในเวลาเพียงปีเดียว การนำ AI ไปใช้ในองค์กรขยายตัวเป็น 61% แต่คำถามที่น่ากังวลคือ มีเพียง 9% เท่านั้นที่ใช้ AI สร้างรายได้ใหม่ได้จริง แปลว่าองค์กรส่วนใหญ่กำลังจ่ายค่าตั๋วเข้าสู่ยุค AI แต่ยังไม่ได้นั่งเก้าอี้ที่เห็นวิวของผลตอบแทนอย่างแท้จริง

ช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับผลตอบแทน AI

ผลสำรวจด้านการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลสะท้อนชัดว่าองค์กรกำลังอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีมาเร็วกว่าโครงสร้างธุรกิจ การนำ AI ไปใช้ในองค์กรเพิ่มเป็น 61% แต่มีเพียง 19% ที่ขยายการใช้ได้ทั่วทั้งองค์กร และ 71% ยอมรับว่าผลลัพธ์ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ข้อเท็จจริงเหล่านี้บอกเราว่า AI ในหลายที่ยังเป็นโครงการทดลองในมุม IT มากกว่าจะเป็นเครื่องจักรผลิตมูลค่าทางธุรกิจ ปัญหาสำคัญคือองค์กรเกือบ 70% ยังมองว่า AI เป็นหน้าที่ของฝ่าย IT ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายธุรกิจและผู้บริหารร่วมกัน เมื่อกลยุทธ์ไม่ชัด การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจจึงไม่ถูกผูกกับ KPI และโมเดลรายได้ใหม่ โครงการ AI เลยกลายเป็น IT Project ที่สวยบนสไลด์แต่เบาบนงบกำไรขาดทุน

คนและข้อมูลคือจุดปลดล็อก ไม่ใช่แค่เครื่องมือ

แม้หลายองค์กรตั้งใจจะเป็น Data driven แต่ข้อเท็จจริงคือยังขาดทั้งทรัพยากรข้อมูลและบุคลากรที่พร้อมใช้ AI ให้เกิดมูลค่าจริง ข้อมูลวิจัยระบุว่า 71% ขององค์กรขาดทักษะด้านเทคนิค และ 40% ยังไม่สามารถระบุ Use Case ที่เหมาะสมได้ นี่คือเหตุผลที่ต่อให้ซื้อระบบดีแค่ไหน ผลตอบแทน AI ในไทยก็ยังถูกจำกัดอยู่ในกรอบการลดต้นทุนและเพิ่ม Productivity มากกว่าการสร้างรายได้ใหม่ องค์กรไทย 50% ใช้ AI เพื่อลดต้นทุน และ 48% ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่มีเพียง 9% เท่านั้นที่ใช้ AI สร้างรายได้ใหม่ จุดเปลี่ยนจึงไม่ใช่การซื้อเครื่องมือเพิ่ม แต่คือการลงทุนสร้างทีมที่ทำหน้าที่ Define Use Case เชิงธุรกิจ จัดการทรัพยากรข้อมูลให้พร้อม และวางธรรมาภิบาลแบบรวมศูนย์จากบนลงล่าง เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจด้วย AI เชื่อมตรงกับโอกาสรายได้ใหม่แทนที่จะหยุดอยู่ที่การรายงานผล

โครงสร้างและการปฏิบัติการที่ทำให้ AI ไปไม่ถึงเป้าหมาย

ในระดับโครงสร้าง หลายองค์กรกำลังติดหล่มระบบแยกส่วนและ Workflow ที่ยังเป็นงานมือ ทำให้ AI ไม่สามารถขยายไปถึงทั้งองค์กรได้จริง Pain Points สำคัญที่ถูกชี้ให้เห็น ได้แก่ ขาดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เริ่มจากโจทย์ธุรกิจ ระบบเดิมเป็นแบบ Closed Architecture ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและเชื่อมต่อกันไม่ได้ งานหลักยังไม่ถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ ระบบมีความซับซ้อนสูง เทคโนโลยีใช้งานยาก และรูปแบบลงทุนเน้น CAPEX หนักจนปรับตัวตามเทคโนโลยีใหม่ได้ช้า ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังก้าวสู่สามเมกะเทรนด์สำคัญ คือการหลอมรวมเทคโนโลยี การพัฒนานวัตกรรมให้ใช้ได้จริงในระดับองค์กร และการแข่งขันที่วัดกันด้วยความเร็วของผลลัพธ์ หากโครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อม AI ก็ถูกบีบให้ทำงานแบบจุดเดียว ไม่สามารถสร้างผลตอบแทน AI ในไทยให้เห็นชัดในระดับธุรกิจได้

ทำไมองค์กรใช้ AI มากขึ้นแต่รายได้ใหม่แทบไม่เกิด

จากไอเดียสู่รายได้ใหม่ ต้องเปลี่ยนทั้งสถาปัตยกรรมและทักษะ

คำถามในปีนี้จึงไม่ใช่ว่าองค์กรจะใช้ AI หรือไม่ แต่คือโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับ AI ได้จริงหรือยัง แนวคิดสำคัญที่เริ่มถูกเสนอคือการสร้าง Digital Intelligence Fabric ซึ่งไม่ใช่การซื้อโซลูชันเพิ่มเข้าไปทีละชิ้น แต่คือการถักทอระบบทุกชั้นขององค์กรให้ทำงานร่วมกันตั้งแต่วันแรก ทั้งคลาวด์ที่ออกแบบตามอุตสาหกรรม แพลตฟอร์มเชื่อมต่ออุปกรณ์และเซ็นเซอร์ ระบบ Computer Vision AI ที่ใช้กล้องเดิมให้ฉลาดขึ้นด้วยการวิเคราะห์และแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ควบคู่กันต้องมี Data & AI Platform แบบ No code หรือ Low code เพื่อให้หน่วยงานธุรกิจสร้างแดชบอร์ด วิเคราะห์ และทดลองโมเดล AI เองได้โดยไม่ต้องพึ่งทีมเทคนิคตลอดเวลา และเสริมด้วยโปรแกรม Upskill Reskill ด้าน Digital ให้พนักงาน เพื่อเปลี่ยน AI จากเครื่องมือเฉพาะฝ่าย IT ไปสู่ขีดความสามารถเชิงกลยุทธ์ของทั้งองค์กร นี่คือเส้นทางจากการใช้ AI แบบทดลอง ไปสู่การสร้างรายได้ใหม่ที่จับต้องได้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!