จากตัวเลขน่าตื่นเต้นสู่คำถามใหญ่: AI ทำไมไม่สร้างเงิน
ภาวะ “AI adoption ไทย” ในปัจจุบันหมายถึงสถานการณ์ที่องค์กรจำนวนมากเร่งนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้ในงานประจำและโครงการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยมีการลงทุน ระบบ และโครงการทดลองเกิดขึ้นทั่วทั้งภาคธุรกิจ แต่กลับมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนการใช้เทคโนโลยีให้กลายเป็นผลลัพธ์ AI ธุรกิจที่วัดได้ ทั้งด้านรายได้ กำไร และรูปแบบบริการใหม่ ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริงที่ผู้นำองค์กรเริ่มตั้งคำถามอย่างหนัก
ผลสำรวจการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลของประเทศไทยด้าน AI สำหรับองค์กรพบว่า ปัจจุบัน 61% ขององค์กรมีการนำ AI มาใช้ เพิ่มจาก 47% ในปีก่อน แสดงให้เห็นว่าการลงทุนและความสนใจพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน แต่ในอีกด้าน มีเพียง 9% เท่านั้นที่บอกได้ชัดว่า AI สร้างรายได้ใหม่ให้ธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือหัวใจของ “AI adoption paradox” ที่สะท้อนว่าเครื่องมือเดินหน้าเร็ว แต่โมเดลธุรกิจและคนยังตามไม่ทัน หากยังมอง AI เป็นโครงการเทคโนโลยีมากกว่ากลยุทธ์ธุรกิจ กระแสลงทุน AI จะยิ่งสูง แต่ผลลัพธ์อาจยิ่งน่าผิดหวัง
ทักษะ AI ขาดแคลนและการมอง AI เป็นเรื่องของ IT คือคอขวดตัวจริง
ปัญหาใหญ่ของผลลัพธ์ AI ธุรกิจไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือคน ทักษะ และโครงสร้างองค์กร ผลสำรวจเดียวกันระบุว่า 71% ขององค์กรมองว่าการขาดบุคลากรและทักษะด้านเทคนิคเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำ AI มาใช้ ขณะเดียวกัน 40% ยังไม่สามารถระบุ use case ที่เหมาะสมได้ชัดเจน หมายความว่าหลายแห่งติดอยู่ในกับดักการทดลองโปรเจ็กต์ย่อยที่ไม่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจหลัก
ปัญหาไม่ได้หยุดแค่คน แต่ลุกลามสู่ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้วย 38% ขององค์กรยอมรับว่าข้อมูลยังไม่พร้อมให้ AI ใช้ประโยชน์สูงสุด และอีก 38% เห็นว่าระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่เพียงพอ ยิ่งไปกว่านั้น เกือบ 70% ยังมองว่า AI เป็นความรับผิดชอบของฝ่าย IT เป็นหลัก ไม่ใช่วาระร่วมของทุกสายงาน ท่าทีเช่นนี้ทำให้ฝ่ายธุรกิจไม่รู้สึกเป็นเจ้าของ AI และไม่มองมันเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ใหม่ แต่เป็นเพียงโครงการลดต้นทุนแบบเดิมๆ
ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน: เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่พอ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดงานทั้งองค์กร
สัดส่วนองค์กรที่อยู่ในระดับความพร้อม “Becoming Digital” เพิ่มจาก 28% เป็น 42% ในเวลาเพียงปีเดียว สะท้อนว่าการลงทุนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันกำลังเร่งตัวขึ้นมาก งบประมาณด้านดิจิทัลเกือบครึ่งถูกจัดสรรเพื่อยกระดับการดำเนินงานจาก 39% เป็น 48% ภายในปีเดียว แต่คำถามคือ การเพิ่มงบทำให้มูลค่าทางธุรกิจดีขึ้นจริงหรือไม่ หากองค์กรยังมอง AI เป็นแค่ซอฟต์แวร์ใหม่ ไม่ใช่ตัวเปลี่ยนเกมในกระบวนการทำงานและโมเดลธุรกิจ คำตอบก็คงไม่
มีคำกล่าวในรายงานว่า องค์กรที่สร้างคุณค่าจาก AI ได้ ไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเครื่องมือ แต่ใช้มันเพื่อ “ปรับโฉมกระบวนการดำเนินงาน รูปแบบธุรกิจ และจุดเชื่อมต่อกับลูกค้า” นี่คือหัวใจของดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน: ต้องเริ่มจากกลยุทธ์และคน ไม่ใช่เทคโนโลยี ผู้นำธุรกิจต้องเป็นเจ้าของโจทย์ AI ให้ฝ่าย IT ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนด้านเทคนิค เมื่อทุกสายงานร่วมกันกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจน เช่น AI สร้างรายได้ หรือพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า แล้วจึงเลือกเทคโนโลยีตามเป้าหมาย ไม่ใช่กลับกัน
เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ลดต้นทุน: บทบาทใหม่ของการเงินและบัญชี
แม้ 50% ขององค์กรจะบอกว่า AI ช่วยลดต้นทุน และ 48% เห็นว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้ระบบใหม่ถูกนำมาใช้ได้ง่ายขึ้น แต่การใช้ AI แค่เพื่อลดค่าใช้จ่ายคือการมองศักยภาพเพียงครึ่งเดียวของเทคโนโลยีนี้ โลกของการเงินและบัญชีกำลังขยับจากบทบาท “ฝ่ายควบคุมต้นทุน” ไปสู่ “คู่คิดเชิงกลยุทธ์” ที่ใช้ข้อมูลและ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในระดับองค์กร นี่คือจุดที่ AI สร้างรายได้ได้จริง เพราะช่วยให้ตัดสินใจเรื่องสินค้า ลูกค้า และการลงทุนได้แม่นยำขึ้น
ตัวอย่างทิศทางใหม่คือการที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินของบริษัทขนาดใหญ่ประกาศใช้นโยบาย “AI Workflow & Capability” เพื่อแก้โจทย์ขาดแคลนบุคลากรบัญชีและภาระงานล้น โดยนำ AI มาช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดโอที และเปิดเวลาให้คนวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น เธอย้ำว่านโยบาย AI ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยทำงาน” แต่ต้องยกระดับนักบัญชีให้ “ใช้เทคโนโลยีสร้างคุณค่าเพิ่ม” และตอบโจทย์การแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคมได้ นี่คือภาพของวิชาชีพที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่บทบาท data-driven อย่างแท้จริง
จะปลดล็อก AI สร้างรายได้ได้อย่างไร: 4 บทเรียนสำคัญสำหรับผู้นำ
หากต้องการให้ AI สร้างรายได้ ไม่ใช่แค่ลดต้นทุน องค์กรจำเป็นต้องขยับจากการทดลองสู่การบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบ ขณะนี้มีเพียง 19% ที่ขยายการใช้ AI ไปหลายหน่วยงานทั่วองค์กร ส่วนใหญ่ยังติดอยู่ในระดับทดลองหรือโครงการนำร่อง และ 71% ยอมรับว่าได้ผลลัพธ์จาก AI เพียงบางส่วนของเป้าหมาย นี่คือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องปรับวิธีคิดใหม่ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ซื้อเครื่องมือเพิ่ม
- ตั้งโจทย์ธุรกิจให้ชัด: นิยามให้ได้ว่า AI จะช่วยสร้างรายได้อย่างไร เช่น โมเดลรายได้ใหม่ ลูกค้าใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่
- ลงทุนในทักษะ AI ให้คนทุกระดับ: ไม่ใช่เฉพาะฝ่าย IT ต้องมีแผน upskill และ e-learning ที่ครอบคลุมพนักงานมากกว่า 30% ขององค์กร ซึ่งวันนี้ยังทำได้ไม่ถึง
- ทำให้ AI เป็นวาระของธุรกิจ: ให้ผู้นำสายงาน โดยเฉพาะ CFO และหัวหน้าฝ่ายธุรกิจ เป็นเจ้าของ AI workflow แล้วให้ฝ่าย IT สนับสนุน
- จัดการข้อมูลและความปลอดภัยอย่างจริงจัง: เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและมาตรการความปลอดภัย เพื่อให้ AI ใช้งานข้อมูลอย่างมีคุณค่าและน่าเชื่อถือ
เมื่อองค์กรกล้าขยับจาก mindset “โครงการ IT” ไปสู่ “กลยุทธ์สร้างรายได้” และใช้ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันอย่างมีทิศทาง AI จะเปลี่ยนจากค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีไปเป็นเครื่องยนต์การเติบโตระยะยาวได้ในที่สุด






