ACE LOVES FASHION คืออะไร และทำไมถึงสำคัญต่อห้างสรรพสินค้าแฟชั่นยุคใหม่
ACE LOVES FASHION คือแคมเปญแฟชั่นเซ็นทรัลที่ออกแบบให้ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่ขายสินค้า แต่เป็นจักรวาลแฟชั่น ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมแบรนด์รุ่นใหญ่กับแบรนด์แฟชั่นใหม่เข้าด้วยกัน ผ่านคอนเซปต์ การเล่าเรื่อง และกิจกรรมที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวแฟชั่นในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อสินค้าที่เดินผ่านไปมา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีจัดแคมเปญประจำปี ACE LOVES FASHION A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE เพื่อย้ำบทบาทการเป็นจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 11 ตุลาคม 2569 แนวทางนี้ชัดเจนว่าไม่ต้องการเป็นเพียงศูนย์การค้าที่รอคนมาช้อป แต่ต้องการเป็นผู้คัดสรรประสบการณ์การช้อปปิ้งทั้งด้านสไตล์และศิลปะ ยกระดับให้การมาห้างหนึ่งครั้งเท่ากับการเดินทางเข้าสู่จักรวาลแฟชั่นที่มีบริบทพร้อมเสิร์ฟให้กับคนรักสไตล์

จากแบรนด์ลักชัวรีถึงดีไซเนอร์ร่วมสมัย การออกแบบจักรวาลแบรนด์เดียวกัน
หัวใจของแคมเปญ ACE LOVES FASHION คือการรวมโลกแฟชั่นที่หลากหลายให้กลายเป็นเรื่องเล่าชุดเดียว เปิดโลกแฟชั่นจากแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกและแบรนด์ร่วมสมัยชั้นนำมากกว่า 70 แบรนด์ภายในศูนย์การค้า นี่ไม่ใช่การวางแบรนด์หรูไว้ชั้นหนึ่งแล้วปล่อยแบรนด์รุ่นใหม่ไว้ตามมีตามเกิด แต่คือการสร้าง “จักรวาล” ที่เปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายสนทนากันผ่านคอลเลกชันและกิจกรรม การมี Capsule Collection อย่าง CHAVANA x O THONGTHAI หรือ Pop Up ของแบรนด์ REPRESENT ทำให้เห็นบทบาทใหม่ของห้างสรรพสินค้าแฟชั่นที่ใช้ความหลากหลายของแบรนด์เป็นวัตถุดิบในการเล่าเรื่องมากกว่าการจัดหมวดหมู่สินค้าแบบเก่า ลูกค้าที่เดินเข้ามาไม่ได้แค่พบแบรนด์แฟชั่นใหม่ แต่ยังพบวิธีผสมผสานสไตล์ระหว่างแบรนด์ใหญ่กับดีไซเนอร์ร่วมสมัยในพื้นที่เดียวกัน เป็นการเรียนให้ลูกค้ากล้าลองและกล้าผสมผสานตัวตนของตัวเองผ่านเสื้อผ้าและแอคเซสซอรี

เมื่อห้างกลายเป็นคิวเรเตอร์ไลฟ์สไตล์ ศิลปะและแฟชั่นจึงเดินไปด้วยกัน
แคมเปญนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เสื้อผ้า แต่ขยายไปสู่ศิลปะและการใช้ชีวิตอย่างเป็นระบบ นำเสนอความพิเศษผ่าน 4 ประสบการณ์ ตั้งแต่ ACE LOVES STYLE ที่เน้นแฟชั่น ไปจนถึง ACE LOVES LIVING ที่ขยายขอบเขตสู่การใช้ชีวิต การจับมือกับโปรเจกต์ BAZAAR ART 2026 บริเวณชั้น G คือการประกาศชัดว่าแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรมคือชุดเดียวกันในสายตาของห้าง ประโยคที่น่าจดจำคือ “โปรเจกต์ BAZAAR ART 2026 Presented by Central Embassy ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองที่นิตยสาร Harper’s BAZAAR Thailand เตรียมสานต่อในเดือนธันวาคม” การมีไทม์ไลน์ต่อเนื่องเช่นนี้แปลว่าห้างกำลังสร้างฤดูกาลของตัวเอง ไม่ได้รอเพียงคอลเลกชันแฟชั่นจากแบรนด์ แต่สร้างปฏิทินประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ให้ลูกค้ากลับมาเยี่ยมจักรวาลนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

บทเรียนจากเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ห้างยุคใหม่ต้องให้มากกว่าร้านค้า
หาก ACE LOVES FASHION คือภาพของแฟชั่นระดับพรีเมียม เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะคืออีกโฟกัสหนึ่งที่ย้ำว่าห้างยุคใหม่ต้องเป็นสนามประสบการณ์รอบด้าน กลับมาอย่างยิ่งใหญ่พร้อมฉลองโฉมใหม่และยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งให้ครบทุกไลฟ์สไตล์ เติมเต็มสีสันด้วยทั้งแบรนด์ใหม่และแบรนด์ฮิตอย่าง JO MALONE LONDON LACOSTE EMPORIO ARMANI และอีกหลายแบรนด์แฟชั่นใหม่ที่เข้ามาสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าในย่านแจ้งวัฒนะ จุดน่าสนใจคือการผสานกิจกรรมหลากประเภท ตั้งแต่ Gashapon ยักษ์ Random Dance T POP เวิร์กช็อปศิลปะ ไปจนถึง Creative Market และของสะสมพิเศษ ทำให้การมาห้างหนึ่งครั้งกลายเป็นงานเทศกาล ถ้ามองจากมุมผู้บริโภค นี่คือการเปลี่ยนจาก “สถานที่ซื้อของ” เป็น “สถานที่เล่นสนุกและแสดงตัวตน” ช้อปสนุกและคุ้มมากขึ้นด้วยสิทธิพิเศษและโปรโมชันตลอดแคมเปญ
จากประสบการณ์สู่กลยุทธ์ระยะยาว ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นกำลังกำหนดบทบาทใหม่ให้ตัวเอง
เมื่อดูภาพรวมของเครือข่ายซึ่งมีร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,834 ร้านค้า จะเห็นชัดว่าการทำแคมเปญแบบจักรวาลแฟชั่นอย่าง ACE LOVES FASHION ไม่ใช่แค่โปรเจกต์สวยงาม แต่เป็นสนามทดลองว่าห้างจะอยู่รอดในโลกที่ช่องทางออนไลน์และแพลตฟอร์มตรงถึงผู้บริโภคเติบโตอย่างไร การย้ำบทบาทการเป็นจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ด้วยแคมเปญประจำปีที่มีทั้งแฟชั่น ศิลปะ และประสบการณ์การช้อปปิ้งพร้อมสิทธิพิเศษรวมสูงสุด 158,000 บาทตลอดแคมเปญ ทำให้ห้างไม่ได้วัดตัวเองเพียงยอดขาย แต่ยังวัดจากความหมายในชีวิตคนที่เข้ามาใช้เวลา สุดท้ายบทเรียนสำคัญคือ ห้างที่กล้ารับบท “คิวเรเตอร์ประสบการณ์” และกล้าพาแบรนด์ทั้งเก่าใหม่มาเล่าเรื่องร่วมกัน จะมีโอกาสกลายเป็นจักรวาลที่คนอยากกลับมา ไม่ใช่เพียงจุดแวะซื้อของระหว่างทาง







