Quick Commerce คืออะไร และทำไมถึงเปลี่ยนเกมค้าปลีก
Quick Commerce คือรูปแบบการค้าปลีกผ่านแอปสั่งของออนไลน์ที่เน้นการจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและของสดถึงหน้าบ้านในเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง โดยเชื่อมสต็อกจากสาขาใกล้บ้านเข้ากับทีมไรเดอร์และระบบข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริโภคสั่งสินค้าจำเป็นได้แทบทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ของสดมื้อเย็นไปจนถึงน้ำดื่มและสินค้าทำความสะอาด โดยให้ความสำคัญกับความเร็ว ความสะดวก และความสด มากกว่าการรอจัดส่งแบบอีคอมเมิร์ซดั้งเดิมที่ใช้เวลาหลายวัน
หัวใจของ Quick Commerce คือการเปลี่ยนการซื้อของเข้าบ้านจาก “ภารกิจใหญ่ประจำสัปดาห์” เป็นกิจกรรมเล็กๆ แต่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในทุกวัน ผ่านแอปจัดส่งสินค้าและบริการออนไลน์ร้านสะดวกที่ผู้บริโภคเปิดใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่อง พูดง่ายๆ คนเมืองไม่ต้องวางแผนตุนของล่วงหน้าหลายวันอีกต่อไป แค่เปิดแอปสั่งของออนไลน์เมื่อคิดอะไรออก ก็มีของสดถึงหน้าบ้านทันเวลาทำกับข้าว หรือมีน้ำดื่มถึงคอนโดก่อนที่กระเพาะจะเตือน

Lotus’s Smart App: จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สู่ “ผู้ช่วยครัวเรือน”
แพลตฟอร์มที่แสดงภาพ Quick Commerce ชัดที่สุดตอนนี้คือ Lotus’s Smart App ซึ่งสร้างยอดสั่งออนไลน์รวมผ่านทุกช่องทางกว่า 30 ล้านออเดอร์ในปีเดียว โดย 21 ล้านออเดอร์มาจากตัวแอปเอง ตัวเลขนี้บอกชัดว่าแพลตฟอร์มไม่ได้เป็นแค่ช่องทางเสริม แต่กำลังกลายเป็นฐานหลักของการช้อปออนไลน์ของแบรนด์ค้าปลีกรายนี้ “ในปี 2568 ที่ผ่านมา Lotus’s Smart App ส่งมอบสินค้ากว่า 21 ล้านออเดอร์ให้กับคนไทย”
บริการ Grocery On-Demand ของแอปนี้เติบโตสู่ระดับเฉลี่ย 80,000 ออเดอร์ต่อวัน เติบโตถึง 11 เท่านับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2565 จุดต่างจากอีคอมเมิร์ซทั่วไปคือการเน้นจัดส่งด่วนผ่านเครือข่ายสาขากว่า 2,500 แห่งและไรเดอร์กว่า 8,000 คน รองรับการจัดส่งไวสุดภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมสินค้ากว่า 30,000 รายการ ตั้งแต่ของสด ไข่ที่ถูกส่งออกกว่า 70 ล้านฟอง ไปจนถึงน้ำดื่มกว่าร้อยล้านขวดต่อปี เมื่อลูกค้ากดสั่งได้แทบทุกวัน พฤติกรรมซื้อของเข้าบ้านจึงขยับจาก “ทางเลือกเสริม” กลายเป็น “กิจวัตรหลัก” ของครัวเรือนใหม่

จากความเร็วสู่พฤติกรรมใหม่: ทำไมคนหันมาใช้แอปจัดส่งสินค้าเป็นประจำ
การเติบโตของ Lotus’s Smart App ไม่ได้เกิดจากโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสานเทคโนโลยีและ Data แบบ Real-time เพื่อยกระดับประสบการณ์เฉพาะบุคคลและบริหารสต็อกเชื่อมโยงทุกสาขาในฐานะ Micro Fulfillment Network รองรับบริการจัดส่งด่วนภายใน 1 ชั่วโมง เมื่อความเร็วและความสดกลายเป็นเรื่อง “ปกติ” ลูกค้าจึงไว้วางใจและกลับมาใช้บริการถี่ขึ้น บิลเฉลี่ยใหญ่ขึ้น และพร้อมย้ายการซื้อของสดจากหน้าร้านมาอยู่บนหน้าจอ
อินไซต์ “A Day in a Life” ของแพลตฟอร์มยังชี้ว่าแต่ละช่วงเวลามีแพทเทิร์นสั่งของชัดเจน ตั้งแต่ช่วงเช้าที่นมจืดและน้ำดื่มถูกสั่งมากที่สุด ไปจนถึงช่วงเย็นที่ยอดสั่งของสดพุ่ง นี่คือการเปลี่ยนบทบาทของแอปจัดส่งสินค้าให้กลายเป็น “ฮีโร่เฉพาะกิจ” คอยเติมของที่ขาดในแต่ละช่วงวัน ขณะเดียวกัน กลุ่มสินค้าอย่าง HBA และ HHC ก็เติบโตบนแพลตฟอร์ม บ่งชี้ว่าผู้ใช้เริ่มมองแอปสั่งของออนไลน์เป็นแหล่งจับจ่ายครบทั้งตัวเอง บ้าน และครัวในที่เดียว

เมื่อแอปอาหารไม่หยุดที่อาหาร: สมรภูมิ Quick Commerce ที่ดุเดือดขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดเดลิเวอรีอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยเติบโตแรง 30% ในปี 2021 ด้วยมูลค่ารวมถึง USD 15.5 พันล้าน (approx. ฿558,000 ล้าน) โดย Grab มีส่วนถึง USD 7.6 พันล้าน ตามมาด้วย Foodpanda USD 3.4 พันล้าน และ Gojek USD 2.0 พันล้าน แต่การเติบโตชะลอตัวเหลือเพียง 5% ในปี 2023 หลังแตะ USD 16.3 พันล้าน ในปี 2022 เมื่อผู้คนกลับไปรับประทานอาหารที่ร้านมากขึ้น บริการเดลิเวอรีจึงต้องหาทางใหม่
แอปเดลิเวอรีขนาดใหญ่ตอบสนองด้วยการขยายบริการไปยังการนั่งรับประทานในร้าน ผ่านบัตรกำนัลส่วนลด เมนูดิจิทัล และการชำระเงินผ่าน QR ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มเหล่านี้ก็รุกเข้าสู่ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในบ้าน เพื่อครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค กล่าวอีกอย่างคือสนามแข่งขันกำลังเลื่อนจาก “ใครส่งอาหารได้เร็ว” ไปสู่ “ใครดูแลทั้งมื้ออาหาร ของใช้ และการกินในร้านได้ครบวงจร” ทำให้ Quick Commerce ไม่ใช่สนามของค้าปลีกเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นสมรภูมิที่ทั้งค้าปลีกและเทคโนโลยีมาปะทะกันตรงกลาง

อนาคต Quick Commerce: จากบริการจัดส่งด่วน สู่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการจับจ่าย
เมื่อ Lotus’s Smart App ประกาศเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยี Hyper-personalization เสริมศักยภาพโลจิสติกส์ และบริหารสต็อกเชื่อมเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ เพื่อยกระดับประสบการณ์ “สดกว่า-ไวกว่า-คุ้มค่ากว่า” ให้กับลูกค้าทุกเจเนอเรชัน ขณะที่การจัดส่งอาหารโดยรวมในภูมิภาคยังคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องด้วย CAGR 13% จนถึงปี 2025 ภาพหนึ่งที่ชัดเจนคือ Quick Commerce กำลังเปลี่ยนจากบริการเสริมเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการจับจ่ายในชีวิตประจำวัน
สำหรับผู้บริโภค นี่หมายถึงการมี “ร้านสะดวกซื้อดิจิทัล” อยู่ในกระเป๋าตลอดเวลา ผ่านแอปจัดส่งสินค้าและบริการจัดส่งด่วนที่สั่งทุกอย่างได้ภายในไม่กี่คลิก สำหรับค้าปลีกและแพลตฟอร์มเดลิเวอรี นี่คือการแข่งขันที่ไม่อาจวัดกันแค่ส่วนลด แต่ต้องพิสูจน์ว่าใครเข้าใจจังหวะชีวิตของผู้ใช้มากที่สุด ใครผูกตัวเองเข้ากับกิจวัตร 24 ชั่วโมงได้แน่นที่สุด แบรนด์ที่มอง Quick Commerce เป็นเพียงช่องทางขายเพิ่มอาจอยู่รอด แต่แบรนด์ที่มองมันเป็น “หัวใจใหม่ของประสบการณ์ลูกค้า” ต่างหากที่จะครองเกมในระยะยาว







