นิยามใหม่ของ quick commerce app เมื่อซูเปอร์และร้านยามาอยู่ในมือ
ควิกคอมเมิร์ซหรือ quick commerce app คือแพลตฟอร์มสั่งซื้อสินค้าที่เน้นความเร็วและความสะดวกสูงสุด โดยเชื่อมผู้ใช้กับคลังสินค้า ร้านค้าปลีก และไรเดอร์ในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้สามารถสั่งสินค้าอุปโภคบริโภค ของสด หรือยาจากร้านขายยา แล้วรับของได้ภายในเวลาสั้นมากผ่านสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว โดยตัดขั้นตอนการเดินทางและการรอแบบอีคอมเมิร์ซดั้งเดิมออกไป
การเปิดตัว Shopee Instant Mart และ Shopee Telepharmacy คือหมุดหมายสำคัญที่ประกาศชัดว่าแพลตฟอร์มรายใหญ่ไม่ได้ต้องการเป็นแค่ตลาดช้อปของออนไลน์อีกต่อไป แต่ต้องการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ของสด ของใช้ ไปจนถึงยาและการปรึกษาเภสัชกร การขยับนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่สองข้อของผู้บริโภคยุคออนดีมานด์ คือ ความเร็ว และความสะดวกที่ตอบสนองได้ทันที ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของผู้คนในปัจจุบัน ใครตอบโจทย์สองข้อนี้ได้ครบกว่า มีโอกาสยึดพื้นที่บนหน้าจอมือถือได้ก่อน

จากอาหารสู่ของใช้และยา: ศึกขยายหมวดบริการของ quick commerce
เดิมทีผู้ใช้คุ้นเคยกับ quick commerce app ในฐานะแอปสั่งอาหาร แต่วันนี้เกมเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อผู้เล่นรายใหญ่เริ่มแข่งกันขยายหมวดบริการให้กว้างกว่าเดิม ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงร้านขายยาในชุมชน การมาของ Shopee Instant Mart จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเมนูช้อปปิ้งสินค้าอุปโภคบริโภค ของสด และของชำเท่านั้น แต่เป็นการยึดพื้นที่การใช้ชีวิตในทุกวัน ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนในแอปเดียว
ฝั่งสุขภาพก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน บริการลักษณะ pharmacy delivery app กำลังกลายเป็นแนวรบใหม่ เมื่อผู้บริโภคต้องการทั้งยาและคำปรึกษาจากเภสัชกรผ่านมือถือในที่เดียว ผู้ให้บริการด้านออนดีมานด์รายอื่นเริ่มขยับด้านเทเลฟาร์มาซีเช่นกัน หมายความว่า การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ใครส่งของได้เร็วกว่าอย่างเดียว แต่อยู่ที่ใครสร้างแพลตฟอร์มที่ตอบครบทั้งท้องและสุขภาพได้ลื่นไหลที่สุด ใครผูกชีวิตผู้ใช้ได้ทั้งเรื่องกินอยู่และดูแลตัวเอง ย่อมมีอำนาจต่อรองกับทั้งแบรนด์และร้านค้ารายย่อยมากขึ้นในระยะยาว

Shopee Instant Mart: 1 hour delivery ที่ต้องแลกด้วยโลจิสติกส์ละเอียดระดับถนนหน้าบ้าน
หัวใจของ Shopee Instant Mart คือคำสัญญา “ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง” ที่เปิดให้ผู้ใช้สั่งซูเปอร์มาร์เก็ต ของสด ของชำ และสินค้าในชีวิตประจำวันได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำในพื้นที่ให้บริการ สิ่งนี้ทำให้แอปช้อปปิ้งเข้าไปแทนที่ทั้งการแวะซูเปอร์หลังเลิกงาน และการออกไปซื้อของด่วนในวันที่รถติดหรือฝนตกหนัก
แต่การจะรักษา 1 hour delivery ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี ระบบจัดเส้นทาง และสต๊อกสินค้าในพื้นที่ร่วมกัน Shopee จึงพึ่งเครือข่ายพันธมิตรค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น Big C Lotus’s Tops Maxvalu และ Villa Market รวมถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชนจำนวนมาก เพื่อให้มีสินค้าพร้อมส่งใกล้บ้านผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมีการรับประกันเวลาจัดส่ง หากล่าช้ากว่าที่กำหนด ผู้ใช้จะได้รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 30 บาททันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าเวลาที่แสดงในแอปไม่ใช่แค่คำโฆษณา

Shopee Telepharmacy: จากแอปช้อปปิ้งสู่ประตูดิจิทัลของร้านขายยาชุมชน
ถ้า Shopee Instant Mart คือซูเปอร์ในมือถือ Shopee Telepharmacy ก็คือร้านขายยาและเภสัชกรที่ออนไลน์ตลอดเวลา บริการนี้ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มตัวกลาง เชื่อมผู้ใช้เข้ากับเภสัชกรวิชาชีพเพื่อพูดคุย ซักถามอาการ และรับคำแนะนำด้านการใช้ยาหรือการดูแลสุขภาพเบื้องต้นผ่านสมาร์ตโฟนได้โดยตรง ผู้ใช้งานสามารถปรึกษาอาการป่วยเบื้องต้นได้ผ่านวิดีโอคอล วอยซ์คอล หรือแชท และไม่เสียค่าธรรมเนียมเมื่อมีการสั่งจ่ายยากับเภสัชกรวิชาชีพ
จุดที่น่าสนใจคือ การออกแบบให้เป็น pharmacy delivery app ที่ไม่ใช่แค่ขายยา แต่เชื่อมต่อกับเครือข่ายร้านขายยาชุมชนและเภสัชกรอิสระทั่วประเทศ เปิดรับร้านยาและเภสัชกรเข้าร่วมเป็นพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกับการยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพ แนวคิดนี้ต่างจากการดึงยอดขายไปอยู่ที่แพลตฟอร์มเพียงฝ่ายเดียว แต่คือการพาร้านยารายย่อยเข้าสู่โลก O2O ให้สามารถใช้ดิจิทัลเข้าถึงลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องลงทุนระบบเอง
O2O และอนาคต: ใครได้ ใครเสีย เมื่อทุกอย่างมารวมในแอปเดียว
บริการทั้งสองถูกออกแบบมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในกลยุทธ์ O2O ของ Shopee ที่ต้องการเชื่อมโลกออนไลน์เข้ากับร้านค้ารายย่อยและร้านขายยาชุมชนทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ Instant Mart เปิดโอกาสให้ร้านค้าพาร์ทเนอร์และผู้ขายรายย่อยเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ผ่านช่องทางออนไลน์และต่อยอดสู่โมเดล Online-to-Offline ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ Telepharmacy เปิดรับเครือข่ายร้านขายยาอิสระและเภสัชกรจากทั่วประเทศเข้าร่วมในระบบนิเวศดิจิทัลเดียวกัน
ตามแผนระยะเริ่มต้น บริการ Instant Mart จะครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา สงขลา และภูเก็ต ก่อนขยายไปทั่วประเทศในลำดับต่อไป หากโมเดลนี้เดินต่อได้เต็มที่ ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากความสะดวกและตัวเลือกที่หลากหลาย ร้านค้ารายย่อยมีช่องทางขายใหม่ และแพลตฟอร์มได้ฐานผู้ใช้เหนียวแน่นขึ้น คำถามจึงไม่ใช่ว่า quick commerce app แบบ O2O จะชนะหรือไม่ แต่คือผู้เล่นรายใดจะสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกของผู้ใช้กับความมั่นคงของร้านค้าชุมชนได้ดีกว่ากัน






