super app ไม่ใช่แค่แอป แต่คือประตูสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์
super app คือแอปพลิเคชันรวมบริการที่เชื่อมการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินทาง การชำระเงิน ประกันภัย ไปจนถึงการจับจ่ายและสะสมคะแนนไว้ในแพลตฟอร์มครบวงจรเดียว เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการหลายด้านได้ต่อเนื่อง สะดวก และใช้ข้อมูลร่วมกันแบบไร้รอยต่อ โดยไม่ต้องสลับหลายแอปหรือหลายบัญชีอีกต่อไป
ทิศทางล่าสุดของ OR แสดงชัดว่า super app ไม่ได้เป็นสนามของแพลตฟอร์มระดับโลกเท่านั้น แต่ผู้เล่นท้องถิ่นกำลังนำ “ปั๊มน้ำมัน” เดิมมาพัฒนาสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ ผ่านแอป blueplus+ ที่เริ่มจากการผูกผู้ใช้เข้ากับสถานีบริการ PTT Station และ Café Amazon แล้วค่อยๆ เติมบริการใหม่เข้าไป ทั้งการชำระเงินสะดวก การสะสมคะแนน และล่าสุดคือประกันภัยสมัครสมาชิกแบบรายเดือนบนมือถือ การเคลื่อนตัวครั้งนี้คือการบอกผู้ใช้ว่า ชีวิตดิจิทัลยุคใหม่ไม่ควรแยกเชื้อเพลิง ประกัน และการใช้จ่ายออกจากกันอีกต่อไป

TIPSNACK: ประกันภัยสมัครสมาชิกที่ทำให้ประกันกลายเป็น snack
OR ร่วมกับบริษัททิพยประกันภัยเปิดตัว “TIPSNACK” นวัตกรรมประกันภัยสมัครสมาชิกแบบรายเดือนบนแอป blueplus+ ที่ตั้งใจเปลี่ยนประสบการณ์ประกันให้ยืดหยุ่นเหมือนการกดซื้อของเล่นในแอปมากกว่าการเซ็นสัญญาหนักๆ ในสำนักงาน แนวคิดนี้สะท้อนการมองประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งของดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่สินค้าที่ซื้อครั้งเดียวแล้วลืม
TIPSNACK เปิดให้ผู้ใช้ควบคุมความคุ้มครองรายเดือนได้เอง ปรับเพิ่ม ลด หรือหยุดได้โดยไม่มีภาระผูกมัดระยะยาว จุดสำคัญคือ OR ดึงฐานผู้ใช้งานเดิมของ blueplus+ ซึ่งครอบคลุมลูกค้าสถานีบริการ PTT Station, Café Amazon และแบรนด์ในเครือ มาผสานกับความเชี่ยวชาญประกันภัยของทิพย ให้กลายเป็นประกันแบบ lifestyle insurance ที่เข้าใกล้ชีวิตจริงมากขึ้น ผลลัพธ์คือประกันภัยสมัครสมาชิกที่เข้าแอปเดียวก็จัดการได้ทั้งหมด ตั้งแต่การเลือกแพ็ก ไปจนถึงการดูสถานะความคุ้มครองแบบเรียลไทม์

จากปั๊มน้ำมันสู่แพลตฟอร์มครบวงจร: กลยุทธ์ All in One ของ OR
การเปิดตัว TIPSNACK ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่ต่อเนื่องจากวิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth” ที่ OR ใช้เป็นเข็มทิศในการยกระดับ OR Ecosystem ให้เติบโตไปพร้อมพันธมิตร จุดเปลี่ยนสำคัญคือการผลักดันให้แอปเดียวกลายเป็น All in One Application ที่เชื่อมทุกบริการของ OR และพันธมิตรเข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ
ORBIT Digital ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง OR และ Bluebik Group กำลังพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ตั้งเป้าเป็น One Stop Solutions รวมทุกไลฟ์สไตล์ไว้ในแอปเดียว ทั้งด้าน mobility และบริการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน OR มีสมาชิก Blue Card กว่า 7.5 ล้านราย โดยมีอัตราใช้งานอยู่ที่ 60% และคาดว่าหลังเปิดตัวแอป All in One จะดันยอดการใช้จ่ายทั้งธุรกิจน้ำมันและนอนออยล์มากกว่า 250,000 ครั้งต่อวัน คำพูดนี้สะท้อนชัดว่า OR ไม่ได้คิดแค่สร้างแอป แต่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กับผู้ใช้ทุกวัน

ระบบนิเวศดิจิทัลและชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล: สิ่งที่ผู้ใช้เริ่มคาดหวัง
เมื่อแอปพลิเคชันรวมบริการเริ่มกลายเป็นมาตรฐาน ผู้ใช้ไม่ได้ต้องการเพียงความสะดวกอีกต่อไป แต่เริ่มคาดหวัง “ชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” และการบูรณาการระบบนิเวศดิจิทัลที่แท้จริง blueplus+ และแอป All in One ของ OR ถูกออกแบบให้สร้างประสบการณ์แบบ personalization โดยใช้ข้อมูลจากระบบ Loyalty Management เชื่อมสมาชิก Blue Card และสมาชิกพันธมิตร เพื่อใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประโยชน์สูงสุด
ระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบ สะสม และใช้คะแนนกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว ในขณะที่ ORBIT Digital ตั้งเป้าสร้างรายได้จากการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาทต่อปี พร้อมเป้าหมายเติบโต 30-40% ต่อเนื่อง นี่คือคำยืนยันว่า การลงทุนในแพลตฟอร์มครบวงจรและประกันภัยสมัครสมาชิกไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาด แต่เป็นโครงสร้างรายได้ใหม่ที่ยึดโยงกับข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้โดยตรง

เมื่อทุกอย่างอยู่ในแอปเดียว ผู้ใช้ต้องเลือกอนาคตของตัวเอง
การที่ OR ผสานเชื้อเพลิง การเดินทาง ประกันภัยสมัครสมาชิก และสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์ไว้ในแอปเดียว ทำให้เรามองเห็นอนาคตของ super app ชัดขึ้น: ผู้ให้บริการท้องถิ่นกำลังสร้างแพลตฟอร์มครบวงจรที่เข้าใจชีวิตในแต่ละวันมากกว่าแอปต่างชาติที่เน้นบริการเดี่ยว การมีบริการอย่าง TIPSNACK บน blueplus+ คือสัญญาณว่าประกันภัยกำลังกลายเป็นฟังก์ชันมาตรฐานในดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่สินค้าแยกประเภทอีกต่อไป
แต่ในขณะที่ระบบนิเวศดิจิทัลถูกผูกแน่นขึ้น ผู้ใช้ก็ต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากจะยอมให้ชีวิตประจำวันทุกมิติผูกติดกับแพลตฟอร์มเดียวแค่ไหน เพราะความสะดวกที่ได้มาพร้อมการเปิดข้อมูลและพฤติกรรมให้ผู้ให้บริการรู้ลึกขึ้น การเลือกใช้ super app อย่าง blueplus+ จึงไม่ใช่แค่เรื่องแต้มสะสมหรือส่วนลด แต่คือการเลือก “บ้านดิจิทัล” ที่เรายอมให้จัดโครงชีวิตให้เราทั้งเรื่องการเดินทาง การใช้จ่าย และการปกป้องความเสี่ยงในระยะยาว




