ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ภูเก็ตกับเกมใหญ่สู่เมืองหลวงเวลเนสโลกผ่าน Global Wellness Summit

ภูเก็ตกับเกมใหญ่สู่เมืองหลวงเวลเนสโลกผ่าน Global Wellness Summit
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Global Wellness Summit คืออะไร และทำไมภูเก็ตจึงสำคัญ

Global Wellness Summit คือเวทีประชุมระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้นำธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ และนักลงทุนด้านสุขภาพและเวลเนสจากหลากหลายสาขา เพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจสุขภาพโลก แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันวิชาการ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นวัตกรรมเวลเนส และการพัฒนาศูนย์กลางสุขภาพเชิงเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ของโลก กระทรวงสาธารณสุขประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026 หรือ GWS 2026 ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต เตรียมต้อนรับผู้นำธุรกิจ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญกว่า 600 คน จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก การประชุมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 13 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต ประเด็นสำคัญคือรัฐไม่ได้มองงานนี้เป็นเพียง global health conference แต่เป็นจุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ที่จะใช้เวที wellness summit 2026 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพสู่แนวหน้า health tourism asia และยกระดับภูเก็ตให้กลายเป็น Global Wellness Capital อย่างเป็นรูปธรรม

ภูเก็ตกับเกมใหญ่สู่เมืองหลวงเวลเนสโลกผ่าน Global Wellness Summit

Health for Wealth กับการปั้น New S-Curve ผ่านสุขภาพ

หัวใจของการเป็นเจ้าภาพ wellness summit 2026 คือการยืนยันว่ารัฐมองสุขภาพเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ไม่ใช่ภาระงบประมาณอีกต่อไป รัฐบาลประกาศชัดว่าจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพให้เป็น New S-Curve เศรษฐกิจใหม่ของประเทศผ่านยุทธศาสตร์ Health for Wealth เชื่อมโยงสุขภาพกับเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ รายงานจาก Global Wellness Institute ระบุว่าเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตเฉลี่ย 7.9% ต่อปีในช่วงปี 2023–2024 โดยคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องจนแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 ตัวเลขนี้สะท้อนว่าใครจับทิศ wellness hub development ได้ก่อน ย่อมได้เปรียบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล สำหรับประเทศ ตลาดเวลเนสเติบโตด้วยอัตรา 10.1% ต่อปี ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 24 ของโลกด้วยมูลค่าตลาดกว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ "รายงานข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่าอุตสาหกรรมเวลเนสโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด" การใช้เวที global health conference ครั้งนี้เป็นสปริงบอร์ด Thai Wellness Soft Power จึงเป็นเกมรุกที่ชัดเจนมากกว่าจะเป็นเพียงความภาคภูมิใจเชิงพิธีกรรม

ภูเก็ตจากเมืองทะเลสู่ Global Wellness Capital

การเลือกภูเก็ตเป็นเจ้าภาพไม่ได้เกิดจากภาพชายหาดสวยอย่างเดียว แต่เพราะรัฐวางบทบาทใหม่ให้ภูเก็ตเป็นเมืองหลวงแห่งสุขภาพระดับโลก หรือ Global Wellness Capital อย่างชัดเจน โดยยกระดับ 4 อุตสาหกรรมเวลเนสสำคัญ ได้แก่ โรงแรมและรีสอร์ต สปาและนวดไทย ศูนย์สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้เชื่อมกันทั้งห่วงโซ่อุปทาน นี่คือการพัฒนา wellness hub development ในแบบที่ผสานบริการพักผ่อน การแพทย์ และวิถีชีวิตเข้าด้วยกัน เป้าหมายคือพลิกโฉมภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวชายทะเลไปสู่ศูนย์กลางโปรแกรม Wellness Retreat และ Personalized Wellness ที่เน้นการฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล ขณะเดียวกันก็ยกระดับสปาและนวดไทยด้วยองค์ความรู้ Anatomy-Based ให้ได้มาตรฐานสากล เพิ่มราคาต่อหัว และยืดระยะเวลาพำนักของนักเดินทางสายสุขภาพ ในเชิงการท่องเที่ยว health tourism asia ภูเก็ตถูกใช้เป็นสนามจริง เปิดตัวเส้นทาง Phuket Wellness Routes ที่เชื่อมธรรมชาติ สปา วิถีชุมชน และอาหารสุขภาพ กลายเป็นตัวอย่างรูปธรรมของการออกแบบเมืองเพื่อเวลเนสที่มีทั้งมิติบริการระดับบนและการกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก

ภาคเอกชนและแนวคิด Wellness Hub Thailand: The Land of Life

สิ่งที่ทำให้ wellness summit 2026 น่าสนใจเป็นพิเศษคือการร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม BDMS Wellness Clinic ในเครือ BDMS ประกาศร่วมเป็นผู้สนับสนุนการประชุม และเป็นพันธมิตรหลักของ GWS 2026 พร้อมสานต่อบทบาท Official Thailand Country Partner ของ Global Wellness Institute เป้าหมายชัดเจนคือผลักดันแนวคิด Wellness Hub Thailand: The Land of Life ให้เป็นภาพจำใหม่ของผู้เดินทางจากทั่วโลก โดยใช้ Scientific Wellness และการแพทย์เชิงป้องกันเป็นจุดขาย ตามรายงานเดียวกัน เศรษฐกิจสุขภาพของประเทศมีมูลค่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 10.1% ทำให้อยู่ในอันดับ 9 ของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และอันดับ 24 ของโลก ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีมูลค่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตถึง 36.4% สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ประเทศยังถูกจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอันดับที่ 15 ของโลก เมื่อผสานตัวเลขเหล่านี้เข้ากับเครือข่ายผู้นำด้านเวลเนสที่เข้าร่วม global health conference ครั้งนี้ จึงเห็นชัดว่าภาคเอกชนไม่ได้มาแค่ในบทสนับสนุนงาน แต่กำลังวางตำแหน่งประเทศในตลาด health tourism asia แบบระยะยาว

เมื่อสุขภาพ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจมาบรรจบกัน

จุดแข็งที่แท้จริงของ GWS 2026 ไม่ได้อยู่แค่ในหัวข้อประชุมที่ใช้ธีม The Science, Art and Soul of Wellness แต่อยู่ที่การบรรจบกันของสามยุทธศาสตร์ใหญ่ คือสุขภาพ การท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจ ภาครัฐใช้ Health for Wealth เชื่อมโยงสุขภาพเข้ากับเศรษฐกิจ ยกระดับโรงแรม รีสอร์ต สปา นวดไทย ศูนย์สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่เอกชนระดับ BDMS ผลักดัน Scientific Wellness และการแพทย์เชิงป้องกันให้กลายเป็นสินทรัพย์ใหม่ของประเทศในฐานะ wellness hub development ชั้นนำ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า GWS 2026 จะจัดได้สำเร็จหรือไม่ แต่คือหลังม่านงานประชุมนี้ เราจะรักษาโมเมนตัมและต่อยอดให้เป็น New S-Curve ที่ยั่งยืนได้มากแค่ไหน เพราะ GWS 2026 ณ จังหวัดภูเก็ต ถูกระบุชัดว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมสุขภาพโลก และประกาศศักดาแบรนด์ Thailand Wellness บนเวทีสากล หากสามารถเปลี่ยนเวทีครั้งนี้ให้เป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนเชิงระบบใน health tourism asia ก็มีโอกาสสูงที่ภูเก็ตและประเทศจะถูกจดจำในฐานะศูนย์กลางเวลเนสระดับโลกอย่างแท้จริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!