ส่วนแบ่งตลาดไอโฟนทะลุ 20% กลางวิกฤตยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนลดลง
ตลาดสมาร์ตโฟนไตรมาส 3 คือภาพรวมการจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนที่สะท้อนทั้งภาวะเศรษฐกิจ ความพร้อมของซัพพลายชิ้นส่วน และพฤติกรรมผู้บริโภค โดยในช่วงนี้ผู้ผลิตรายใหญ่ต้องรับมือกับต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูง การขาดแคลนชิ้นส่วน และความสามารถในการซื้อของผู้ใช้ที่ลดลง ส่งผลให้ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนลดลงแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ แต่ในเวลาเดียวกันกลับเปิดให้แบรนด์ที่แข็งแรงด้านพรีเมียมมีโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น ประเด็นสำคัญของไตรมาสนี้คือ ส่วนแบ่งตลาดไอโฟนที่ทะลุ 20% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไตรมาส 3 โดยรายงานวิจัยระบุว่า Apple ครองส่วนแบ่งการจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลก 22% เพิ่มจาก 18% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ภาพรวมตลาดสมาร์ตโฟนไตรมาส 3 มียอดจัดส่งลดลงรุนแรง 20–22% เมื่อเทียบปีต่อปี ต่ำสุดในรอบ 14 ปี การที่ Apple โตด้านส่วนแบ่งท่ามกลางยอดจัดส่งที่หดตัว จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนการเปลี่ยนสมดุลระหว่างสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมกับรุ่นราคาประหยัดอย่างชัดเจน

ตลาดสมาร์ตโฟนไตรมาส 3 หดตัวหนัก แต่ยิ่งดันให้ Apple Samsung การแข่งขันชัดขึ้น
สิ่งที่ทำให้ไตรมาสนี้น่าจับตาไม่ใช่แค่ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนลดลง แต่คือการที่แบรนด์ใหญ่ยิ่งกินส่วนแบ่งเพิ่ม ท่ามกลางตลาดที่หดตัว รายงานชี้ว่าการจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกลดลง 20–22% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นระดับต่ำสุดของไตรมาส 3 ในรอบ 14 ปี โดยมีสาเหตุหลักจากภาวะหน่วยความจำขาดแคลนต่อเนื่องและราคาชิ้นส่วนที่สูงขึ้น ในภาพรวมการแข่งขัน Apple Samsung การแข่งขันชัดเจนขึ้นอย่างมาก Samsung ครองอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่ง 23% เพิ่มจาก 19% ในปีก่อน ขณะที่ Apple ขยับขึ้นมา 22% จากเดิม 18% และตามหลัง Samsung เพียง 500,000 เครื่องในเชิงจำนวนจัดส่ง ขณะที่ผู้เล่นอันดับ 3–5 อย่าง Xiaomi OPPO และ vivo ต่างสูญเสียส่วนแบ่งทั้งหมด ภาพนี้บอกเราว่าเมื่อยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนลดลง ผู้ผลิตรายเล็กและแบรนด์ที่เน้นรุ่นเริ่มต้นจะถูกบีบหนักที่สุด ส่วนแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าพรีเมียมกลับยิ่งรวมศูนย์อำนาจตลาดมากขึ้น

Apple ชนะด้วยพรีเมียม iPhone 18 Pro ขณะที่รุ่นประหยัดเจ็บหนัก
การที่ส่วนแบ่งตลาดไอโฟนเพิ่มขึ้นทั้งที่ยอดจัดส่ง iPhone ลดลง 4% แปลว่า Apple ไม่ได้ขายเครื่องมากขึ้น แต่ขายเครื่องที่แพงขึ้นและกินสัดส่วนในตลาดมากขึ้น เพราะตลาดโดยรวมหดตัวแรงกว่า รายงานระบุว่า Apple ไม่มีรุ่นฐาน iPhone 18 ทำให้ปริมาณการเติมสินค้าในช่องทางจำหน่ายช่วงเปิดตัวน้อยกว่าตอนมีไลน์ iPhone 17 ครบชุดในปีก่อน แต่ iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max กลับเปิดตัวได้ดีกว่ารุ่นก่อน โดยเฉพาะในตลาดใหญ่ และแรงส่งจากซีรีส์ iPhone 17 ยังช่วยพยุงยอดจัดส่งไม่ให้ร่วงหนัก จุดพลิกเกมอยู่ที่ความต้องการสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมที่ยังทรงตัว ขณะที่ตลาดรุ่นราคาประหยัดถูกบีบจากราคาเครื่องที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนหน่วยความจำที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ราคาขายปลีกสมาร์ตโฟนทั่วโลกปรับขึ้นแล้วราว 20% ตั้งแต่ต้นปี ผู้ใช้ที่อ่อนไหวต่อราคาเริ่มชะลอการเปลี่ยนเครื่องหรือหันไปใช้เครื่องเดิมให้นานขึ้น แต่กลุ่มที่พร้อมจ่ายเพื่อฟีเจอร์ระดับสูงยังเดินหน้าซื้อรุ่นท็อป ส่งผลให้ Apple ซึ่งโฟกัสพรีเมียมอยู่แล้วได้เปรียบเต็มๆ
Samsung ได้แรงหนุนจาก Galaxy Z Fold8 ตลาดจอพับกลายเป็นสนามใหม่
ฝั่ง Samsung การเติบโตของส่วนแบ่งไม่ได้มาจากรุ่นกลางหรือรุ่นเริ่มต้น แต่จากการรุกหนักในตลาดมือถือจอพับ รายงานระบุว่าซัมซุงเพิ่มส่วนแบ่งจาก 19% เป็น 23% โดยมีแรงหนุนหลักจากการเปิดตัว Galaxy Z Fold8 Galaxy Z Fold8 Ultra และ Galaxy Z Flip8 ซึ่ง Galaxy Z Fold8 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นี่คือสัญญาณว่าตลาดพรีเมียมไม่ได้จำกัดอยู่แค่สมาร์ตโฟนจอปกติ แต่กำลังขยายไปสู่ฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่ที่ผู้ใช้ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อประสบการณ์ที่ต่างออกไป ในเชิงกลยุทธ์ Samsung เลือกยกระดับตัวเองให้เป็นผู้นำตลาดจอพับ ขณะที่ Apple ยังคงเน้นสมาร์ตโฟนพรีเมียมแบบดั้งเดิม การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขส่วนแบ่ง แต่คือการแย่งกันกำหนดอนาคตของสมาร์ตโฟนระดับบน เมื่อผู้ผลิตรายอื่นอย่าง Xiaomi OPPO และ vivo มียอดจัดส่งลดลงแรง โดยเฉพาะ OPPO ที่หดตัวถึงกว่า 30% ในกลุ่มท็อปไฟว์ ช่องว่างในตลาดพรีเมียมจึงเปิดให้สองยักษ์ใหญ่ยึดพื้นที่แทบเบ็ดเสร็จ
อนาคตตลาดสมาร์ตโฟน: พรีเมียมไปต่อ รุ่นถูกต้องคิดใหม่
สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนลดลง แต่คือแนวโน้มที่นักวิเคราะห์เตือนว่าตลาดยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด และสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอาจยังมาไม่ถึง ต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มขึ้นถึงราว 350% จากปีก่อนและยังอยู่ในระดับสูง แม้ความเร็วในการขึ้นราคาจะเริ่มชะลอลง แต่ชิ้นส่วนสำคัญอื่นก็ยังแพง ทำให้ผู้ผลิตถูกบีบให้หันมาเน้นกำไรมากกว่ายอดจัดส่ง รายงานคาดว่าผู้ผลิตจะลดกำลังการผลิต ตัดจำนวนรุ่นในพอร์ต และมุ่งเน้นสินค้าระดับพรีเมียมต่อไป สำหรับผู้ใช้ นี่แปลว่าเครื่องรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลางอาจมีตัวเลือกน้อยลง ราคาสูงขึ้น และรอบการเปลี่ยนเครื่องยาวขึ้น ในทางกลับกัน กลุ่มพรีเมียมจะยิ่งได้รับการลงทุนด้านฟีเจอร์และนวัตกรรมมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่ยังสร้างกำไรได้ชัดเจน ในภาพใหญ่ การที่ Apple และ Samsung กินส่วนแบ่งเพิ่มท่ามกลางยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนลดลงคือสัญญาณของการรวมศูนย์ตลาด เมื่อพายุต้นทุนและความสามารถในการซื้อยังไม่สงบ ผู้เล่นที่แข็งแรงด้านพรีเมียมจะยิ่งโต ส่วนผู้เล่นที่พึ่งพารุ่นประหยัดต้องเร่งปรับโมเดลธุรกิจใหม่ หากไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลังในยุคที่สมาร์ตโฟนไม่ใช่สินค้าจำเป็นต้องเปลี่ยนทุกปีอีกต่อไป






