ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

AI การจัดเก็บข้อมูล ตัวช่วยตัดไฟล์ตาย ลดต้นทุนพื้นที่เก็บขององค์กร

AI การจัดเก็บข้อมูล ตัวช่วยตัดไฟล์ตาย ลดต้นทุนพื้นที่เก็บขององค์กร
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

AI การจัดเก็บข้อมูลคืออะไร และทำไมองค์กรต้องสนใจ

AI การจัดเก็บข้อมูล คือการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เข้าวิเคราะห์ไฟล์ขององค์กรจากเมทาดาทาและรูปแบบการใช้งาน เพื่อระบุว่าไฟล์ใดเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกใช้งานหรือข้อมูลเย็น จากนั้นจะแนะนำหรือดำเนินการย้ายไฟล์เหล่านี้ไปยังชั้นจัดเก็บที่มีต้นทุนต่ำกว่าโดยอัตโนมัติ ขณะเดียวกันยังคงให้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ต่อไปโดยไม่ต้องกู้คืนกลับที่จัดเก็บหลัก ในมุมมองเชิงธุรกิจ แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการทบทวนว่าระบบจัดเก็บข้อมูลขององค์กรใช้ทรัพยากรอย่างมีเหตุผลหรือไม่ เมื่อพื้นที่เก็บหลักต้องรองรับงานสำคัญและการประมวลผลสำหรับ AI การปล่อยให้ไฟล์ที่ไม่ถูกใช้งานกินพื้นที่ไปเรื่อยๆ คือการสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น การนำ AI มาช่วยเก็บข้อมูลเก่าจึงเป็นการเปลี่ยนงานหลังบ้านให้กลายเป็นทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์ขององค์กร

CTERA Data Archiving Solution: เมื่อ AI มองเห็นไฟล์ตายและย้ายออกให้เอง

CTERA ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการข้อมูลประกาศเปิดตัว CTERA Data Archiving Solution เพื่อช่วยองค์กรระบุข้อมูลที่ไม่ถูกใช้งานและย้ายออกจากพื้นที่จัดเก็บหลักไปยังชั้นจัดเก็บที่มีต้นทุนต่ำกว่า โดยรวม InsightAI Data Service เข้ากับความสามารถด้านการเก็บถาวรของ CTERA Archive เป็นกระบวนการเดียวกัน โซลูชันนี้ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม CTERA Intelligent Data Platform และเปลี่ยนกระบวนการจัดการวัฏจักรข้อมูลที่เคยต้องทำด้วยมือให้กลายเป็น AI การจัดเก็บข้อมูลแบบมีเวิร์กโฟลว์ชัดเจน จุดสำคัญคือ InsightAI ใช้ agentic AI วิเคราะห์เมทาดาทาของไฟล์ เช่น ชื่อไฟล์ พาธ นามสกุล โครงสร้างไดเรกทอรี รวมกับอายุไฟล์ ประเภท ขนาด และรูปแบบการใช้งาน เพื่อประเมินมูลค่าทางธุรกิจและแนะนำว่าไฟล์ใดควรย้ายไปเก็บข้อมูลเก่าในชั้นจัดเก็บราคาถูกกว่า ฝั่ง CTERA Archive ก็รับช่วงย้ายไฟล์เหล่านั้นไปยังชั้นเก็บที่แยกต่างหากภายในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ เพื่อรักษาการควบคุมการเข้าถึงและนโยบายการเก็บรักษา

ตัวเลขที่น่าตกใจ: พื้นที่เก็บองค์กรถูกใช้จริงแค่ปลายยอดภูเขาน้ำแข็ง

จุดที่ทำให้แนวทาง AI การจัดเก็บข้อมูลของ CTERA น่าสนใจมากไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือข้อมูลที่เขานำมาพิสูจน์ผลลัพธ์ จากการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานจริงกว่า 16 เพตะไบต์ ผ่านการสแกนไฟล์แชร์ 856 ครั้งในสภาพแวดล้อม NAS ขององค์กรหลายอุตสาหกรรม พบว่ามีเพียง 4.4% ของความจุที่ถูกใช้งานอย่างสม่ำเสมอโดยผู้ใช้และแอปพลิเคชัน อีกด้านหนึ่ง 88.3% ของไฟล์ไม่ถูกเปิดใช้งานเกินหนึ่งปี และไม่ถึง 10% ของพื้นที่เก็บถูกเข้าถึงภายใน 90 วันที่ผ่านมา นี่คือคำพูดที่ควรถูกหยิบไปอ้างอิงในห้องประชุมบอร์ดบริหาร เพราะมันชี้ให้เห็นว่าต้นทุนพื้นที่เก็บจำนวนมากถูกใช้ไปกับไฟล์ที่ไม่มีบทบาทต่อธุรกิจในแต่ละวัน เมื่อรวมข้อเท็จจริงนี้กับการเติบโตของข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง และการใช้ SSD ราคาสูงเพื่อรองรับงานร้อนโดยเฉพาะงาน AI inferencing และ agent ต่างๆ ทำให้ต้นทุนพื้นที่เก็บพุ่งขึ้นต่อเนื่อง การค้นหาและย้ายไฟล์ตายออกจากสตอเรจความเร็วสูงจึงไม่ใช่เรื่องดีต่อการประหยัดอย่างเดียว แต่กลายเป็นข้อบังคับในเชิงกลยุทธ์ ถ้าองค์กรยังเก็บทุกอย่างไว้บนสื่อจัดเก็บหลัก ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่รวมถึงความเสี่ยงและความพร้อมด้านข้อมูลสำหรับ AI ในอนาคตด้วย

ลดต้นทุนพื้นที่เก็บและภาระทีมไอทีด้วยการจัดการข้อมูลอัตโนมัติ

จุดแข็งแท้จริงของโซลูชัน CTERA ไม่ใช่เพียงการวิเคราะห์ไฟล์ แต่คือการเปลี่ยนงานจัดการข้อมูลให้กลายเป็นการจัดการข้อมูลอัตโนมัติเต็มรูปแบบ CTERA InsightAI ช่วยคัดเลือกข้อมูลเย็นและข้อมูลที่ไม่ถูกใช้งานออกมาเป็นผู้สมัครสำหรับการเก็บข้อมูลเก่า ลดการเดาและงานตรวจสอบด้วยมือของทีมไอทีอย่างมาก เมื่อจับคู่กับ CTERA Archive ที่มีเวิร์กโฟลว์การย้ายไฟล์และการกำหนดนโยบายการเก็บรักษาแบบกำหนดค่าได้ งานที่เคยต้องอาศัยสคริปต์และการตรวจสอบทีละไดเรกทอรี ถูกแทนที่ด้วยตัวแทน AI ที่รันตามนโยบายองค์กรโดยตรง ผลคือองค์กรสามารถลดต้นทุนพื้นที่เก็บบนสื่อจัดเก็บหลักโดยย้ายข้อมูลเย็นไปยังอ็อบเจ็กต์สตอเรจชนิดสำหรับการเก็บถาวรที่มีต้นทุนต่ำกว่า และยังรักษาการกำกับดูแลและความสอดคล้องตามกฎระเบียบด้วยการบันทึกประวัติการย้ายและกู้คืนอย่างละเอียด ทั้งผู้ปฏิบัติงาน แหล่งต้นทาง ปลายทาง เหตุผล จำนวนไฟล์ ขนาด และเวลา นอกจากนี้ การย้ายข้อมูลที่ไม่ใช้งานออกจากพื้นที่หลักยังช่วยลดผิวหน้าของข้อมูลที่อาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตี ช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไปในตัว ที่สำคัญคือ IT สามารถหันไปโฟกัสโครงการเชิงกลยุทธ์แทนการนั่งไล่ลบไฟล์

จากไฟล์ตายสู่สินทรัพย์ AI: มุมมองสุดท้ายสำหรับผู้บริหาร

แม้คำว่าเก็บข้อมูลเก่าจะทำให้นึกถึงการเก็บไฟล์เข้าตู้เก็บและไม่กลับมาใช้อีก แนวทางของ CTERA พลิกมุมคิดนี้โดยทำให้ข้อมูลที่ถูกย้ายออกจากพื้นที่หลักยังคงเข้าถึงได้สำหรับ AI และการวิเคราะห์ โดยไม่ต้องมีขั้นตอนเรียกคืนหรือ rehydration เพิ่ม นั่นหมายความว่าข้อมูลเย็นไม่ถูกทิ้ง แต่เป็นคลังข้อมูลราคาถูกที่ระบบ AI สามารถดึงมาใช้สร้างโมเดลและอินไซต์ในอนาคตได้ มุมมองหนึ่งที่น่าคิดคือ หากองค์กรไม่จัดระเบียบข้อมูลตั้งแต่วันนี้ ข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานจำนวนมหาศาลจะยิ่งขยายตัว ทำให้ต้นทุนพื้นที่เก็บสูงขึ้นและเปิดช่องให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยกว้างขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้การเตรียมข้อมูลสำหรับ AI ยุ่งยากกว่าที่ควรจะเป็น การนำ AI การจัดเก็บข้อมูลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมข้อมูลองค์กร ไม่ใช่แค่คำตอบต่อโจทย์ ลดต้นทุนพื้นที่เก็บ แต่ยังเป็นการออกแบบพื้นฐานข้อมูลที่รองรับทั้งการกำกับดูแล การเก็บข้อมูลเก่าอย่างมีระบบ และการต่อยอดสู่ยุคที่ทุกธุรกิจต้องใช้ AI เป็นเครื่องมือหลัก ความท้าทายจึงไม่ใช่ว่าองค์กรจะใช้โซลูชันแบบนี้หรือไม่ แต่คือจะเริ่มออกแบบนโยบายและเวิร์กโฟลว์ให้รองรับการจัดการข้อมูลอัตโนมัติเร็วแค่ไหน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!