Immersive Brand Experience คืออะไร และ BYD x Netflix กำลังบอกอนาคตการตลาดแบบไหน
Immersive Brand Experience คือประสบการณ์การตลาดที่พาแบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตคนแบบรอบด้าน ให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมทั้งสายตา เสียง สัมผัส และอารมณ์ ผ่านกิจกรรมหรือสถานที่ที่ออกแบบให้รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง แทนการนั่งดูโฆษณาเฉยๆ จึงเป็นการเปลี่ยนจากการเล่าให้ฟัง มาเป็นการให้ลองใช้ ลองเล่น และรู้สึกไปพร้อมกัน กรณี BYD x Netflix: TEST DRIVE THE WORLDS คือภาพชัดของแนวคิดนี้ เมื่อผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่จับมือกับแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพื่อสร้างกิจกรรมทดลองขับที่จัดขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ระหว่างวันที่ 9 - 18 ตุลาคม 2569 ณ BRAVO BKK โดยใช้โลกของ Stranger Things Squid Game และ Money Heist มาเป็นฉากให้คนขับได้ตะลุยไปพร้อมกับทดลองเทคโนโลยี DM-i ของ BYD แคมเปญนี้จึงไม่ใช่แค่โปรโมตรถหรือโปรโมตซีรีส์ แต่คือการทดลองรูปแบบใหม่ของ Netflix brand partnership ที่ข้ามเส้นแบ่งระหว่างความบันเทิงกับการขายของอย่างชัดเจน

จากจอซีรีส์สู่พวงมาลัยรถ เมื่อ Story กลายเป็นสนามทดลองฟีเจอร์
หัวใจของ experiential marketing event นี้คือการเปลี่ยน Moment ในซีรีส์ให้กลายเป็นสถานการณ์ขับรถจริง ไม่ใช่แค่เอาฉากหรือพร็อพมาวางถ่ายรูปแล้วจบ BYD และ Netflix นำ Stranger Things Squid Game และ Money Heist มาสร้างเป็นธีมโซน ให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในจักรวาลซีรีส์เรื่องโปรด ขณะเดียวกันก็ได้ทดลองขับรุ่น BYD SEAL 5 DM-i BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i บนสนามที่ออกแบบเฉพาะ ในมุมของ streaming series activation นี่คือการใช้ Story เป็นเครื่องมือสาธิตฟีเจอร์รถแบบแนบเนียน เช่น ด่าน Squid Game ที่ต้องหยุดรถทันทีเมื่อตัวละครยองฮีหันมา ถูกใช้เป็นจังหวะให้ลองเบรกกะทันหัน ขณะที่เกมแกะน้ำตาลถูกดัดแปลงเป็นเส้นทางคดเคี้ยวให้ใช้กล้องและเซนเซอร์รอบคันช่วยขับ ทำให้คนไม่รู้สึกว่ากำลังถูกขายสเปก แต่กำลังเล่นเกมอยู่ใน Squid Game experience อย่างเต็มตัว

เมื่อเทคโนโลยี DM-i กลายเป็นไอเท็มลับ และของสะสมกลายเป็นจุดแตะหลายมิติ
สิ่งที่ทำให้ immersive brand experience ครั้งนี้น่าสนใจคือการเอาเทคโนโลยี DM-i มาเป็นเหมือนไอเท็มในเกม มากกว่าจะเป็นคำอธิบายบนโบรชัวร์ เทคโนโลยี DM-i ให้ฟีลลิ่งการขับขี่แบบรถไฟฟ้า พร้อมความยืดหยุ่นในการสลับระหว่าง EV Mode และ HEV Mode ให้เหมาะกับการใช้งาน เมื่อผูกเข้ากับด่านต่างๆ คนขับจึงได้ลองทั้งอัตราเร่ง ช่วงล่าง ระบบกรองอากาศ ไปจนถึงระบบ V2L ที่ใช้ดึงไฟจากตัวรถไปจ่ายให้ป้ายนีออนในโลกกลับด้านของ Stranger Things ในด้านของประสบการณ์จับต้องได้ แคมเปญนี้ยังเพิ่มแรงจูงใจด้วยของสะสมเฉพาะกิจ ผู้ที่ลงทะเบียนและทดลองขับในงานจะได้รับกรอบป้ายทะเบียน BYD ดีไซน์พิเศษจาก Netflix มูลค่า 990 บาท และผู้ที่จองรถพร้อมรับรถตามเงื่อนไขจะได้กล่องสุ่มโมเดลดีไซน์พิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ Netflix มูลค่า 1,990 บาท ทำให้ทุกจุดสัมผัสตั้งแต่การขับ การเล่น ไปจนถึงการสะสม กลายเป็นวงจรประสบการณ์หลายมิติที่ผูกคนดูซีรีส์เข้ากับแบรนด์รถอย่างแน่นหนา

ทำไมการร่วมมือแบบนี้ถึงสำคัญต่ออนาคตของแบรนด์สตรีมมิงและยานยนต์
การร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญสนุกๆ แต่สะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งสองอุตสาหกรรม ฝั่ง BYD มองว่าความร่วมมือกับ Netflix เป็นมิติใหม่ของการสร้าง Brand Experience ที่ข้ามขีดจำกัดเดิมของอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะที่ฝั่งแพลตฟอร์มสตรีมมิงก็พิสูจน์ว่าคอนเทนต์ไม่ได้จบแค่บนหน้าจอ แต่สามารถถูกต่อยอดเป็นประสบการณ์ในโลกจริงที่คนต้องเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง จุดแข็งของแคมเปญนี้คือการทำ cross-industry collaboration ที่ไม่หยุดอยู่แค่โลโก้เคียงกัน แต่เอาจุดเด่นของทั้งสองแบรนด์มาผสมจนเกิดสิ่งใหม่ Netflix เอา Story และโลกของซีรีส์ที่คนคุ้นเคยมาสร้างเป็นโจทย์ให้คนขับต้องเจอสถานการณ์เหมือนตัวละคร ขณะที่ BYD ใช้เทคโนโลยี DM-i และสมรรถนะรถเป็นคำตอบในแต่ละด่าน ผลลัพธ์คือ experiential marketing event ที่เบลอเส้นแบ่งระหว่างการเสพความบันเทิงกับการทดลองสินค้า จนยากจะบอกว่าคนมางานนี้เพื่อดูซีรีส์ หรือเพื่อดูรถกันแน่

บทสรุปสำหรับแบรนด์อื่น และสิ่งที่ผู้บริโภคควรจับตาต่อจากนี้
สำหรับผู้บริโภค แคมเปญ BYD x Netflix: TEST DRIVE THE WORLDS เปิดโอกาสให้แฟนซีรีส์ คอภาพยนตร์ และคนสนใจยานยนต์พลังงานใหม่ได้เปลี่ยนความหลงใหลในโลกซีรีส์ให้กลายเป็นประสบการณ์การทดลองขับจริงบนท้องถนน พร้อมสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ที่ประหยัดพลังงานและให้ความปลอดภัยในระดับสูง ที่สำคัญคือทำให้การทดลองขับไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่กลายเป็นการผจญภัยในโลกซีรีส์ที่ทุกคนอยากเล่าให้เพื่อนฟัง ในมุมของแบรนด์อื่น นี่คือสัญญาณว่าการตลาดยุคใหม่อาจต้องคิดเกินกว่าโฆษณา 30 วินาที หรือป้ายบิลบอร์ด การสร้าง Squid Game experience หรือโลก Stranger Things ในสนามทดลองขับ แสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์ที่คนรักสามารถกลายเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การทดลองสินค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ แบรนด์ที่อยากทำ streaming series activation หรือ Netflix brand partnership ในอนาคตจึงควรถามตัวเองว่า จะเอาจุดแข็งของตัวเองไปผูกกับเรื่องราวที่ผู้คนอินอยู่แล้วได้อย่างไร มากกว่าจะถามแค่ว่าจะวางโลโก้ไว้ตรงไหน







