ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เวทีการประชุม IMF World Bank เปลี่ยนงานใหญ่ให้เป็นงานและรายได้

เวทีการประชุม IMF World Bank เปลี่ยนงานใหญ่ให้เป็นงานและรายได้
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การประชุม IMF World Bank คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อคนทำงาน

การประชุม IMF World Bank คือเวทีเศรษฐกิจเวทีโลกที่ผู้นำด้านการเงิน การคลัง และการพัฒนาจากหลายประเทศมาหารือทิศทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวนโยบายที่ส่งผลต่อเงินทุน การจ้างงาน และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว การประชุมนี้จึงไม่ใช่แค่งานของนักเศรษฐศาสตร์หรือธนาคารกลาง แต่เกี่ยวข้องกับงานและรายได้ของคนทั่วไปผ่านผลกระทบต่อการลงทุน การส่งออก และเสถียรภาพทางการเงินในระบบ การประชุม IMF World Bank 2026 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นตัวอย่างชัดเจนของงานระดับโลกที่มีเดิมพันสูงต่อเศรษฐกิจในประเทศเจ้าภาพ ในระยะสั้น งานประชุมระดับโลก 7 วันนี้คาดว่าจะสร้างเงินสะพัดกว่า 1,050 ล้านบาทจากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประมาณ 15,000 คน ที่พำนักครบ 7 วันและใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 10,000 บาทต่อวัน แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น คำถามสำคัญคือ เงินสะพัดชั่วคราวจะถูกแปลงเป็นโอกาสการลงทุน 2026 งานและรายได้ที่มั่นคงกว่าเดิมได้หรือไม่

เงินสะพัด 1,050 ล้านบาทดีพอหรือยัง เมื่อโจทย์จริงคืองานและรายได้ระยะยาว

ตัวเลขเงินสะพัดกว่า 1,050 ล้านบาทจากการประชุม IMF World Bank 7 วันฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ถ้ามองจากมุมคนทำงานและผู้ประกอบการรายเล็ก ประโยชน์ที่แท้จริงไม่ควรหยุดอยู่แค่โรงแรมเต็ม ร้านอาหารแน่น หรือบริการท่องเที่ยวคึกคัก เพราะรายได้เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผลระยะสั้นและกระจุกตัวในธุรกิจบางกลุ่ม รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช เตือนชัดว่า ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพไม่ควรวัดแค่จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมหรือเม็ดเงินที่หมุนเวียนในช่วง 7 วัน แต่ต้องดูด้วยว่า หลังงานจบ คนไทยมีงานที่ดีขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น และ SMEs มีโอกาสเติบโตมากขึ้นเพียงใด นี่คือประโยคที่ควรถูกใช้เป็นเกณฑ์วัดผลอย่างเป็นทางการ หากจบงานแล้วไม่เกิดการลงทุนใหม่ ไม่เกิดคำสั่งซื้อเพิ่ม หรือไม่เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจในประเทศกับทุนต่างชาติ การประชุมก็จะกลายเป็นงานใหญ่ที่สวยงามแต่เปลืองโอกาส

ใช้เศรษฐกิจเวทีโลกดึงโอกาสการลงทุน 2026 ไม่ให้หลุดมือ

จุดแข็งของการประชุม IMF World Bank คือการเป็นเวทีที่รวมผู้นำและผู้แทนจาก 191 ประเทศเข้าด้วยกัน ทำให้ไทยมีโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น เชื่อมโยงนักลงทุน และนำเสนอศักยภาพเศรษฐกิจต่อสายตาทั่วโลก ในอีกด้านหนึ่ง การประชุมประจำปีนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 18,000 คน และเมื่อรวมผู้ติดตามคาดว่าจะมีจำนวนราว 20,000 คน ซึ่งช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและเป็นโอกาสในการสร้างความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมงานเพื่อนำไปบอกต่อในอนาคต นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุชัดว่า รัฐตั้งใจใช้เวทีนี้นำเสนอสินค้าไทย อาหารไทย เอกลักษณ์ความเป็นไทย และสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง นี่คือการใช้เศรษฐกิจเวทีโลกให้เป็นประตูสู่โอกาสการลงทุน 2026 และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว แต่หากต้องการให้ผลลัพธ์ยั่งยืน รัฐต้องไม่หยุดอยู่แค่การสร้างภาพลักษณ์ ต้องต่อยอดสู่ข้อตกลงการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตที่จับต้องได้

เจรจาการค้า ท่องเที่ยว และโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่: เวทีนี้ไม่ใช่แค่โชว์ของ

สิ่งที่น่าสนใจคือ รัฐบาลไม่ได้ใช้เวทีการประชุม IMF World Bank แค่จัดงานหลัก แต่ยังจัดการหารือคู่ขนานกับผู้แทนจากหลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ นางศุภจีมีกำหนดพบผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนของสวิตเซอร์แลนด์กว่า 10 คน เพื่อหารือโอกาสทางการค้าและการทำธุรกิจร่วมกัน รวมถึงพบผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง และรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทิศทางการค้าโลก นี่คือหัวใจของการใช้เวทีเศรษฐกิจเวทีโลกให้เกิดประโยชน์จริง เพราะการเจรจาการค้าจะส่งผลต่อกติกาใหม่ที่กระทบการส่งออก การนำเข้า และโอกาสของ SMEs ขณะเดียวกัน การผลักดันท่องเที่ยวผ่านการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้เข้าร่วมประชุม ก็เป็นการลงทุนระยะยาวในแบรนด์ประเทศ หากทำควบคู่กับการวางนโยบายพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น การเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนธุรกิจ และแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนผ่านความร่วมมือจากเวทีนี้ ผลลัพธ์จะไม่ใช่แค่ภาพสวย แต่เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น

จากห้องประชุมสู่ชีวิตคนทำงาน: แผนติดตามผลคือบทพิสูจน์ความสำเร็จ

เมื่อเศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแรง หนี้ครัวเรือนสูง การเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ที่จำกัด การลงทุนไม่เพียงพอ และผลิตภาพเติบโตช้า การปล่อยให้การประชุม IMF World Bank จบลงโดยไม่มีแผนติดตามผลที่ชัดเจนถือเป็นการพลาดโอกาสครั้งใหญ่ ดร.อัทธ์เสนอว่า รัฐบาลควรจัดทำแผนติดตามผลหลังการประชุม ตั้งแต่การลงทุนที่เกิดขึ้นจริง การสร้างงาน การเพิ่มทักษะแรงงาน ไปจนถึงคำสั่งซื้อและรายได้ที่กระจายถึงผู้ประกอบการไทย ในทางปฏิบัติ นั่นหมายถึงการเชื่อมโยงนักลงทุนกับผู้ผลิตและผู้ให้บริการในประเทศให้มากขึ้น ผลักดันให้การลงทุนใหม่ใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนจาก SMEs ไทย มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาบุคลากรให้พร้อมเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิต หากทำได้ งานประชุมจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานและรายได้ที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เหตุการณ์หนึ่งสัปดาห์ที่ถูกลืมไปพร้อมกับป้ายประชาสัมพันธ์ที่ถูกเก็บลง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!