ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมลาโทนินระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว ผู้มีนอนไม่หลับเรื้อรังควรคิดให้รอบคอบ

เมลาโทนินระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว ผู้มีนอนไม่หลับเรื้อรังควรคิดให้รอบคอบ
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

เมลาโทนินระยะยาวคืออะไร และทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญต่อคนที่นอนไม่หลับเรื้อรัง

เมลาโทนินระยะยาว หมายถึงการรับประทานอาหารเสริมหรือยาที่มีเมลาโทนินต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งปีขึ้นไปในผู้ที่ใช้เพื่อช่วยการนอนหลับ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง การใช้เมลาโทนินระยะยาวถูกมองว่าเป็นวิธีธรรมชาติและปลอดภัยในการจัดการการนอน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลวิจัยใหม่ชี้ว่าอาจมีความเสี่ยงต่อหัวใจล้มเหลว การเข้ารักษาในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นในระยะยาว จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้และแพทย์ต้องทบทวนแนวคิดเรื่องความปลอดภัยของอาหารเสริมที่เคยมองว่าไร้พิษภัย

งานวิจัยเชิงสังเกตที่นำเสนอในการประชุมวิชาการโรคหัวใจเผยว่า การใช้เมลาโทนินระยะยาวในผู้ใหญ่ที่มีนอนไม่หลับเรื้อรังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว การนอนโรงพยาบาลจากภาวะหัวใจล้มเหลว และการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงติดตามผลห้าปี แม้ผลลัพธ์นี้ยังไม่ได้พิสูจน์สาเหตุโดยตรง แต่ก็นับเป็นสัญญาณเตือนที่เราไม่ควรเมินเฉย โดยเฉพาะคนที่กำลังคิดจะพึ่งเมลาโทนินเป็นคำตอบหลักของปัญหาการนอน

เมลาโทนินระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว ผู้มีนอนไม่หลับเรื้อรังควรคิดให้รอบคอบ

ตัวเลขที่น่าคิด: เมลาโทนินระยะยาวกับความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวเพิ่มราว 90%

งานวิจัยใช้ข้อมูลจากเครือข่ายบันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ระดับนานาชาติ รวมผู้ใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นนอนไม่หลับเรื้อรังจำนวน 130,828 คน อายุเฉลี่ย 55.7 ปี และร้อยละ 61.4 เป็นเพศหญิง ผู้ป่วยเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่ใช้เมลาโทนินอย่างน้อย 12 เดือน และกลุ่มที่ไม่มีประวัติใช้เมลาโทนินเลย จากนั้นติดตามผลต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี โดยคัดออกผู้ที่เคยมีภาวะหัวใจล้มเหลวมาก่อนหรือเคยได้รับยานอนหลับชนิดอื่นเพื่อลดปัจจัยกวน

ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้คำว่าอาหารเสริมธรรมชาติฟังดูไม่ปลอดภัยเท่าเดิม ผู้ที่ใช้เมลาโทนินระยะยาวมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวประมาณ 4.6% ขณะที่กลุ่มไม่ใช้มีเพียง 2.7% ซึ่งเท่ากับความเสี่ยงสูงขึ้นราว 90% ในช่วงห้าปีถัดไป เมื่อวิเคราะห์เฉพาะคนที่มีการสั่งจ่ายเมลาโทนินอย่างน้อยสองครั้งห่างกัน 90 วัน ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เมลาโทนินระยะยาวกับความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวยังคงชัดเจน โดยความเสี่ยงสูงขึ้นราว 82% แสดงว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากการใช้เพียงชั่วคราวแต่เกี่ยวข้องกับการใช้ต่อเนื่องเป็นหลัก

ไม่ใช่เหตุผลให้ตื่นตระหนก แต่เป็นสัญญาณให้ตั้งคำถามและปรึกษาแพทย์

สิ่งสำคัญคือ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต จึงชี้ได้เพียงความสัมพันธ์ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเมลาโทนินเป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะหัวใจล้มเหลวหรือการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น นักวิจัยเองย้ำว่าผลการศึกษาไม่ใช่คำตัดสินว่าผู้ใช้เมลาโทนินทุกคนจะต้องเผชิญปัญหาหัวใจ แต่เป็นคำถามใหญ่ต่อความปลอดภัยของการใช้เมลาโทนินระยะยาวในผู้ที่มีนอนไม่หลับเรื้อรัง อีกทั้งข้อมูลยังชี้ว่าอัตราการนอนโรงพยาบาลจากภาวะหัวใจล้มเหลวในกลุ่มใช้เมลาโทนินสูงเกือบ 3.5 เท่าของกลุ่มควบคุม และอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุก็สูงเกือบสองเท่า

ประโยคที่ควรจำคือ การที่เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนจากธรรมชาติไม่ได้แปลว่าการใช้เสริมจากภายนอกในระยะยาวจะปลอดภัยเสมอ แพทย์ด้านโรคหัวใจเตือนว่าเมลาโทนินมักถูกโฆษณาว่าปลอดภัย แต่ข้อมูลด้านความปลอดภัยต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวยังมีจำกัด อีกด้านหนึ่ง นักวิจัยด้านการนอนบางคนยังตั้งคำถามว่าทำไมแพทย์จึงสั่งเมลาโทนินสำหรับนอนไม่หลับและให้ใช้ต่อเนื่องเกิน 365 วัน ทั้งที่ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ถูกระบุเป็นยารักษาอาการนอนไม่หลับโดยตรงในหลายประเทศ

ผู้มีนอนไม่หลับเรื้อรังควรตัดสินใจอย่างไรกับเมลาโทนินระยะยาว

สำหรับคนที่นอนไม่หลับเรื้อรัง การได้หลับสนิทคืนหนึ่งอาจรู้สึกเหมือนยารักษาชีวิต จึงไม่น่าแปลกที่เมลาโทนินจะกลายเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกคืน แต่เมื่อข้อมูลใหม่บอกว่าความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวอาจสูงขึ้น การยึดเมลาโทนินเป็นคำตอบถาวรโดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจไม่ใช่ทางเลือกที่รอบคอบ การตัดสินใจใช้เมลาโทนินระยะยาวควรพิจารณาทั้งประโยชน์ด้านการนอนและข้อแลกเปลี่ยนต่อหัวใจ โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงหัวใจอยู่แล้ว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน น้ำหนักเกิน หรือประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

ทางเลือกที่สมเหตุสมผลคือใช้เมลาโทนินในระยะสั้นภายใต้การดูแลของแพทย์ พร้อมประเมินซ้ำเป็นระยะ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเองหรือใช้ต่อเนื่องยาวนานโดยคิดว่าเป็นเพียงอาหารเสริม ผู้ที่ใช้เมลาโทนินเกินหนึ่งปีอยู่แล้วควรนัดพบแพทย์เพื่อทบทวนแผนการรักษา ตรวจสอบสุขภาพหัวใจ และพูดคุยว่าควรลดหรือหยุดหรือไม่ โดยคำนึงถึงอาการนอนไม่หลับ ภาวะสุขภาพอื่น และยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ร่วมกัน การตัดสินใจแบบรู้เท่าทันมักให้ผลดีกว่าการหยุดหรือใช้ต่อไปตามกระแส

เปลี่ยนโฟกัสสู่การบริหารการนอนหลับแบบรอบด้าน แทนการพึ่งเมลาโทนินระยะยาว

เมื่อเมลาโทนินระยะยาวอาจมาพร้อมความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว การบริหารการนอนหลับแบบรอบด้านจึงเป็นกลยุทธ์ที่น่าเชื่อถือกว่าในระยะยาว สำหรับผู้มีนอนไม่หลับเรื้อรัง การบำบัดพฤติกรรมและความคิดสำหรับอาการนอนไม่หลับ การจัดตารางการนอนที่สม่ำเสมอ การลดแสงจ้าก่อนนอน และการหลีกเลี่ยงคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ช่วงเย็น เป็นแนวทางที่มีหลักฐานสนับสนุนและไม่เพิ่มภาระต่อหัวใจ การออกกำลังกายสม่ำเสมอและการจัดการความเครียดก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทั้งการนอนและสุขภาพหัวใจไปพร้อมกัน

ความจริงที่ต้องยอมรับคือ ไม่มีเม็ดใดเม็ดเดียวที่แก้ปัญหานอนไม่หลับเรื้อรังได้ทั้งหมด การลงทุนเวลาและความพยายามกับการปรับวิถีชีวิตมักไม่หวือหวาเท่าการกลืนยาแต่ให้ผลยั่งยืนกว่า ข้อมูลวิจัยล่าสุดบอกเราว่าเมลาโทนินอาจไม่ไร้โทษ และหากการศึกษาครั้งนี้ได้รับการยืนยันเพิ่มเติม อาจนำไปสู่การเปลี่ยนวิธีที่แพทย์ให้คำแนะนำเรื่องยาช่วยนอนหลับในอนาคต ในวันนี้ สิ่งที่เราทำได้คือไม่ประมาท หันมาให้ความสำคัญกับการบริหารการนอนหลับและดูแลหัวใจไปพร้อมกัน ทุกคืนที่หลับดีควรเป็นกำไรชีวิต ไม่ใช่หนี้ที่ต้องจ่ายด้วยความเสี่ยงต่อหัวใจในวันข้างหน้า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!