Squid Game คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นหมุดหมายของสตรีมมิ่ง
Squid Game คือซีรีส์ระทึกขวัญที่เล่าเรื่องเกมเอาชีวิตรอดซึ่งดัดแปลงการละเล่นเด็กมาเป็นสนามประหัตประหาร สอดแทรกการวิจารณ์ทุนนิยม ความเหลื่อมล้ำ และหนี้สิน ผ่านงานสร้างที่มีสีสันเฉพาะตัว จนกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของเนื้อหานอกภาษาอังกฤษที่สามารถครองใจผู้ชมทั่วโลกและสร้างแรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมสตรีมมิ่งทั้งหมดได้ในเวลาอันสั้น.
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งมองเห็นโอกาสในคอนเทนต์เกาหลีและตัดสินใจลงทุนในโปรเจกต์ของฮวาง ดอง-ฮยุค ที่เคยถูกปฏิเสธมาก่อน โดยเขานำแรงบันดาลใจจากหนังเอาตัวรอดของญี่ปุ่นมาผสมกับการเล่นพื้นบ้านและปัญหาสังคมร่วมสมัยอย่างชนชั้น แรงงานต่างชาติ และอาชญากรรม. ผลลัพธ์คือซีรีส์ที่ทั้งโหด ดิบ แต่เต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ และแตกต่างจากสูตรสำเร็จของซีรีส์ภาษาอังกฤษที่ครองแพลตฟอร์มมานาน

จากโปรเจกต์ในฝันสู่ปรากฏการณ์ Netflix ที่เปลี่ยนกติกา
ฮวาง ดอง-ฮยุค เคยต้องพับโปรเจกต์เกมเอาชีวิตรอดของตัวเองเก็บไว้หลายปี ก่อนที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจะเริ่มขยายตลาดและเพิ่มคอนเทนต์เกาหลีลงในแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง พร้อมเปิดให้ผู้สร้างท้องถิ่นนำเสนอไอเดียที่กล้าชนกับขนบเดิม. เมื่อ Squid Game ปล่อยสตรีมในเดือนกันยายน ผู้ชมทั่วโลกจึงได้เห็นโปรเจกต์ในฝันนั้นกลายเป็นจริง และเติบโตด้วยแรงส่งจากสถานการณ์ล็อกดาวน์ที่ทำให้คนหันมาดูซีรีส์ออนไลน์มากขึ้น.
Squid Game ผู้ชมทั่วโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนขึ้นเป็นคอนเทนต์กลุ่มซีรีส์ที่มียอดผู้ชมสูงสุดบนแพลตฟอร์ม โค่นแชมป์เดิมอย่าง Bridgerton และ Stranger Things ได้สำเร็จ. ประโยคที่ควรจดจำคือ “Squid Game ขึ้นเป็นคอนเทนต์กลุ่มซีรีส์ที่ยอดผู้ชมสูงสุดของ Netflix” ซึ่งสะท้อนว่าเนื้อหานอกภาษาอังกฤษไม่ใช่ทางเลือกเล็ก ๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นเสาหลักของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่างแท้จริง และเป็นปรากฏการณ์ Netflix ที่บีบให้ทุกแพลตฟอร์มต้องทบทวนกลยุทธ์

เงิน เสื้อผ้า และซอฟต์พาวเวอร์: ผลกระทบที่ลามเกินจอ
ความสำเร็จของ Squid Game ไม่ได้จบแค่ตัวเลขยอดสตรีม แต่ขยายไปถึงเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์เต็มรูปแบบ เสื้อวอร์มสีเขียว–ชมพู กลายเป็นชุดยอดฮิตในเทศกาลฮาโลวีน ขนมดัลโกน่ากลายเป็นไวรัล และรองเท้าขาวที่ปรากฏในเรื่องก็ขายดีจนยอดพุ่งกระฉูด. แบรนด์ระดับโลกอย่าง Louis Vuitton และ Vans โหนกระแสด้วยการทำแคมเปญและสินค้าเฉพาะทางที่อิงภาพจำจากซีรีส์เรื่องนี้.
ในมุมอุตสาหกรรมคอนเทนต์ Squid Game ยังย้ำสถานะของเอเชียในฐานะขั้วอำนาจใหม่ของซีรีส์สายสตรีมมิ่ง และกลายเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ประเทศผ่าน Soft Power อย่างเห็นผล. เมื่อซีรีส์เกาหลีใต้ดังระดับโลก ซีรีส์ร่วมชาติแนวอื่น ๆ ก็ทยอยติด Top Ten ตามมา จนปีหนึ่งถูกเรียกว่าปีของซีรีส์เกาหลีใต้ และ Squid Game ก็ถูกยกให้เป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของประเทศ ย้ำให้เห็นว่าความต่างทางวัฒนธรรมคือทรัพยากร ไม่ใช่ข้อจำกัด.

จาก Money Heist ถึง Squid Game: เส้นทางเนื้อหานอกภาษาอังกฤษสู่กระแสหลัก
หากจะเข้าใจความสำคัญของ Squid Game ต่อเนื้อหานอกภาษาอังกฤษ เราต้องย้อนดูกรณีศึกษาอย่าง Money Heist ก่อน เมื่อโปรดิวเซอร์ชาวสเปน Alex Pina พัฒนาซีรีส์ Casa de Papel เป็นซีรีส์โทรทัศน์ในปี 2017 โดยเริ่มต้นด้วยเรตติ้ง 4 ล้านผู้ชมก่อนจะตกลงจนถูกยกเลิกซีซั่นต่อไป. เขาไม่ยอมแพ้และนำผลงานไปเสนอให้ผู้บริหารแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งผ่าน Thumb drive เพื่อขอโอกาสครั้งใหม่.
เมื่อ Casa de Papel ถูกปรับรูปแบบและปล่อยสตรีมในชื่อ Money Heist ซีซั่น 3 และ 4 ทำยอดผู้ชมภายใน 4 สัปดาห์ได้ 45 ล้านและ 65 ล้านคนตามลำดับ. ความดังระดับโลกนี้ทำให้แพลตฟอร์มเลือกเปิดสำนักงานในสเปน ปั้นคอนเทนต์เพิ่ม และสร้างงานนับหมื่นตำแหน่งให้วงการหนังและซีรีส์ในประเทศ. Money Heist ยังกลายเป็นต้นแบบให้คอนเทนต์อีกมากมายในแพลตฟอร์มเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Squid Game ที่หยิบองค์ประกอบอย่างชุดวอร์มสีสันสดใสมาใช้ต่อยอดในสไตล์ของตัวเอง.

เมื่อสตรีมมิ่งทั่วโลกต้องคิดใหม่: อนาคตหลังปรากฏการณ์ Squid Game
Squid Game ไม่ได้เพียงพิสูจน์ศักยภาพของซีรีส์เกาหลีใต้ดัง แต่ยังบังคับให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งทั่วโลกเปลี่ยนวิธีจัดลำดับความสำคัญและการตลาดคอนเทนต์ระหว่างประเทศ ความสำเร็จที่กวาดรางวัลมากมายและครองใจผู้ชมทำให้แพลตฟอร์มไฟเขียวสร้าง Squid Game ซีซั่น 2 พร้อมประกาศทุ่มทุนสร้างคอนเทนต์เกาหลีเพิ่มอีกอย่างเป็นทางการ. ขณะเดียวกัน ปี 2021 ก็ถูกจารึกว่าเป็นปีที่ซีรีส์เกาหลีขึ้นมาครองอันดับหนึ่งและพาซีรีส์ร่วมชาติทยอยติด Top Ten อย่างต่อเนื่อง.
วันนี้คอนเทนต์เกาหลีใต้กลายเป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง “ขาดไม่ได้” และการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ภาษาอังกฤษหรือไม่ แต่คือความโดดเด่นทางวัฒนธรรมและคุณภาพการเล่าเรื่องที่แตกต่าง. เส้นทางข้างหน้าจะมีทั้ง Money Heist ฉบับเกาหลีและซีรีส์ใหม่อีกมากที่หวังสร้างปรากฏการณ์ซ้ำรอย. บทสรุปคือ ใครก็ตามที่ยังคิดว่าผู้ชมทั่วโลกไม่พร้อมสำหรับเนื้อหานอกภาษาอังกฤษ กำลังอ่านเกมผิดอย่างน่าเป็นห่วง เพราะ Squid Game ได้พิสูจน์แล้วว่าความท้องถิ่นที่ชัดเจนที่สุด อาจเป็นกุญแจสู่ความเป็นสากลมากที่สุดด้วยเช่นกัน.







