Squid Game ปรากฏการณ์ที่พลิกเกมซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษบนสตรีมมิง

Squid Game ปรากฏการณ์ที่พลิกเกมซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษบนสตรีมมิง
ความสนใจ|ดูซีรีส์

Squid Game คือจุดเปลี่ยนของยุคซีรีส์ออนไลน์

Squid Game คือซีรีส์เกาหลีใต้ยอดนิยมแนวเอาตัวรอดดราม่าเข้มข้นที่เล่าเรื่องเกมโหดถึงชีวิต ผสมการละเล่นเด็ก คลุกเคล้าประเด็นทุนนิยม ชนชั้น และหนี้สิน จนกลายเป็น Netflix ปรากฏการณ์ที่พิสูจน์ว่าซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษสามารถดึงผู้ชมทั่วโลกผ่านการดูซีรีส์ออนไลน์ด้วยคำบรรยายได้ไม่แพ้คอนเทนต์กระแสหลัก และสร้างแรงกระเพื่อมให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงต้องหันมาลงทุนกับคอนเทนต์นานาชาติอย่างจริงจัง

ต้นทางของโปรเจกต์นี้ไม่ใช่ความสำเร็จทันที แต่เริ่มจากความฝันที่ถูกพับเก็บของฮวาง ดอง-ฮยุค ผู้กำกับที่ได้แรงบันดาลใจจากหนัง Battle Royale และเคยเสนอโปรเจกต์ในชื่อ Six Rounds ทว่าแนวทางรุนแรงทำให้หานายทุนไม่ได้ จนกระทั่งแพลตฟอร์มสตรีมมิงเริ่มขยายตลาดในเกาหลีใต้และมองหาเรื่องเล่าที่แหวกขนบมากขึ้น ฮวาง ดอง-ฮยุคจึงได้โอกาสคืนชีพไอเดียเดิม โดยใช้ทุนสร้างจาก Netflix เพื่อผสมเกมเด็กเกาหลีเข้ากับสังคมร่วมสมัยและโครงสร้างทุนนิยมที่โหดร้าย ผลคือซีรีส์ที่ไม่ได้แค่บันเทิง แต่ตั้งคำถามกับระบบที่ผู้ชมทุกประเทศรู้สึกคุ้นหน้าและเจ็บแปลบเหมือนกัน

Squid Game ปรากฏการณ์ที่พลิกเกมซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษบนสตรีมมิง

จากล็อกดาวน์สู่ปรากฏการณ์ระดับโลกของซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

Squid Game ปะทุขึ้นในช่วงที่โลกรับมือมาตรการล็อกดาวน์ ผู้คนใช้เวลาหน้าจอยาวนานขึ้นและเปิดใจดูซีรีส์ออนไลน์หลากภาษา ประเด็นเอาตัวรอดที่สะท้อนความสิ้นหวังทางเศรษฐกิจและช่องว่างชนชั้น ทำให้ผู้ชมจำนวนมหาศาลรู้สึกว่าเรื่องราวในหน้าจอคือภาพขยายของชีวิตตัวเอง ณ จุดสูงสุด Squid Game ขึ้นเป็นคอนเทนต์กลุ่มซีรีส์ที่มียอดผู้ชมสูงสุดของแพลตฟอร์มนี้ โค่นแชมป์เก่าอย่าง Bridgerton และ Stranger Things ซึ่งเป็นซีรีส์ภาษาอังกฤษสายหลักลงอย่างชัดเจน นี่คือหลักฐานชัดระดับคำคมได้ว่า “ซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษสามารถขึ้นอันดับหนึ่งและแซงคอนเทนต์ภาษาอังกฤษบน Netflix ได้”

ความสำเร็จของ Squid Game ไม่ได้โดดเดี่ยว แต่มาในปีที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นปีของซีรีส์เกาหลีใต้ เพราะมันครองอันดับหนึ่งและดันซีรีส์ร่วมชาติแนวอื่น ๆ ทยอยติด Top Ten อย่างต่อเนื่อง ยิ่งปรากฏการณ์แพร่กระจายไปสื่ออื่น ๆ ทั้งแฟชั่น แคมเปญแบรนด์ระดับโลก และกระแสโซเชียล การดูซีรีส์ออนไลน์แบบมีคำบรรยายเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ชม แม้ประสบการณ์การดูจะต้องอ่านซับ แต่คนดูตัดสินใจแลกเปลี่ยนเวลาอ่านกับโอกาสเข้าถึงเนื้อหาที่สด แรง และไม่ถูกกรองด้วยสูตรสำเร็จของฮอลลีวูดอีกต่อไป

Squid Game ปรากฏการณ์ที่พลิกเกมซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษบนสตรีมมิง

Money Heist กับเส้นทางที่ปูให้ Non English Content

ก่อน Squid Game จะกลายเป็นคำตอบใหม่ของแพลตฟอร์มสตรีมมิง เส้นทางของซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษถูกปูพื้นบางส่วนโดย Money Heist ซีรีส์สเปนแนวแก๊งปล้นที่เริ่มต้นบนทีวีและเกือบถูกฝัง หลังซีซั่นแรกตัวเลขคนดูดิ่งจาก 4 ล้านเหลือเพียง 1.4 ล้านคน จนช่องต้นสังกัดปฏิเสธซื้อซีซั่นสองต่อ จุดหักเหคือการที่ Alex Pina โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลัง (ซึ่งเริ่มคิดโปรเจกต์ใหม่บนเตียงผ้าใบที่ชายหาดในปานามา) เอาคอนเทนต์ไปให้ผู้บริหารแพลตฟอร์มสตรีมมิงทดลองดูบนเครื่องบิน และได้รับความสนใจจนถูกขอให้ตัดต่อใหม่ ใส่คำบรรยายภาษาอังกฤษ และเปลี่ยนชื่อเป็น Money Heist

ผลลัพธ์คือปรากฏการณ์ที่ต้นสังกัดแทบไม่ต้องลงทุนโปรโมต แต่ซีรีส์กลับดังทันทีหลังสตรีมบนแพลตฟอร์มนี้ เมื่อเดินทางมาถึงซีซั่น 3 และ 4 ยอดผู้ชมใน 4 สัปดาห์แรกทะยานเป็น 45 ล้านและ 65 ล้านคนตามลำดับ จนถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์สเปนที่ทุนสร้างสูงสุดและยอดผู้ชมแซงหน้า Stranger Things สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือการตอบสนองของแพลตฟอร์มที่ยอมเปิดสำนักงานในสเปนเพื่อปั้นทัพคอนเทนต์สเปนใหม่ ๆ ทั้งเพื่อจับแฟน Money Heist และเจาะตลาดผู้พูดภาษาสเปนในอเมริกาใต้ โมเดลนี้กลายเป็นพิมพ์เขียวที่ถูกใช้ซ้ำเมื่อ Squid Game ระเบิดกระแส และผลักดันให้คอนเทนต์เกาหลีได้รับงบสร้างชุดใหญ่ตามมา

Squid Game ปรากฏการณ์ที่พลิกเกมซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษบนสตรีมมิง

การลงทุนใหม่ของแพลตฟอร์มและการต่อยอดผ่าน Squid Game ซีซั่น 2

เมื่อ Squid Game ขึ้นแท่นคอนเทนต์ยอดผู้ชมสูงสุดของแพลตฟอร์ม สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่รางวัลกว่า 32 รางวัล แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการลงทุนในซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบ แพลตฟอร์มไฟเขียวให้สร้าง Squid Game ซีซั่น 2 พร้อมทุ่มเงินเพื่อเพิ่มคอนเทนต์เกาหลีใต้ทั้งหนัง ซีรีส์ และรายการลงสู่แพลตฟอร์มมากขึ้น นี่สะท้อนว่า Squid Game ซีซั่น 2 ไม่ใช่แค่ภาคต่อของซีรีส์เกาหลีใต้ยอดนิยม แต่เป็นสัญลักษณ์ว่า "ตลาดพร้อมจ่าย" เพื่อความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมในกลุ่มซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ แทนที่จะมองว่าเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม

อีกมิติสำคัญคือการโปรโมตที่เล่นใหญ่ระดับโลก เมื่อซีซั่น 2 ถูกวางคิวสตรีมไว้วันที่ 26 ธันวาคม แพลตฟอร์มจัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์ร่วมในหลายประเทศ ทั้งงานอินสแตนต์มาร์เก็ตติ้งและอินสตอลเลชันจากซีรีส์ในพื้นที่จริง เพื่อย้ำว่าการดูซีรีส์ออนไลน์ไม่ได้จบแค่ตอนกดปิดจอ แต่เชื่อมโยงกับพื้นที่สาธารณะ วัฒนธรรมแฟนดอม และสินค้าเกาะกระแสอย่างเต็มรูปแบบ การเดินเกมแบบนี้บอกเราตรง ๆ ว่า Squid Game ซีซั่น 2 ถูกออกแบบให้เป็นหมุดหมายต่อเนื่องของ Netflix ปรากฏการณ์ ไม่ใช่แค่ภาคต่อธรรมดา

Squid Game ปรากฏการณ์ที่พลิกเกมซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษบนสตรีมมิง

ความหมายของปรากฏการณ์ Squid Game ต่ออนาคตซีรีส์ทั่วโลก

เมื่อหันกลับมามองภาพรวม ทั้ง Money Heist และ Squid Game คือสองตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า เนื้อหาจากประเทศอื่นซึ่งใช้ภาษาแม่ของตัวเอง สามารถหลุดออกจากกรอบตลาดในประเทศและยืนในเวทีโลกได้ ด้วยเงื่อนไขสำคัญคือการยอมให้เรื่องเล่าถูกเล่าแบบไม่ประนีประนอม ไม่ลดทอนบริบทสังคมให้กลายเป็นสูตรสำเร็จ ข้อมูลจากปรากฏการณ์ Squid Game ยังชี้ว่า หนังและซีรีส์เกาหลีใต้กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่แพลตฟอร์มสตรีมมิงทั่วโลก และสาเหตุหลักคือซีรีส์แนวเอาตัวรอดสุดโหดเรื่องนี้กลายเป็นคอนเทนต์ฮิตสุดของแพลตฟอร์มไปเรียบร้อย

ในโลกที่คนดูคุ้นชินกับการดูซีรีส์ออนไลน์ผ่านมือถือและสมาร์ตทีวี การแบ่งแยกระหว่าง "คอนเทนต์ภาษาอังกฤษ" กับ "ซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ" กำลังเบลอลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Money Heist เดินมาถึงตอนจบในซีซั่น 5 และเตรียมส่งต่อจักรวาลผ่านซีรีส์แยกของ Berlin ในปี 2023 Squid Game ยังเดินหน้าต่อในฐานะซีรีส์เกาหลีใต้ยอดนิยมที่มีซีซั่น 2 รออยู่ จุดร่วมของทั้งสองเรื่องคือการทำให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงมองเห็นว่า การลงทุนในความหลากหลายทางภาษากับวัฒนธรรมไม่ใช่ความเสี่ยง แต่เป็นโอกาสในการสร้าง Netflix ปรากฏการณ์ครั้งใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และผู้ชมทั่วโลกก็พร้อมจะกดเล่นเรื่องต่อไปอย่างไม่มีข้อจำกัดด้านภาษาอีกแล้ว

Squid Game ปรากฏการณ์ที่พลิกเกมซีรีส์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษบนสตรีมมิง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!