Emmy Awards 78 คือเวทีที่ยืนยันว่ารางวัลไม่เคยเดินตามกระแส
Emmy Awards 78 คือพิธีมอบรางวัลผลงานโทรทัศน์ที่สะท้อนทั้งอำนาจของกระแสและความดื้อดึงของคะแนนโหวต จากผู้ชนะที่สมคำคาดหวังไปจนถึงการพลิกล็อกและการถูกเมิน ค่ำคืนนี้กลายเป็นฉากสำคัญที่บอกเราว่าอุตสาหกรรมซีรีส์ยังเต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และการถกเถียงของคนดูและนักวิจารณ์ โดยมีการทุบสถิติใหม่และการตัดสินใจที่หลายคนไม่พอใจควบคู่กันไปในงานเดียวกัน พิธี Emmy Awards 78 จัดขึ้นที่ Peacock Theater ในลอสแอนเจลิส โดยมี Mariska Hargitay รับหน้าที่เป็นพิธีกรหญิงคนแรกในรอบ 15 ปี บรรยากาศตั้งแต่ต้นก็ส่งสัญญาณชัดว่าเป็นปีของซีรีส์ยักษ์ใหญ่ เมื่อ The Pitt นำโด่งด้วย 25 การเข้าชิง Hacks ตามมาติดๆ ด้วยสถิติ 24 การเข้าชิงในซีซันสุดท้าย ส่วน Widow’s Bay ได้ 19 และ Pluribus เข้าชิง 18 รางวัล แต่ถึงตัวเลขการเข้าชิงจะดูเหมือนได้เปรียบ ผลลัพธ์สุดท้ายกลับพิสูจน์ว่ารางวัลไม่เคยเป็นเรื่องของสถิติอย่างเดียว
Matthew Rhys ประวัติหน้าใหม่ของ Emmy กับการกวาดสองรางวัลนำในคืนเดียว
หัวใจของค่ำคืน Emmy Awards 78 คือชื่อของ Matthew Rhys ที่ไม่เพียงชนะ แต่เขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ Matthew Rhys ประวัติการทำงานในโทรทัศน์เคยโดดเด่นจากการคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ดรามาเมื่อปี 2018 มาแล้ว และปีนี้เขายกระดับตัวเองไปอีกขั้นด้วยการกวาดสองรางวัลนำในงานเดียวกัน Rhys ชนะรางวัลนักแสดงนำชายในลิมิเต็ดหรือแอนโธโลจีซีรีส์จาก The Beast in Me ทาง Netflix ก่อนจะขึ้นเวทีอีกครั้งในฐานะนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทซีรีส์ตลกจาก Widow’s Bay ของ Apple TV การชนะทั้งสองรางวัลทำให้เขากลายเป็นคนแรกที่ได้ถ้วยนักแสดงนำสองใบในคืนเดียว ที่สำคัญ เขาเคยได้รางวัลนำชายในดรามามาก่อน ทำให้ตอนนี้ Rhys เป็นผู้ชายคนแรกที่ครบทั้งสามหมวด นำชายดรามา ตลก และลิมิเต็ดซีรีส์ ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่คะแนนนิยม แต่สะท้อนว่าบทบาทของเขาใน Widow’s Bay และ The Beast in Me มีพลังต่างกันแต่เข้มข้นพอจะชนะใจผู้ลงคะแนนทั้งสองกลุ่ม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดซีรีส์เริ่มยอมรับนักแสดงที่ข้ามแนวได้อย่างมั่นใจ
| หมวดรางวัลนำชาย | ผลงานของ Matthew Rhys | ความหมายต่อประวัติ |
|---|---|---|
| ซีรีส์ดรามา | ผลงานที่ชนะในปี 2018 | วางฐานให้เขาเป็นนักแสดงดรามาแถวหน้า |
| ซีรีส์ตลก | Widow’s Bay | ยืนยันว่าเขาควบคุมจังหวะคอมเมดี้ได้ไม่แพ้ดรามา |
| ลิมิเต็ดหรือแอนโธโลจีซีรีส์ | The Beast in Me | ปิดจ๊อบสู่การเป็นคนแรกที่กวาดครบทั้งสามหมวด |
ชัยชนะของ Widow’s Bay และการสูญเสียอันขมของ Harrison Ford
หากมองภาพกว้างฝั่งซีรีส์ตลก Widow’s Bay คือผู้ชนะ Emmy Awards ตัวจริง ทั้งการขึ้นรับรางวัลซีรีส์ตลกยอดเยี่ยมและการที่ Matthew Rhys กวาดรางวัลนำชายไปครอง รวมถึง Stephen Root ที่คว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายในซีรีส์ตลกจากเรื่องนี้ด้วย ความสำเร็จของ Widow’s Bay สะท้อนปรากฏการณ์คลาสสิกของ Emmy ที่ผู้ลงคะแนนมักจะโอบอุ้มซีรีส์ที่หลงรักในหลายหมวด จนทำให้คนดูบางส่วนตั้งคำถามว่าเหล่าผู้ลงคะแนนได้ดูงานอื่นครบหรือไม่ ด้านมืดของชัยชนะชุดนี้คือการถูกเมินของ Harrison Ford จาก Shrinking Ford ในวัย 84 ปีแสดงบทนักบำบัดที่ต้องรับมือกับโรคพาร์กินสัน ทำให้คนคาดหวังว่าเขาจะได้ Emmy แรกในชีวิต แต่ความนิยมมหาศาลของ Widow’s Bay กลับผลักคะแนนไปทาง Stephen Root จน Ford พลาดรางวัลสมทบชายไปอย่างน่าเจ็บปวด สำหรับแฟนๆ นี่ไม่ใช่แค่แพ้รางวัล แต่คือคำถามต่อระบบโหวตที่มักให้รางวัลกับคลื่นกระแสหลักมากกว่าผลงานที่โดดเด่นแบบเดี่ยวๆ

Allison Janney กับการพลิกโผในหมวดดรามา และเงาของซีรีส์ที่ถูกเมิน
ฝั่งดรามา Allison Janney คือสัญลักษณ์ของคำว่า Emmy surprises snubs ในปีนี้ การชนะรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก The Diplomat ถูกมองเป็นการพลิกโผอย่างแท้จริง เพราะผู้หญิงจาก The Pitt ที่กวาดเข้าชิงหลายคนเหมือนแบ่งคะแนนกันเองจนดับโอกาสของตัวเต็งในบ้านเดียวกัน Janney ถึงกับอ้าปากค้างตอนได้ยินชื่อบนเวที แสดงให้เห็นว่าตัวเธอเองก็ไม่คิดว่าจะชนะ แต่บทประธานาธิบดีสหรัฐที่เจ้าเล่ห์ดั่งตัวละครมาคิอาเวลเลียนของเธอช่างน่าจดจำจนผู้ลงคะแนนโหวตให้เหนือคู่แข่งจาก The Pitt ทั้งหมด ในทางกลับกัน บางซีรีส์กลับถูกเมินอย่างเห็นได้ชัด Beef ซีซัน 2 แม้จะมี Oscar Isaac และ Carey Mulligan นำแสดงก็กลับ “มือเปล่า” ในทุกสาขานำ รวมถึงหมวดสมทบที่ Charles Melton และ Youn Yuh‑jung พลาดรางวัลไปเช่นกัน สถานการณ์นี้ตอกย้ำว่า Emmy Awards ไม่รับประกันอะไรให้สายดาราใหญ่ ถ้าตัวซีรีส์ไม่ได้สร้างกระแสหรือความผูกพันยาวนานในหมู่ผู้ลงคะแนน

เมื่อ The Pitt กวาดดรามา และเวที Emmy กลายเป็นกระจกสะท้อนอุตสาหกรรม
ในหมวดดรามา The Pitt แสดงพลังแบบซีรีส์แม่เหล็กที่ผู้ลงคะแนนโอบอุ้มอย่างเต็มที่ ซีรีส์นี้ไม่เพียงนำโด่งด้านจำนวนการเข้าชิงด้วย 25 หมวด แต่ยังขึ้นรับรางวัลซีรีส์ดรามายอดเยี่ยม พร้อมส่ง Noah Wyle ขึ้นแท่นนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ขณะที่ Tom Pelphrey จาก Task ซึ่งไม่แม้แต่จะเข้าชิงในหมวดซีรีส์ดรามา กลับคว้ารางวัลสมทบชายมาครอง สวนคาดการณ์ที่เคยมองว่าหมวดนี้น่าจะเป็นของแพทย์จาก The Pitt หรือ Carlos‑Manuel Vesga จาก Pluribus ค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชนะ Emmy Awards แต่ยังเป็นสนามทดลองของกติกาใหม่และการถูกเมินที่สร้างเสียงวิจารณ์ หมวดวาไรตี้ซีรีส์มีการเปลี่ยนกติกาเป็น area award ที่เปิดทางให้หลายรายการชนะถ้าผ่านเกณฑ์คะแนน 90 เปอร์เซ็นต์ แต่บนหน้าจอกลับมีแค่ The Late Show with Stephen Colbert ที่ถูกประกาศชื่อ ทำให้ Jimmy Kimmel และ John Oliver กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของคำว่า “snub” ในปีนี้ เมื่อรวมทุกโมเมนต์เข้าด้วยกัน Emmy Awards 78 จึงอาจไม่ได้ตอบโจทย์แฟนซีรีส์ทุกคน แต่แน่นอนว่าเป็นเวทีที่สะท้อนความตึงเครียดระหว่างกระแส ความนิยม และการตัดสินใจของคนในอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน







