ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อเทศกาลกินเจกลายเป็นงานเจเพื่อสุขภาพในห้าง

เมื่อเทศกาลกินเจกลายเป็นงานเจเพื่อสุขภาพในห้าง
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

กินเจจากพิธีกรรมสู่เจไลฟ์สไตล์สุขภาพในยุคห้าง

การรีแบรนด์เทศกาลกินเจในห้างสรรพสินค้า คือการเปลี่ยนภาพการละเว้นเนื้อสัตว์ตามความเชื่อ ให้กลายเป็นงานอาหารเจสุขภาพที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์คนเมือง นำเสนออาหารพืชแบบแนวในรูปแบบร่วมสมัย ผสมผสานเมนูจากภูมิภาคและต่างชาติให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้การกินเจถูกมองใหม่ว่าเป็นทางเลือกดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่สนุก มีรสชาติ และนำไปต่อยอดสู่การกินแบบยั่งยืนในชีวิตประจำวัน แก่นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ที่การผลักเทศกาลกินเจออกจากกรอบความเป็นพิธีกรรมเฉพาะกลุ่ม ไปสู่ภาพงานเจเฮลตี้ที่ทุกคนเข้าถึงได้ การจัดงาน “J-Licious” โดยแลนด์มาร์คริมแม่น้ำเจ้าพระยาและไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ร่วมกับเมืองสุขสยามและพันธมิตรร้านอาหารชั้นนำ คือกรณีศึกษาเด่นของแนวโน้มนี้ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-18 ตุลาคม 2569 เพื่อต้อนรับเทศกาลกินเจปีนี้ เทศกาลในห้างจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ขายอาหารเจ แต่เป็นเวทีสื่อสารแนวคิดกินดีเพื่อสุขภาพตลอดปี

เมื่อเทศกาลกินเจกลายเป็นงานเจเพื่อสุขภาพในห้าง

เจเฮลตี้แบบ Longevity เมื่อเมนูเจกลายเป็นเครื่องมือดูแลกายใจ

แนวคิดที่น่าสนใจของงาน J-Licious คือการยกคำว่า Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ มาคู่กับเทศกาลกินเจผ่านคอนเซ็ปต์ “ลองเจเฮลตี้ Longevity กายใจ” ซึ่งตั้งใจชัดเจนให้การกินเจไม่ใช่การอด แต่เป็นการกินดี เลือกวัตถุดิบสมดุล และใส่ใจทั้งสุขภาพกายและใจ นี่คือจุดที่ห้างสรรพสินค้ากำลังพลิกความหมายของอาหารเจสุขภาพให้เป็นเครื่องมือวางรากพฤติกรรมการกินระยะยาว คำประกาศว่า งานนี้รวบรวมเมนูเจหลากสไตล์กว่า 1,000 เมนูจากร้านอาหารชั้นนำในพื้นที่ พร้อมวัตถุดิบเจกว่า 2,000 รายการจากซูเปอร์มาร์เก็ตพันธมิตร เป็นการส่งสัญญาณชัดว่ากินเจสามารถอยู่ร่วมกับความหลากหลายและความอร่อยได้ ไม่จำเป็นต้องจำเจหรือขาดสารอาหาร การที่ผู้จัดงานชวนให้ใช้ช่วงเทศกาลกินเจเป็นโอกาสทดลองรูปแบบการกินที่เหมาะกับตัวเอง แปลว่ากำลังผลักผู้บริโภคจากโหมด “ทำบุญตามเทศกาล” ไปสู่โหมด “ทดลองปรับไลฟ์สไตล์การกินเพื่อสุขภาพ” อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อเทศกาลกินเจกลายเป็นงานเจเพื่อสุขภาพในห้าง

อาหารพืชแบบแนวจาก 4 ภาคและครัวโลก เปลี่ยนภาพความจำเจของอาหารเจ

จุดแข็งที่สุดของการรีแบรนด์เทศกาลกินเจในห้าง คือการใช้เมนูอาหารพืชแบบแนวจากหลายภูมิภาคและหลายชาติ มาลบภาพจำอาหารเจมันเยิ้ม รสชาติเดิมๆ เมืองสุขสยามในงานนี้หยิบแรงบันดาลใจจากประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต มาถ่ายทอดเป็นธีม “อิ่มบุญ อิ่มเจ 4 ภาค” เปิดพื้นที่ให้คนเมืองได้สัมผัสเมนูเจจากภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วประเทศ ตั้งแต่น้ำพริกอ่องเจ แกงโฮะเจ น้ำตกเจ ลาบหมูกรอบเจ ไปจนถึงคั่วกลิ้งเจ ขนมจีนน้ำยาภูเก็ต ผัดหมี่ฮกเกี้ยน ข้าวหน้าเป็ดเจ ข้าวหมูแดงเจ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเจ และเย็นตาโฟเจ พร้อมกันนั้น ร้านอาหารเจและร้านดังภายในห้างยังนำเสนอเมนูเจจากครัวร่วมสมัยและครัวต่างชาติ ทั้งไทยจีน เกาหลี อิตาเลียน เวียดนาม เพื่อให้คนที่คุ้นเคยกับอาหารนานาชาติยอมลองเปลี่ยนจานหลักเป็นเมนูเจโดยไม่รู้สึกว่าต้องเสียสละความอร่อย การมีตัวเลือกหลากหลายเช่นนี้ทำให้การกินเจถูกยกระดับจากการอดเนื้อสัตว์ ไปเป็นเทศกาลค้นพบรสชาติใหม่ของอาหารพืชแบบแนวที่เข้ากับรสนิยมของแต่ละคน

เมื่อเทศกาลกินเจกลายเป็นงานเจเพื่อสุขภาพในห้าง

ศรัทธาและสุขภาพที่เดินคู่กัน ทำให้เทศกาลกินเจมีมิติใหม่

แม้ห้างจะผลักดันภาพเจเฮลตี้ แต่แก่นศรัทธาและวัฒนธรรมไม่ได้หายไป เมืองสุขสยามจัดเส้นทางแห่งศรัทธาให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมปางประทานพร รวมถึงเทวรูปสำคัญที่อัญเชิญมา เพื่อให้เทศกาลกินเจเป็นช่วงเวลาแห่งการอิ่มบุญ อิ่มใจควบคู่กับอิ่มท้อง พร้อมนิทรรศการเรื่องราวประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต เครื่องแต่งกาย และวิถีชุมชน ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่ากินเจไม่ได้มีแค่มิติสุขภาพ แต่มีรากทางจิตใจและวัฒนธรรมที่ลึก ในอีกด้าน ผู้ประกอบการและพันธมิตรในงานร่วมจัดทำอาหารเจวันละ 200 กล่อง เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2569 เพื่อกระจายการอิ่มท้องและอิ่มบุญไปสู่คนในสังคมที่กว้างขึ้น ท่าทีเช่นนี้สะท้อนว่าห้างไม่ได้มองเทศกาลกินเจเป็นเพียงโอกาสทางการตลาด แต่ใช้เป็นเวทีเชื่อมผู้บริโภคกับการทำบุญ การแบ่งปัน และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

เมื่อเทศกาลกินเจกลายเป็นงานเจเพื่อสุขภาพในห้าง

จากเทศกาลสู่วิถีชีวิต กินเจสุขภาพจะอยู่กับเราทั้งปีหรือไม่

คำถามสำคัญคือ เทรนด์งานเจเพื่อสุขภาพในห้างจะเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคนให้ยั่งยืนได้แค่ไหน เมื่อเทรนด์สุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ผู้คนเริ่มใช้เทศกาลกินเจเป็นหมุดหมายในการรีเซตนิสัยการกิน หยุดเนื้อสัตว์ชั่วคราว และเปิดใจลองอาหารจากพืชที่หลากหลายมากขึ้น หากประสบการณ์ในงาน J-Licious ทำให้คนค้นพบว่าการกินเจสุขภาพไม่จำเจและไม่ยาก การเปลี่ยนจากการกินตามเทศกาลไปสู่การแทรกวันเจในชีวิตประจำวันก็มีโอกาสสูง สิ่งที่เห็นชัดคือ การสื่อสารในงานไม่ได้หยุดแค่ช่วงเทศกาล แต่เน้นให้ผู้คน “ลองเริ่มต้นวิถีชีวิตที่ดีไปด้วยกัน” ผ่านการเลือกอาหารกายใจอย่างสมดุล การผูกเมสเซจสุขภาพเข้ากับความสนุกของงานอาหาร ทำให้การกินเจถูกตีความใหม่จากข้อจำกัดเป็นตัวเลือกไลฟ์สไตล์ที่มีทั้งรสชาติและข้อดีต่อสุขภาพ ผู้บริโภคจึงเริ่มมองอาหารเจสุขภาพไม่ใช่เมนูเฉพาะกิจ แต่เป็นอีกเส้นทางหนึ่งของการใช้ชีวิตที่ดูแลตัวเองและโลกไปพร้อมกัน

เมื่อเทศกาลกินเจกลายเป็นงานเจเพื่อสุขภาพในห้าง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!