TH-AI Passport คืออะไร และทำไมยอดลงทะเบียนถึงแตะ 1.3 ล้านในไม่ถึงสองสัปดาห์
โครงการ TH-AI Passport คือโครงการภาครัฐที่เปิดให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือและการฝึกอบรม AI ฟรี ผ่านแพลตฟอร์มเดียวที่รวบรวมโมเดล AI มากกว่าสามสิบโมเดล พร้อมหลักสูตรออนไลน์จากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เป้าหมายคือสร้างทั้งความรู้เท่าทัน AI และการนำ AI ไปใช้จริงในชีวิต การทำงาน และธุรกิจ เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลและยกระดับทักษะ AI ประเทศไทยให้กว้างที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่แค่การเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport อย่างเป็นทางการโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แต่คือความเร็วของการตอบรับ เมื่อเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม มีผู้ลงชื่อกว่า 1.3 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ นี่ไม่ใช่ตัวเลขสวยหรูเพื่อออกข่าว แต่มันบอกชัดว่าคนจำนวนมากกำลังมองว่า ฝึกอบรม AI ฟรี เป็นโอกาสใหม่ที่ไม่ควรพลาด
กลุ่มผู้ลงทะเบียนไม่ใช่แค่คนสายไอทีหรือคนกรุงเทพ แต่ครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปจากทุกภูมิภาค แปลว่า ความอยากเข้าถึง AI models ไม่ได้จำกัดอยู่ในคนกลุ่มเล็กอีกต่อไป นี่คือสัญญาณว่าฐานของทักษะ AI ประเทศไทยกำลังถูกขยายจากบนลงล่างแบบเป็นรูปธรรม

จากโลกไอทีสู่สิทธิการศึกษาใหม่ ทำไมโครงการนี้สำคัญกว่าการแจกเครื่องมือฟรี
การเปิดตัว TH-AI Passport ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 ที่ต้องการเตรียมคนให้ทันเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การศึกษา และบริการสาธารณะอย่างรวดเร็ว ถ้ารัฐไม่ทำอะไร ช่องว่างทักษะระหว่างคนที่ใช้ AI ได้กับคนที่ใช้ไม่เป็นจะยิ่งถ่างจนกลายเป็นความเหลื่อมล้ำแบบใหม่
ข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 คนวัยทำงานที่ใช้ Generative AI เพิ่มจาก 9.1 เปอร์เซ็นต์เป็น 12.4 เปอร์เซ็นต์ หรือเติบโต 36.4 เปอร์เซ็นต์ แต่แม้ตัวเลขจะเพิ่มเร็ว การใช้งานยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8 เปอร์เซ็นต์ และห่างไกลจากสิงคโปร์ที่ 63.4 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราไม่เร่งลงทุนในทักษะ AI ตอนนี้ เราก็ยอมรับโดยปริยายว่าตัวเองจะอยู่ในกลุ่มผู้ตาม
คำพูดของรัฐมนตรีที่ว่า การแข่งขันต่อไปตัดสินกันที่ประเทศไหนพัฒนาคนให้ใช้เทคโนโลยีได้มากที่สุด ไม่ใช่แค่ใครมีเทคโนโลยีล้ำที่สุด เป็นกรอบคิดที่ถูกต้อง เพราะฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทุกประเทศซื้อได้ แต่ความสามารถของคนในการใช้และสร้างสรรค์จาก AI คือสิ่งที่ซื้อไม่ได้ โครงการ TH-AI Passport จึงควรถูกมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวในทุนมนุษย์ มากกว่าของแจกดิจิทัลชั่วคราว

AiPASS ศูนย์รวมกว่า 30 AI models และการฝึกอบรม AI ฟรีในแพลตฟอร์มเดียว
หัวใจของโครงการ TH-AI Passport คือแพลตฟอร์ม AiPASS ที่ตั้งใจจะทำให้การเข้าถึง AI models ระดับโลกเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนทั่วไป AiPASS รวบรวมโมเดลจากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่โมเดลสนทนา การเขียนโปรแกรม การค้นคว้าเชิงลึก ไปจนถึงการสร้างภาพ เสียง และวิดีโอ เช่น GPT-5.6 Sol o3 Deep Research Claude Opus 5 Gemini Pro และอีกหลายชื่อที่ผู้ใช้ทั่วไปมักต้องสมัครหลายแพลตฟอร์มถึงจะได้ลอง
จุดที่น่าสนใจคือ AiPASS ไม่ได้หยุดที่การให้เครื่องมือ แต่ผูกการเข้าถึงโมเดลเข้ากับการพัฒนาทักษะ ผ่านแนวคิด Learn • Earn • Plern โดยนำหลักสูตรจาก Google for Education Microsoft Elevate และ NVIDIA Deep Learning Institute มารวมไว้ในระบบเดียว ผู้ใช้สามารถเรียนหลักสูตรด้าน AI ทดลองใช้กับโมเดลจริง สะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกการเข้าถึงโมเดลระดับ Pro และรับประกาศนียบัตรเมื่อเรียนจบตามเงื่อนไข
โมเดลจำนวนมากแบบนี้ ถ้าไม่มีการกำกับผ่านการเรียนรู้ ก็เสี่ยงจะกลายเป็นของเล่นใหม่ที่คนเปิดใช้สองสามครั้งแล้วก็เลิก AiPASS เลือกออกแบบให้การฝึกอบรม AI ฟรี เป็นทางผ่านบังคับก่อนถึงเครื่องมือที่ทรงพลังขึ้น นี่คือการผูกสิทธิ์กับความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ว่าการเข้าถึง AI ระดับสูงต้องมาพร้อมความเข้าใจมากพอ
ตั้งเป้า 5 ล้านคน สร้าง AI Literacy และ AI Adoption ให้เป็นฐานใหม่ของแรงงาน
โครงการ TH-AI Passport ตั้งเป้าเปิดโอกาสให้คนสูงสุด 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลก กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ โดยมุ่งทำสองอย่างไปพร้อมกัน คือยกระดับความรู้เท่าทัน AI หรือ AI Literacy และผลักดันให้เกิดการนำ AI ไปใช้งานจริงหรือ AI Adoption นี่คือการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า ทักษะ AI ไม่ใช่ทักษะเฉพาะทางของสายไอที แต่เป็นฐานใหม่ของแรงงานทุกสาย
ตามแนวคิดของโครงการ ทักษะที่ต้องการสร้างไม่ได้หยุดที่การทดลองใช้ แต่ต้องต่อยอดไปสู่การสร้างผลงาน นวัตกรรม และมูลค่าทางเศรษฐกิจ ถ้าทำได้จริง ตั้งแต่เด็กมัธยมจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยก็จะมีโอกาสใช้ AI ช่วยเรียน ทำงาน หรือออกแบบธุรกิจได้โดยไม่ติดเรื่องต้นทุนซอฟต์แวร์ นี่คือการลดต้นทุนการทดลองสำหรับทั้งคนและธุรกิจในระดับชาติ
อย่างไรก็ตาม เป้าหมาย 5 ล้านคนจะไม่เกิดขึ้นเอง การที่ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th เป็นเพียงก้าวแรก สิ่งที่ต้องตามมาคือการสื่อสารให้คนเห็นภาพว่า AI ช่วยอะไรได้ในชีวิตจริง การสนับสนุนจากโรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ ในการนำแพลตฟอร์มไปใช้ประกอบการเรียนการสอนและงานประจำวัน หาก AI Literacy ไม่ถูกผูกเข้ากับงานจริง AI Adoption ที่โครงการหวังไว้ก็อาจไปไม่ถึง
จากโครงการสู่วัฒนธรรมใหม่ ทักษะ AI ต้องกลายเป็นภาษากลางของคนทำงาน
แพลตฟอร์ม AiPASS เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 หมายความว่า จากนี้ไปเราจะเห็นการทดลองใช้งานจริงเป็นวงกว้าง และได้คำตอบว่าระบบ ฝึกอบรม AI ฟรี ที่ผูกกับการเข้าถึง AI models มากกว่า 30 โมเดลจะทำงานได้อย่างที่ตั้งใจหรือไม่ จุดสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ลงทะเบียน แต่คือจำนวนคนที่ใช้ต่อเนื่องและนำ AI ไปต่อยอดในงานหรือธุรกิจของตัวเอง
หาก TH-AI Passport สำเร็จ เราจะได้ไม่แค่แพลตฟอร์มดิจิทัลอีกหนึ่งตัว แต่จะได้วัฒนธรรมใหม่ที่มองทักษะ AI เป็นภาษากลางของคนทำงาน เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเคยเป็นเรื่องใหม่ก่อนกลายเป็นมาตรฐาน วันนี้การเขียนพรอมต์ การตั้งคำถามกับโมเดล การออกแบบกระบวนการทำงานร่วมกับ AI กำลังจะกลายเป็นทักษะพื้นฐานลำดับถัดไป
ในทางกลับกัน ถ้าโครงการหยุดอยู่แค่การเปิดให้ ลงชื่อ ใช้สักพักแล้วเงียบหาย TH-AI Passport ก็เสี่ยงจะกลายเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่สวยบนกระดาษแต่ไม่เปลี่ยนชีวิตคนจริง สิ่งที่จะชี้ชะตาจึงไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีหรือความร่วมมือกับ Microsoft Google และ NVIDIA แต่คือการที่ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และประชาชนพร้อมเปลี่ยนพฤติกรรมให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำวันหรือไม่ หากคำตอบคือใช่ ทักษะ AI ประเทศไทยจะไม่ล้าหลังอีกต่อไป




