Lacoste ไม่ได้ขายชุดกีฬาอีกต่อไป กำลังขายวิธีใช้ชีวิต
การเคลื่อนจากเสื้อผ้ากีฬาเข้าสู่รันเวย์แฟชั่น คือกระบวนการที่แบรนด์สปอร์ตใช้มรดกด้านประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และประวัติศาสตร์การแข่งขัน ผสานเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย รายละเอียดเชิงหรู และการเล่าเรื่องไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างภาพจำใหม่ว่าเสื้อผ้าเหล่านี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อสนามกีฬาเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและวิธีใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ในทุกวัน
กรณีของ Lacoste จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การออกเสื้อโปโลรุ่นใหม่ แต่คือการวางหมากระยะยาวเพื่อย้ายแบรนด์จากคำว่า “ชุดกีฬา” ไปสู่ “ฟ้าชั่นสปอร์ตแฟชั่น” อย่างเต็มตัว Lacoste คอลเลกชัน 2026 เปิดตัวในฐานะแบรนด์สปอร์ตแฟชั่นจากฝรั่งเศสที่เน้นการผสานโลกกีฬาเข้ากับสไตล์ร่วมสมัยอย่างชัดเจน การเคลื่อนไหวต่อเนื่องทั้งบนคอร์ต Roland-Garros และใน Paris Fashion Week บอกเราว่า แบรนด์จระเข้ตัวนี้ตั้งใจเล่นเกมแฟชั่นระดับพรีเมียม ไม่ใช่แค่เติมโลโก้บนเสื้อผ้าอีกต่อไป

Fall Winter 2026 เมื่อเทนนิสและชีวิตประจำวันหลอมรวมผ่านใบหน้าคนดัง
Lacoste คอลเลกชัน 2026 ไม่ได้เล่าแค่เรื่องสนามเทนนิส แต่เล่าเรื่องชีวิตของคนเมืองผ่านสองคาแรกเตอร์อย่าง หลิงหลิง และ ต่อ ธนภพ แบรนด์หยิบ DNA ดั้งเดิมมาสร้างสองเส้นเรื่องหลักคือ Tennis Heritage และ Lifestyle เพื่อยืนยันว่าชุดกีฬาไม่จำเป็นต้องติดอยู่ในกรอบสนามอีกต่อไป
ฝั่ง Sport Style คือการย้ำรากเหง้า หลิงหลิงสวมเดรสที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดแข่งขันนักเทนนิส LACOSTE ใช้ผ้า Stretch Rib Knit ผสานเทคโนโลยี Ultra Dry และการปกป้องรังสี UV ระดับ UPF 50+ เพื่อความสบายและการใช้งานจริง พร้อมรายละเอียด Heritage Badge และโลโก้จระเข้ที่ยังคงความคลาสสิก ขณะที่ ต่อ ธนภพ เลือกเสื้อโปโลซิลูเอตคลาสสิกตีความใหม่ ใช้ผ้า Stretch Interlock Knit และเทคโนโลยีเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าเสื้อเทนนิสแบบดั้งเดิมสามารถกลายเป็นชิ้นแฟชั่นร่วมสมัยได้โดยไม่เสียฟังก์ชัน
ในมิติ Lifestyle แบรนด์พาเรื่องราวจากสนามเข้าสู่ถนนเมือง ต่อในสเวตเชิ้ตกราฟิกที่เล่าเรื่อง René Lacoste ผ่านอักษร L และช่วงเวลาแห่งชัยชนะ ส่วนหลิงหลิงสวมสเวตเตอร์ Cable Knit ตกแต่งตัวอักษร L แบบปักและ Fuzzy Intarsia ทำให้ซิกเนเจอร์จระเข้ดู casual chic ใส่ได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกว่า “กำลังแต่งชุดกีฬา” นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า Lacoste กำลัง reposition ตนเองสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์มากกว่าสปอร์ตเพียวๆ

Roland-Garros กลายเป็นรันเวย์ เมื่อสนามแข่งถูกใช้เป็นเรื่องเล่าหรู
การเลือกเปิดคอลเลกชัน Spring Summer 2027 บนสนามเซ็นเตอร์คอร์ต Philippe Chatrier ณ Roland-Garros ไม่ใช่การทำโชว์ในสถานที่เก๋ๆ เท่านั้น แต่คือการใช้แลนด์มาร์กของโลกเทนนิสเป็นเวทีเล่าเรื่องใหม่ของแบรนด์ ดินคอร์ตสีแดงถูกยกระดับให้เป็น “วัสดุทางอารมณ์” ที่สื่อถึงความเหนื่อย ความพยายาม และเกียรติยศ มากกว่าจะเป็นคราบเปื้อนบนชายกางเกง
รันเวย์ที่ถูกออกแบบเป็นรูปสัญลักษณ์อินฟินิตี้บนพื้น terre battue ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูแมตช์ที่ไม่มีวันจบ แขกถูกจัดที่นั่งบนอัฒจันทร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากโรงงานผลิตดินเทนนิส สะท้อนว่า Lacoste ใช้มรดกกีฬาเป็นโครงสร้างหลักของแฟชั่นเล่าเรื่องครั้งนี้ Pelagia Kolotouros ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ถ่ายทอดแนวคิด “Dress Code: No White Required” เพื่อท้าทายรหัส Preppy เดิมที่ผูกเทนนิสไว้กับชุดขาวสะอาด เธอพลิกความคาดหวังด้วยการใส่เฉดสีที่พาให้นึกถึงคอร์ตดินแดงอาบแดดและสภาพสนามหลังจบแมตช์
เสื้อผ้าในโชว์นี้เน้นตอบสนองต่อเรือนร่างมากกว่าบังคับให้เข้าทรง งานเทเลอริงถูกทำให้นุ่มและเป็นธรรมชาติ ผ้าคอตตอนผ่านการย้อมและซักด้วยเอนไซม์ลดความแข็ง ผ้าทรอปิคอลวูลถูกทำให้ผ่อนคลาย และผ้าไหมถูกซักให้เห็นความไม่สมบูรณ์แบบ เพื่อลดความเป็นทางการ ผลลัพธ์คือภาพของแฟชั่นที่มีจุดเริ่มจากสนามกีฬา แต่สื่อสารเรื่องเสรีภาพของผู้สวมใส่ มากกว่ากฎระเบียบของการแข่งขัน

รองเท้าเทนนิส ลาคอสต์ รุ่นใหม่ เมื่อลูกเทนนิสกลายเป็นส้นเข็ม
หากโชว์เสื้อผ้าคือการเล่าเรื่อง เท้าก็คือจุดที่แบรนด์เลือกจะเล่าเรื่องให้ชัดที่สุด รองเท้าเทนนิส ลาคอสต์ ในคอลเลกชันนี้ถูกออกแบบใหม่ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเบลอเส้นแบ่งระหว่างสนามแข่งกับรันเวย์ สำหรับฤดูกาล SS27 Lacoste พาแขกฟรอนต์โรว์กลับสู่ Roland-Garros เพื่อชมโชว์ที่สร้างนิยามใหม่ให้รองเท้าเทนนิส โดยนำสัญลักษณ์ของกีฬานี้มาดัดแปลงเป็นพื้นรองเท้าสนีกเกอร์และส้นรองเท้ารูปแบบต่างๆ
ไฮไลต์คือสนีกเกอร์ ACE T1 ที่นำลูกเทนนิสจริงมาดัดแปลงเป็นส้นเตารีด ผสานเข้ากับรองเท้าส้นเข็มแบบผูกเชือก เกิดเป็นซิลลูเอตที่เรียกร้องสายตาทุกคู่ให้หันไปมองปลายเท้า ไม่ใช่แค่โลโก้บนอกเสื้อ นอกจากนี้ยังมีรองเท้าส้นสูงที่ได้แรงบันดาลใจจากสนีกเกอร์รุ่นปรับโฉมใหม่ ในเฉดสีเขียวนีออน สีขาว และสีเงิน เพื่อเชื่อมโลกสตรีตกับความหรูอย่างชัดเจน
ในโชว์ที่คอร์ต Philippe Chatrier ยังมีรองเท้าผ้าใบ ACE T1 ทรงกรง ที่แสดงความเคารพต่อตาข่ายเทนนิส ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความแข็งแกร่งและความเร็ว ผ่านสามรูปแบบคือรองเท้าผ้าใบ ส้นรองเท้าทรงลูกเทนนิส และรองเท้าส้นสูงแบบผูกเชือก นี่คือฟ้าชั่นสปอร์ตแฟชั่นที่ไม่กลัวจะทดลองกับสัญลักษณ์ดั้งเดิมของกีฬา แล้วทำให้มันกลายเป็นสิ่งของแฟชั่นที่ทุกคนอยากครอบครองบนถนนเมืองและในงาน Paris Fashion Week

จากเสื้อโปโลของ René สู่ Dress Code ใหม่สำหรับคนรักแฟชั่น
หัวใจของกลยุทธ์ใหม่ Lacoste คือการกลับไปหาช่วงเวลาที่ René Lacoste ตัดแขนเสื้อให้สั้นลงเพื่ออิสระในการเคลื่อนไหว แล้วใช้แนวคิดเดียวกันกับคนยุคนี้ คอลเลกชัน Spring Summer 2027 ย้ำชัดว่าเครื่องแบบมีความสำคัญน้อยกว่าความอิสระที่มันมอบให้ และ “Dress Code ไม่มีรูปแบบที่ถูกต้องเพียงแบบเดียว กฎข้อเดียวที่สำคัญคือ ความเป็นตัวของตัวเอง” ตามคำอธิบายของแบรนด์
ดีไซเนอร์ยังผสานมรดกของ Lacoste เข้ากับเนื้อผ้าเชิงเทคนิค เพื่อสร้างแฟชั่นที่มีรากจากเทนนิส แต่พร้อมใช้ในชีวิตประจำวัน ผ้า Performance ถูกจัดสไตล์ด้วยการพับและม้วน เน้นความสบาย เสื้อโปโล Piqué ทรง oversize ถูกเลเยอร์กับเสื้อแขนยาวเนื้อผ้าเทคนิค จับคู่กระโปรงพลีท ครบทั้งความคล่องตัวและภาพลักษณ์แฟชั่น โทนสีก็สะท้อนภาพสนามหลังจบแมตช์ ตั้งแต่สีดินคอร์ตบ่มแดดและสีเอิร์ธโทน ไปจนถึงสีเงิน สีเหลือง acid yellow และน้ำเงิน cobalt blue
สำหรับผู้บริโภค ปรับรับเทรนด์นี้ไม่ยาก หากคุณเคยคิดว่า Lacoste เป็นแค่เสื้อโปโลของพ่อ ตอนนี้คือจังหวะดีที่จะมองแบรนด์ใหม่ในฐานะทางเลือกไลฟ์สไตล์พรีเมียมที่ใส่ไปทำงานก็ได้ ใส่เดินห้างก็ไม่หลุดธีม การเลือกชิ้นที่มีรากเทนนิสแต่ดีไซน์แฟชั่น เช่น เสื้อโปโลเทคนิคผ้าบางเบา หรือรองเท้า ACE T1 ที่เล่นกับลูกเทนนิส ช่วยให้คุณร่วมเล่นเกม Dress Code ใหม่ของแบรนด์ได้ โดยไม่ต้องลงไปตีเทนนิสบนคอร์ตจริงเลยสักครั้ง







