
ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้อาจจะดูเหมือนแดดเบาลง แต่มีมีบอกเลยว่าเที่ยงวันหน้ายังเยิ้มเหมือนเดิม คนผิวมันเป็นสิวง่ายอย่างเราเลยถือโอกาสนี้เรียงกันแดดคุมมันสี่ตัวที่สั่งได้จริงในช้อปปี้ ไทย มาเทียบกันให้เห็นชัดๆ ตั้งแต่หลอดร้อยกว่าบาทไปจนถึงขวดพันต้น แล้วคิดราคาต่อมิลลิลิตรให้จบในที่เดียว เพราะเราคิดว่าตัวเลขนี้แหละที่บอกความคุ้มจริงกว่าคำว่าถูกหรือแพงบนฉลาก
งบร้อยกว่าบาท: ศรีจันทร์ ซันโลชั่น แอคเน่ สูตรคุมมันคุมสิว

ตัวแรกคือกันแดดหลอดสีเขียวของศรีจันทร์ ขนาด 40 มิลลิลิตร เราเจอราคา 146 บาทในร้านทีเอ็นเค ช็อป ส่วนร้านทางการตั้งโปรโมชันราว 169 บาท จากราคาเต็ม 299 บาท คิดแล้วตกมิลลิลิตรละไม่ถึงสี่บาทถึงสี่บาทกว่า ถูกที่สุดในกลุ่มนี้แบบทิ้งห่าง ตัวฉลากระบุเอสพีเอฟ 50 พลัส พีเอสี่บวก และเน้นกลุ่มคุมมันคุมสิวสำหรับคนเป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ
เนื้อเป็นโลชั่นบางเบา เกลี่ยแล้วสบายผิว ไม่เหนอะหนะ และหน้าไม่มันเยิ้มระหว่างวัน เราคิดว่าจุดแข็งของมันคือความอ่อนโยนที่ไม่อุดตันผิว ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนที่ยังมีสิวอักเสบประปราย ข้อจำกัดเดียวที่เรารู้สึกได้คือfinish ไม่ได้แมทท์สนิทเท่าตัวราคาสูง ถ้าเธอเหงื่อออกเยอะอาจต้องซับหน้าบ้าง แต่ด้วยราคาต่อมิลลิลิตรระดับนี้ เราว่ามันคือตัวคุ้มเงินที่สุดสำหรับนักเรียนนักศึกษาหรือคนที่อยากกันได้ทุกวันแบบไม่คิดมาก สั่งได้ที่ หน้าสินค้าศรีจันทร์ในช้อปปี้
งบสามร้อยถึงหกร้อย: นู ฟอร์มูล่า ซัน เรียล ดรายทัช มิลค์ กับ ยูเซอริน ซัน แอคเน่ ออยล์ คอนโทรล

ขยับงบขึ้นมา ตัวแรกที่น่าจับตาคือนู ฟอร์มูล่า ซัน เรียล ดรายทัช มิลค์ ขนาด 40 กรัม ราคา 399 บาท จากราคาปกติ 750 บาท ตกกรัมละราวสิบบาท เนื้อเป็นน้ำนมบางเบาเกลี่ยง่ายซึมไว ให้ฟินิชแมทท์โดยไม่เปลี่ยนสีผิวและไม่ทิ้งคราบขาว แบรนด์เคลมคุมมันได้ 12 ชั่วโมง เราลองแล้วรู้สึกว่ามันเป็นกึ่งกลางที่พอดีมาก คือเบากว่าครีมแมทท์ทั่วไปแต่ก็ยังคุมความมันช่วงบ่ายได้จริง เหมาะกับคนที่นั่งห้องแอร์แล้วออกแดดเป็นพักๆ สั่งได้ที่ หน้าสินค้านู ฟอร์มูล่าในช้อปปี้
อีกตัวในกลุ่มเดียวกันคือยูเซอริน ซัน แอคเน่ ออยล์ คอนโทรล เอสพีเอฟ 50 ขนาด 50 มิลลิลิตร ราคาราว 575 ถึง 585 บาท ตกมิลลิลิตรละสิบเอ็ดบาทครึ่ง เนื้อครีมแมทท์ที่ทาแล้วแมทไปเลย มีสารคุมมันหลายตัวและเคลมคุมมันนาน 12 ชั่วโมง เราคิดว่าตัวนี้เกิดมาเพื่อคนผิวมันมากจริงๆ เพราะfinish แห้งสนิทกว่านู ฟอร์มูล่า ชัดเจน แต่แลกมาด้วยความรู้สึกตึงผิวนิดๆ ในคนผิวมันขาดน้ำ ใครที่หน้าเยิ้มทั้งวันจนต้องซับมันบ่ายสองโมง เราว่ามันคุ้มกว่าการซื้อถูกแล้วต้องทาซ้ำสองรอบ สั่งได้ที่ หน้าสินค้ายูเซอรินในช้อปปี้
งบพันต้น: ลาโรช-โพเซย์ แอนเธลิโอส ยูวีแอร์ เซรั่ม ซันสกรีน

ตัวแพงสุดในกลุ่มคือลาโรช-โพเซย์ แอนเธลิโอส ยูวีแอร์ เซรั่ม ซันสกรีน ขนาด 50 มิลลิลิตร เราเจอราคา 1,008 บาทในร้านหนึ่ง และอีกร้านขาย 1,135 บาท จากราคาเต็ม 1,599 บาท คิดแล้วตกมิลลิลิตรละราวยี่สิบถึงยี่สิบสามบาท แพงกว่าศรีจันทร์ราวห้าเท่า จุดขายคือเนื้อเซรั่มที่บางเบาที่สุดเท่าที่เราเคยลองในกลุ่มคุมมัน เกลี่ยง่ายจนแทบไม่รู้สึกลื่นผิว แบรนด์เคลมคุมมัน 16 ชั่วโมงและให้ความชุ่มชื้น 24 ชั่วโมงด้วยไฮยาลูรอนิกกับไนอะซินาไมด์ พร้อมช่วยกันฝุ่นพีเอ็มสองจุดห้า และใช้เป็นเบสก่อนแต่งหน้าได้โดยไม่กวนเมคอัพ
ข้อดี
- เนื้อเซรั่มเบาสุดในกลุ่ม ทาแล้วแต่งหน้าต่อได้ทันที
- คุมมันนานและกันครอบคลุมทั้งยูวีเอ ยูวีบี และแสงสีฟ้า
- ไม่เหนียวเหนอะหนะแม้เจอแดดเมืองไทยทั้งวัน
ข้อจำกัด
- ราคาต่อมิลลิลิตรสูงที่สุดในกลุ่มนี้ราวห้าเท่า
- คนผิวแห้งมากอาจต้องลงมอยส์เจอร์ไรเซอร์เสริม
เราคิดว่าตัวนี้คุ้มสำหรับคนที่แต่งหน้าทุกวันและต้องการกันแดดที่หายไปจากผิวแบบไม่รู้สึกตัว แต่ถ้าเธอไม่ได้แต่งหน้าและแค่อยากกันได้ครบทุกวัน การจ่ายยี่สิบบาทต่อมิลลิลิตรอาจไม่ใช่คำตอบแรก สั่งได้ที่ หน้าสินค้าลาโรช-โพเซย์ในช้อปปี้
สรุป: ตัวไหนคุ้มเงินใคร
ถ้าให้เรียงตามความคุ้มต่อหนึ่งบาท เราคิดว่าศรีจันทร์หลอดเขียวยังเป็นแชมป์งบประหยัดแบบไม่มีข้อแย้ง นู ฟอร์มูล่าคือจุดสมดุลสำหรับคนอยากได้เนื้อน้ำนมฟินิชแมทท์ในงบกลาง ยูเซอรินเหมาะกับผิวมันสุดขีดที่ต้องการความแห้งสนิท และลาโรช-โพเซย์คือรางวัลของคนแต่งหน้าที่อยากให้กันแดดเบาจนลืมว่าทา เราอยากให้เธอเลือกจากชีวิตจริงของตัวเองก่อน แล้วค่อยมองราคาต่อมิลลิลิตรเป็นตัวปิดท้าย เพราะกันแดดที่ดีที่สุดไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุด แต่คือตัวที่เธอยอมทาทุกเช้าในปริมาณที่พอโดยไม่เสียดายเงิน





