ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมแม่มือใหม่ยอมลืมตัวเอง และจะกลับมาดูแลใจได้อย่างไม่รู้สึกผิด

ทำไมแม่มือใหม่ยอมลืมตัวเอง และจะกลับมาดูแลใจได้อย่างไม่รู้สึกผิด
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

แม่ที่ดีไม่ใช่แม่ที่หายไป: ความจริงเรื่องการดูแลตัวเอง

แม่เลี้ยงลูกดูแลตัวเองคือแนวคิดที่เชื่อว่าการดูแลร่างกายและสุขภาพจิตใจคุณแม่ควรเดินคู่ไปกับการดูแลลูก ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง การที่แม่ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน อาหาร สุขภาพแม่มือใหม่ และพื้นที่ทางใจของตัวเอง ไม่ได้แปลว่าลดความทุ่มเทให้ลูก แต่คือการสร้างฐานที่มั่นคงให้แม่มีแรงกายแรงใจเพียงพอในการเลี้ยงลูกระยะยาว การดูแลตัวเองจึงไม่ใช่ของฟุ่มเฟือยของแม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นพ่อแม่ที่รับผิดชอบ

ประเด็นนี้เห็นภาพชัดจากประสบการณ์ของก้อย รัชวิน ที่เล่าว่าในช่วงสองปีแรกของการเป็นแม่ เธอแทบไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย เพราะทุ่มทุกอย่างให้ลูกและอยู่กับลูกเกือบตลอดเวลา ความตั้งใจอยากเป็นแม่ที่ดีที่สุดทำให้เธอผลักตัวเองจนเกินขีดจำกัด ทั้งการพักผ่อนที่ลดลง เหนื่อยล้า และความเครียดสะสม นี่คือภาพสะท้อนของแม่จำนวนมากที่ค่อยๆ หายตัวเองไปจากสมการครอบครัว เพื่อแลกกับความรู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่ดีพอ แต่คำถามสำคัญคือ ถ้าแม่หายไปจากการดูแลตัวเองแบบนี้นานเกินไป ใครจะดูแลแม่ในวันที่ไม่มีแรงเหลือพอให้ใคร

ทำไมแม่มือใหม่ยอมลืมตัวเอง และจะกลับมาดูแลใจได้อย่างไม่รู้สึกผิด

เมื่อความอยากเป็นแม่ที่ดีที่สุด กลายเป็นกับดักทำร้ายใจตัวเอง

ความตั้งใจจะเป็นแม่ที่ดีที่สุดมักมาพร้อมภาพในหัวว่าเราต้องทุ่มทุกอย่างให้ลูก ต้องอยู่กับลูกตลอด ต้องเลี้ยงเอง ทำเอง และห้ามพลาด จนลืมถามตัวเองว่าร่างกายและจิตใจไหวแค่ไหน ก้อย รัชวินเล่าว่าช่วงคลอดลูกคนแรกตรงกับช่วงโควิด เธอเป็นคุณแม่มือใหม่ที่อยู่ไกลครอบครัว ต้องเรียนรู้เรื่องการให้นมทุกอย่างเอง เครียดจนได้นอนวันละประมาณสามชั่วโมง และยิ่งกดดันตัวเองว่าน้ำนมต้องมาให้ได้ ผลคือยิ่งเครียด น้ำนมยิ่งไม่มาอย่างที่หวัง

คำเตือนของคุณหมอที่บอกว่าอย่าเครียดฟังดูง่ายแต่ทำยากมากสำหรับแม่ที่ตั้งความคาดหวังไว้สูง ประโยคเล็กๆ ว่า แม่ที่ดีต้องให้นมเอง แม่ต้องเสียสละทุกอย่าง สามารถกลายเป็นเสียงกดดันที่กัดกินสุขภาพจิตใจคุณแม่โดยไม่รู้ตัว ก้อยเล่าว่ากว่าจะหาจุดสมดุลของตัวเองเจอ ต้องผ่านการลองผิดลองถูก ยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ทุกเรื่อง และยอมลดความกดดัน เมื่อใจเริ่มคลาย น้ำนมจึงค่อยๆ มาและเธอก็กลับมามีความสุขกับบทบาทแม่มากขึ้น นี่คือบทเรียนสำคัญว่าแม่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเพื่อจะรักลูกให้เต็มที่

ทำไมแม่มือใหม่ยอมลืมตัวเอง และจะกลับมาดูแลใจได้อย่างไม่รู้สึกผิด

สุขภาพแม่มือใหม่สำคัญไม่แพ้โภชนาการลูก

แม่มักทุ่มเทเวลาไปกับการหาข้อมูลให้ลูกกินดี นอนพอ ได้สารอาหารครบห้าหมู่ ก้อยเองก็เป็นตัวอย่างของแม่ที่ศึกษาด้านโภชนาการลูกอย่างจริงจัง เลือกวัตถุดิบให้ครบโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และรู้จักหาทางชดเชยสารอาหารเมื่อรู้ว่าลูกไม่ชอบอาหารบางกลุ่ม เช่น การหาทางให้ลูกได้รับโปรตีนจากพืชเมื่อลูกไม่ชอบโปรตีนจากสัตว์ เธอยังให้ขนมหวานแบบมีกรอบกติกา เช่น ไอศกรีมเป็นเหมือนรางวัล หรือทำไอศกรีมจากผลไม้ปั่นแช่แข็งแทนการปล่อยให้ติดหวานทุกวัน

แต่ในขณะที่แม่ใส่ใจทุกคำที่ลูกกิน กลับลืมถามว่าตัวเองกินข้าวครบมื้อหรือยัง ดื่มน้ำพอหรือเปล่า หรือทั้งวันอยู่กับเศษข้าวลูกกับกาแฟแก้วเดียว การที่แม่ยอมให้ตัวเองอยู่ในโหมดประหยัดพลังตลอดเวลา ส่งผลต่อทั้งฮอร์โมน อารมณ์ และความสามารถในการรับมือกับลูกในแต่ละวัน สุขภาพแม่มือใหม่จึงไม่ได้แยกขาดจากสุขภาพของลูก หากแม่หิวตลอดเวลา เหนื่อยสะสม หรือหัวสมองตื้อจากการพักผ่อนไม่พอ ต่อให้ตั้งใจเลี้ยงแค่ไหน ก็ยากจะมีพลังสำหรับการเล่น การกอด และการสอนลูกอย่างใจเย็นได้

การทำงานสมดุลชีวิตของแม่: พื้นที่เล็กๆ ที่ช่วยให้แม่ยังเป็นตัวเอง

โลกมักชอบเปรียบเทียบว่าแม่เต็มเวลาเหนื่อยกว่าแม่ที่ออกไปทำงาน หรือแม่ที่ทำงานนอกบ้านเสียสละมากกว่าแม่ที่อยู่บ้าน แต่จากมุมมองของก้อย รัชวิน เธอมองว่าทั้งแม่ที่อยู่บ้านและแม่ที่ทำงานต่างก็เหนื่อยเหมือนกัน เพียงแต่อยู่คนละบริบท แม่ที่อยู่บ้านต้องรับมือกับอารมณ์และพฤติกรรมลูกทั้งวัน ส่วนแม่ที่ออกไปทำงานต้องเจอแรงกดดันจากสังคมภายนอกและรับผิดชอบสองบทบาทพร้อมกัน

จุดเปลี่ยนของก้อยเกิดขึ้นเมื่อผ่านช่วงสองปีแรกที่เธอยอมรับว่าไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย พอลูกเริ่มเข้าโรงเรียน เธอเริ่มจัดเวลาออกกำลังกายวันละหนึ่งถึงสองชั่วโมง เพื่อปลดปล่อยพลังงานที่อัดแน่นและทำให้ร่างกายได้ตื่นตัวอีกครั้ง พร้อมย้ำว่าแม่ทุกคนจำเป็นต้องมีเวลาพักของตัวเองบ้าง นี่คือรูปธรรมของการทำงานสมดุลชีวิตในแบบของแม่ ไม่ได้แปลว่าแม่ต้องมีเวลาว่างหลายชั่วโมงต่อวัน แต่อาจเริ่มจากช่วงเวลาสั้นๆ ที่แม่อนุญาตให้ตัวเองทำสิ่งที่เติมพลัง เช่น เดินเล่น อาบน้ำแบบไม่เร่งรีบ หรือออกกำลังกายตามสภาพร่างกาย

กลับมารักตัวเองโดยไม่รู้สึกผิด เพราะลูกต้องการแม่ที่มีความสุข

เบื้องหลังแม่ที่พยายามทุ่มเทให้ลูกสุดแรงมักมีความกลัวว่า ถ้าดูแลตัวเองมากไปจะกลายเป็นแม่ที่เห็นแก่ตัว หรือกลัวถูกมองว่าไม่เสียสละพอ แต่เมื่อฟังเรื่องเล่าของก้อย เราเห็นภาพแม่คนหนึ่งที่ค่อยๆ ยอมรับว่าความสุขของตัวเองคือส่วนหนึ่งของความสุขลูก เธอเน้นเสมอว่าเป้าหมายสูงสุดของการเลี้ยงลูกไม่ใช่ให้ลูกเก่งหรือสำเร็จที่สุด แต่คือการได้เห็นลูกเติบโตอย่างมีความสุขและปลอดภัย และแม่เองก็ควรมีสิทธิ์เติบโตอย่างมีความสุขไปพร้อมกับลูกด้วย

แม่ที่อนุญาตให้ตัวเองพักไม่ได้รักลูกน้อยลง แม่ที่ยอมรับว่าตัวเองเหนื่อย ไม่ไหว ต้องการความช่วยเหลือ คือแม่ที่ซื่อสัตย์กับหัวใจและร่างกายของตัวเอง การสร้างนิสัยเล็กๆ เช่น กินข้าวให้ครบมื้อ ปิดโทรศัพท์สักช่วงเพื่อพักสมอง ยืดเส้นยืดสายไม่กี่นาที หรือหาเวลาคุยกับคนที่เข้าใจ สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพจิตใจคุณแม่ที่แข็งแรงขึ้นได้ ลูกไม่ได้ต้องการแม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องการแม่ที่ยังมีหัวใจอ่อนโยนพอจะกอดเขาในวันที่โลกโหดร้าย และแม่จะอ่อนโยนได้ก็ต่อเมื่อไม่ลืมโอบกอดตัวเองก่อน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!