จากศูนย์การค้าโครงการใหญ่สู่เวทีโลกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค คือศูนย์การค้าโครงการใหญ่ที่ถูกออกแบบให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ประสบการณ์ ผสมผสานการชอปปิง อาหาร วัฒนธรรม และพื้นที่สาธารณะเข้าด้วยกัน โดยไม่ได้เน้นแข่งขันความหรูหราแบบลักชัวรี แต่เน้นสร้างพื้นที่ให้คนเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ชีวิต พบปะ และเสพคอนเทนต์ระดับโลกในบรรยากาศที่เข้าถึงได้ง่ายในทุกวัน ตัวเลข 25 ล้านครั้งของผู้มาใช้บริการในปีแรก และกว่า 10 ล้านครั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ใช่แค่สถิติที่ดูสวยงาม แต่สะท้อนว่าศูนย์การค้าโครงการใหญ่ที่ตั้งใจขายไลฟ์สไตล์ประสบการณ์สามารถพลิกตัวเองให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกได้จริง การเดินทางไปห้างจึงไม่ใช่เรื่องซื้อของอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการไปใช้เวลาบนเวทีของเมืองที่มีทั้งสวน ลานกิจกรรม และแบรนด์จากทั่วโลกวางอยู่ข้างกัน

กลยุทธ์ Bangkok’s World Stage เมื่อห้างเลือกเป็นเวทีความบันเทิง
หัวใจของความสำเร็จเซ็นทรัล พาร์คอยู่ที่การประกาศตัวชัดว่าโครงการจะเป็น Bangkok’s World Stage เวทีของเมืองที่แบรนด์และครีเอเตอร์ทั่วโลกอยากมาจัดงานและเปิดตัวสิ่งใหม่ โดยตั้งเป้าให้ทราฟฟิกโตอีก 10% จาก 25 ล้านครั้งต่อปีให้ทะลุ 27 ล้านครั้งต่อปี ทิศทางนี้ต่างจากห้างที่มุ่งสะสมแบรนด์หรูเพื่อแข่งความแพง แต่เลือกแข่งกันที่ว่าใครสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ได้มากกว่า สามแม็กเน็ตคือ Global Firsts เน้นนำสิ่งใหม่จากแบรนด์ระดับโลกมาเปิดตัว Global Culture เปิดพื้นที่ให้ศิลปะ ดนตรี การออกแบบ และวัฒนธรรมจากทั่วโลกมาปะทะกับความคิดสร้างสรรค์ของเมือง และ Global Audience ใช้พลังของ Global Creators และพันธมิตรในการสื่อสารให้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์คถูกมองเป็น Must‑visit destination ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ นี่คือการยอมรับว่าคอนเทนต์และคัลเจอร์คือแม่เหล็กที่แรงกว่าป้ายแบรนด์ลักชัวรี

ไม่แข่งลักชัวรีแต่ขายไลฟ์สไตล์ประสบการณ์ให้คนเมืองและทัวริสต์คุณภาพ
ท่ามกลางการแข่งขันดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์คเลือกไม่สู้กันด้วยภาพความหรูหราสูงสุด แต่กำหนดบทบาทตัวเองเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ประสบการณ์สำหรับคนเมืองและนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อ ซึ่งต้องการมากกว่าห้องเสื้อแบรนด์ราคาแพง แนวคิดนี้เห็นได้จากการคัดสรรกว่า 250 แบรนด์ที่กว่า 80% เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่หรือเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยเปิดที่ไหนมาก่อน ตั้งแต่ร้านกาแฟระดับโลกไปจนถึงแฟลกชิปแฟชั่นและร้านอาหารดีไซน์เฉพาะตัว ในมุมอาหารและเครื่องดื่ม โครงการตั้งใจให้ตัวเองเป็นแลนด์มาร์กด้านอาหารของภูมิภาค ทั้งการดึงแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ร้านในเครือกลุ่มใหญ่หลายแบรนด์ รวมถึงร้านระดับมิชลินสตาร์อย่าง สำรับ สำหรับ ไทยที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ด้านคัลเจอร์และรสชาติ แนวทางนี้ชัดเจนว่าห้างกำลังขายวิธีใช้ชีวิต การกิน การเดินเล่น และการเสพศิลปะ มากกว่าขายโลโก้บนกระเป๋าใบเดียว

แม่เหล็กที่ชื่อ Roof Park และข้อเสนอที่จับต้องได้สำหรับผู้ใช้บริการ
การดึงคนให้เดินทางมาหาศูนย์การค้าไม่อาจอาศัยร้านค้าอย่างเดียว พื้นที่ Roof Park ขนาด 7 ไร่และการตั้งอยู่ตรงข้ามสวนลุมพินีกลายเป็นจุดขายที่ทรงพลัง เพราะผู้คนสามารถขึ้นมามองเห็นภาพรวมของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในมุมมองเดียวแบบที่ระดับพื้นดินให้ไม่ได้ การเข้าพื้นที่สวนบนดาดฟ้านี้ไม่มีค่าใช้จ่าย กลายเป็นทางเลือกให้คนเมืองมาเดินเล่น พักผ่อน หรือถ่ายรูปโดยไม่ต้องชอปปิงทุกครั้งที่มา สำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งใจมาจับจ่าย ห้างก็ออกแคมเปญ Everyday Shop and Dine at Central Park ให้รับ E‑Voucher เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายครบจำนวนที่กำหนดในหนึ่งวัน ควบคู่กับแคมเปญแจกคะแนน The 1 รวม 1 ล้านคะแนน พร้อมเครดิตเงินคืนสูงสุด 50% สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวันในช่วงโปรโมชัน และโปร T1 Sunday เครดิตเงินคืน 30% ทุกวันอาทิตย์ตามเงื่อนไข นี่คือข้อเสนอที่ทำให้การใช้ชีวิตในห้างดูคุ้มค่าในสายตาผู้บริโภคมากขึ้น

โมเมนตัมปีแรกและเกมยาวของการปั้น Global Destination
ความสำเร็จในปีแรกที่มียอดผู้ใช้บริการ 25 ล้านครั้งและนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ล้านครั้ง ส่งสัญญาณชัดว่าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์คเดินมาถูกทางในบทบาท Global Destination ที่เน้นไลฟ์สไตล์ประสบการณ์มากกว่าลักชัวรีตัวเลขนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่โครงการยังไม่รับทราฟฟิกเต็มจากอาคารสำนักงานซึ่งมีผู้เช่าประมาณ 80% และส่วนที่พักอาศัยที่ปิดการขายแล้ว 96–97% โดยผู้อยู่อาศัยจะเริ่มย้ายเข้าตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 รวมถึงอุโมงค์เชื่อมรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสีลมที่จะเสร็จปลายไตรมาส 1 ปี 2570 คำพูดที่น่าอ้างคือ “ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โครงการเซ็นทรัลพาร์คสามารถสร้างยอดผู้เข้ามาใช้บริการรวมแล้วมากกว่า 25 ล้านคน โดยในจำนวนนี้คิดเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึงราว 10 ล้านคน” จากนายคุณายุธ เดชอุดม เมื่อโครงสร้างการเดินทางและการอยู่อาศัยรอบโครงการทยอยเต็ม การเคลื่อนตัวสู่เป้าหมายทราฟฟิก 27 ล้านครั้งต่อปีจึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่คือบททดสอบว่าจะรักษาคุณภาพคอนเทนต์และความสดใหม่ของประสบการณ์ได้แค่ไหนในเกมยาวนี้



