ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากเกือบล้มทั้งยืนสู่เป้า 120 ล้าน พลิกเกม Fleen Beauty

จากเกือบล้มทั้งยืนสู่เป้า 120 ล้าน พลิกเกม Fleen Beauty
ความสนใจ|เครื่องสำอางจีน

Fleen Beauty คือกรณีศึกษาของการพลิกแบรนด์ความงามไทยในยุค T-Beauty

Fleen Beauty คือแบรนด์ความงามไทยประเภทเมคอัปและสกินแคร์กึ่งบำรุงที่เติบโตขึ้นท่ามกลางตลาดเครื่องสำอางมูลค่ามหาศาล โดยใช้จุดขายด้านนวัตกรรม เนื้อสัมผัสบางเบา เหมาะกับผิวบอบบาง และการสร้างผลิตภัณฑ์เบสเมคอัปที่เน้นฟินิชผิวสวยเป็นธรรมชาติ ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และหน้าร้านค้าปลีก พร้อมยืนอยู่บนกระแส T-Beauty ความนิยม ที่ผลักแบรนด์ไทยให้ขึ้นมาเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน

ใจกลางเรื่องราวของ Fleen Beauty ไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดขาย แต่คือการฟื้นแบรนด์จากจุดที่เหลือพนักงานเพียง 4 คน กลายเป็นธุรกิจที่ตั้งเป้ารายได้แตะหลักร้อยล้านได้ในเวลาไม่นาน การตัดสินใจเข้าซื้อกิจการมูลค่า 25 ล้านบาทคือจุดเริ่มต้นของการยกเครื่องทุกระบบ ตั้งแต่โครงสร้างองค์กร คลังสินค้า แพ็กเกจจิ้ง ไปจนถึงซัพพลายเชนเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสขายเมื่อสินค้าขาดสต็อก แนวทางนี้สะท้อนมุมมองที่ชัดเจนว่าในตลาดความงามที่แข่งขันดุเดือด แค่มีโปรดักต์ดีไม่พอ ระบบหลังบ้านต้องดีพอจะรองรับการเติบโตด้วย

จากเกือบล้มทั้งยืนสู่เป้า 120 ล้าน พลิกเกม Fleen Beauty

จากดีล 25 ล้านสู่เป้ายอดขายร้อยล้าน เกมตัวเลขที่ไม่ใช่แค่โตตามเทรนด์

การเข้าซื้อ Fleen Beauty มูลค่า 25 ล้านบาทคือการลงเงินเดิมพันกับศักยภาพของแบรนด์ ไม่ใช่การเก็บซากธุรกิจที่กำลังจะหายไปจากตลาด เมื่อจัดระเบียบองค์กรใหม่ Fleen Beauty ยอดขายพุ่งจาก 47 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 96 ล้านบาทในปี 2568 เติบโตกว่าเท่าตัว ท่ามกลางตลาดเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้บอกชัดว่าแบรนด์ไม่ได้แค่รอด แต่เริ่มมีน้ำหนักในเกมการแข่งขันกระแส T-Beauty ความนิยม ที่กำลังดันให้ผู้บริโภคหันมามองแบรนด์ความงามไทยมากขึ้นทุกวัน

สิ่งที่น่าสนใจคือเป้าหมายใหม่ที่ไม่ได้หยุดแค่หลัก 96 ล้าน แต่ยกระดับไปสู่เป้ารายได้ 100–120 ล้านบาท โดยปัจจุบันตัวเลข ณ เดือนสิงหาคมแตะแล้วที่ 76 ล้านบาท และตั้งเป้าปิดปีให้ได้ 120 ล้านบาท คำพูดที่ควรถูกหยิบมาอ้างอิงคือ “ทุกองค์ประกอบต้องเดินไปพร้อมกัน ไม่มีส่วนใดที่สามารถลดความสำคัญลงได้” เพราะมันอธิบายกลยุทธ์ของ Fleen Beauty ได้ครบถ้วนว่าการโตของยอดขายไม่ได้มาจากแคมเปญใดแคมเปญหนึ่ง แต่คือการขยับพร้อมกันทั้งสินค้า การตลาด และระบบหลังบ้าน

เมื่อ Hero Product ยิงเข้าเป้า Skin Tint คืออาวุธใหม่ของสมรภูมิผลิตภัณฑ์เบสเมคอัป

หากช่วงแรกกลุ่ม Tone-up และ Corrector คือเสาหลักที่ทำรายได้กว่า 80% ของแบรนด์ วันนี้ Fleen Beauty เริ่มส่งอาวุธใหม่ลงสนามคือ Skin Tint ผลิตภัณฑ์เบสเมคอัปเนื้อบางเบาที่ออกแบบมาสำหรับคนอยากแต่งหน้าแต่ผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย จุดนี้คือการจับอินไซต์สำคัญ ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ปกปิด แต่ต้องการเมคอัปที่ช่วยดึงผิวจริงให้สวยขึ้นและมีส่วนผสมบำรุงไปพร้อมกัน แบรนด์ความงามไทยที่ตอบโจทย์นี้ได้จะมีโอกาสสร้างฐานแฟนเหนียวแน่นในระยะยาว

ตัวเลขขาย Skin Tint 10,000 ชิ้นภายในเดือนแรกที่เปิดตัว ไม่ใช่แค่ยอดสวยๆ แต่มันสะท้อนสองเรื่อง หนึ่ง คือดีไซน์โปรดักต์และคุณสมบัติตอบตลาด สอง คือระบบการตลาดและซัพพลายเชนทำงานทันกับดีมานด์ Fleen Beauty เป็นหนึ่งในกลุ่มแรกของ T-Beauty ที่พัฒนาสินค้าชนิดนี้ขึ้นมา แปลว่าแบรนด์เลือก “นำ” เทรนด์ในหมวดผลิตภัณฑ์เบสเมคอัป ไม่ใช่ตามหลังค่ายใหญ่ การวาง Skin Tint เป็น Hero Product ตัวถัดไป จึงเป็นการเดิมพันเชิงกลยุทธ์ที่มีโอกาสดันให้ยอดขายทะลุเป้าร้อยล้านได้จริง

จากออนไลน์สู่รีเทลทั่วประเทศ ยุทธศาสตร์ไซซ์ใหม่–ช่องทางใหม่ที่เปลี่ยนผู้ลองให้กลายเป็นลูกค้าประจำ

อีกแกนสำคัญของการฟื้นตัวคือการขยายช่องทางและไซซ์สินค้า Fleen Beauty ไม่ได้ยึดติดกับการขายออนไลน์เพียงอย่างเดียว แม้ทุกวันนี้สัดส่วนยอดขายออนไลน์จะสูงถึง 97% แต่ออฟไลน์เริ่มถูกเร่งเครื่องมากขึ้น โดยคาดว่าในปี 2569 สัดส่วนออนไลน์จะลดลงเป็น 83% และออฟไลน์จะเพิ่มเป็น 17% สะท้อนการรุกรีเทลและการเข้าไปยืนในหน้าร้านค้าปลีกมากขึ้น นี่คือการอ่านเกมที่ถูกต้อง เพราะในหมวดเครื่องสำอาง ผู้บริโภคจำนวนมากยังอยากลองเนื้อสัมผัสจริงก่อนตัดสินใจซื้อ

การเพิ่ม Travel Size ให้ลูกค้าทดลองก่อนซื้อไซซ์จริงคือหมัดเด็ดที่เชื่อมออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ลูกค้าสามารถเปิดใจลองในงบไม่สูง หากถูกใจก็กลับมาซื้อขนาดจริงซ้ำ ซึ่งวันนี้ได้พิสูจน์แล้วกับ Fleen Tone-up Serum และผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Tone-up และ Corrector ที่ยังครองสัดส่วนยอดขายสูงสุดของแบรนด์ นี่คือวิธีคิดที่เอาผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง แตกต่างจากการยัดเซ็ตใหญ่หวังปิดการขายรอบเดียว แต่เลือกสร้างวงจรซื้อซ้ำที่ยั่งยืนกว่า

บทเรียนจาก Fleen Beauty แบรนด์จะรอดในสมรภูมิเครื่องสำอางใหญ่ 200,000 ล้านได้อย่างไร

เมื่อมองภาพรวม ตลาดเครื่องสำอางที่มีมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาทคือสมรภูมิที่โหดเกินกว่าจะแข่งขันด้วยโปรโมชั่นระยะสั้น Fleen Beauty แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ความงามไทยยังมีที่ยืนได้ หากกล้าปรับโครงสร้างหลังบ้าน ลงมือแก้ปัญหาซัพพลายเชนอย่างจริงจัง และไม่หยุดพัฒนานวัตกรรมสินค้าให้สัมพันธ์กับอินไซต์ผู้บริโภค ยอดขายที่ไต่จาก 47 เป็น 96 ล้านบาท และมุ่งหน้าไปสู่เป้า 120 ล้านบาท จึงเป็นผลลัพธ์ของการทำการบ้านอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่โชคช่วย

ในยุคที่ T-Beauty ความนิยม สูงขึ้น ผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์ท้องถิ่นมากกว่าที่เคย Fleen Beauty เลือกใช้จุดแข็งด้านส่วนผสมจากธรรมชาติ เน้นคนผิวบอบบาง ผสานกับกลยุทธ์สินค้าแบบ Hero Product และการขยายรีเทลทั่วประเทศเพื่อดึงลูกค้าหน้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม ถ้าจะสรุปเป็นบทเรียนเดียวสำหรับผู้เล่นเครื่องสำอางรายอื่น นั่นคือ แบรนด์ที่รอดไม่ใช่แบรนด์ที่ดังที่สุด แต่คือแบรนด์ที่จัดระบบหลังบ้านดี สร้างโปรดักต์ที่คนใช้แล้วอยากซื้อซ้ำ และกล้าขยับทุกองค์ประกอบไปพร้อมกันไม่ปล่อยให้จุดไหนอ่อนแรง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!