Trusted Connector คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่ออาเซียนเชื่อมโยงเศรษฐกิจ
บทบาท Trusted Connector คือการเป็นศูนย์กลางที่เชื่อถือได้ในการเชื่อมจุดแข็งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศต่างๆ ในอาเซียนเชื่อมโยงเศรษฐกิจ เข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อให้ภูมิภาคสามารถดึงดูดการลงทุนใหม่ เพิ่มความยืดหยุ่นต่อความผันผวน และกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปยังประเทศสมาชิกผ่านการเชื่อมตลาด พลังงาน ดิจิทัล และแรงงานอย่างเป็นระบบ
มุมมองเชิงนโยบายเริ่มชัดเมื่อดร เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในงาน The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้หัวข้อ Unlocking the New Regional Growth Engine with Thailand’s New Horizon เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เขาชี้ชัดว่าไทยพร้อมจะเป็น Trusted Connector เชื่อมอาเซียน และย้ำว่าความเปิดกว้างยังเป็นหัวใจของการเติบโตในภูมิภาคนี้ การกำหนดบทบาทเช่นนี้ไม่ใช่คำขวัญสวยหรู แต่เป็นการวางหมากให้ภูมิภาคใช้ศักยภาพหลากหลายด้านของตนเองอย่างเป็นระบบ

โลกเปลี่ยน 4 ด้าน กับยุทธศาสตร์ 3 แกน: เสถียรภาพ เปลี่ยนผ่าน ลงทุนอนาคต
การอ้างว่าอาเซียนจะเป็นเพียงตลาดเติบโตอย่างสงบอีกต่อไปเป็นภาพฝันเกินจริง ภูมิรัฐศาสตร์ที่แปรผัน ปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากรล้วนกดดันรูปแบบการค้าและการลงทุนเดิมอย่างรุนแรง ดร เอกนิติอธิบายว่าโลกไม่ได้เดินสู่จุดจบของโลกาภิวัตน์ แต่เข้าสู่ยุคภูมิเศรษฐศาสตร์ ที่การตัดสินใจลงทุนผูกกับความมั่นคงและยุทธศาสตร์มากขึ้น
เขาเสนอกรอบ 3 แกนที่ควรใช้ขับเคลื่อนอาเซียนเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ได้แก่ หนึ่ง สร้างเสถียรภาพวันนี้ เพื่อไม่ให้วิกฤตประเทศหนึ่งลามทั้งภูมิภาค เช่น การร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหารของอาเซียน สอง เร่งเปลี่ยนผ่านทันที ผ่านการเชื่อมระบบที่มีอยู่แล้ว เช่น ASEAN Power Grid และกรอบข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล DEFA สาม ลงทุนเพื่ออนาคตด้วยการลงทุนในคน ยกระดับทักษะและปรับทักษะใหม่ให้แรงงาน แนวคิดนี้สะท้อนว่าไทยผู้นำภูมิภาค ไม่อาจวัดจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าใครเตรียมคนและระบบให้พร้อมรับโลกใหม่ได้ดีกว่า
การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก: แผนที่ 9 ภูมิภาคและเป้าหมายการค้าเสรีอาเซียน
บทบาทไทยผู้นำภูมิภาคไม่ได้ถูกนิยามเฉพาะในเวทีเศรษฐกิจเอกชน ฝั่งการเมืองก็ขยับชัดเจน เมื่อมีการเปิดเผยว่า การพบคณะเอกอัครราชทูต กงสุลต่างประเทศ และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศรวม 76 คน ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เป็นส่วนหนึ่งของการจัดแผนที่การทูตเศรษฐกิจใหม่ ไม่ใช่พิธีการตามมารยาท รัฐบาลใช้การต่างประเทศเป็นเครื่องมือเปิดประตูตลาด เทคโนโลยี และการลงทุน โดยแบ่งโจทย์หารือกับคณะทูตเป็น 9 กลุ่มภูมิภาค เพื่อให้ความสัมพันธ์แต่ละกลุ่มเชื่อมต่อกับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้
ในบริบทการค้าเสรีอาเซียน แนวทางนี้สะท้อนว่าการผลักดัน FTA ไม่ควรเห็นเป็นเพียงการเพิ่มยอดส่งออก แต่เป็นการเพิ่มแต้มต่อให้ไทยในฐานะแพลตฟอร์มผลิตและบริการของภูมิภาค นักลงทุนที่เข้ามาไม่มองแค่ตลาดภายใน แต่เห็นฐานเชื่อมอาเซียน เอเชีย และตลาดพัฒนาแล้ว การเดินหน้าการประชุมสำคัญระดับโลก ทั้งสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ การประชุม Pre COP การเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF World Bank ที่กรุงเทพฯ และการประชุมสุดยอดอาเซียน จะถูกใช้เป็นจังหวะสื่อสารศักยภาพและบทบาท Trusted Connector ต่อสายตาต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
อาเซียนที่แตกต่างแต่ไม่แตกแยก: เชื่อมจุดแข็งเพื่อยกระดับการลงทุนต่างชาติไทย
หัวใจของแนวคิด Trusted Connector คือการยอมรับความหลากหลายของอาเซียน ไม่ใช่พยายามทำให้ทุกประเทศเหมือนกัน ดร เอกนิติชี้ว่าจุดแข็งของภูมิภาคอยู่ที่ความต่างทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และระดับการพัฒนา หากเชื่อมจุดแข็งเหล่านี้เข้าหากัน ความแตกต่างจะกลายเป็นภูมิคุ้มกันร่วมมากกว่าจะเป็นจุดอ่อน ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไทยมีฐานการผลิตแข็งแรง ขณะที่อินโดนีเซียมีทรัพยากรสำคัญสำหรับแบตเตอรี่ และมาเลเซียชำนาญด้านอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อผนวกรวมกัน ทั้งภูมิภาคสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรภายในอาเซียนได้
นอกจากนี้ การเชื่อมโยงด้านพลังงานผ่านโครงการ ASEAN Power Grid ช่วยให้ไฟฟ้าจากพื้นที่ที่มีศักยภาพการผลิตสูงส่งไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการสูงได้ เช่น ตัวอย่างการค้าพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว การเชื่อมระบบชำระเงินดิจิทัลและการใช้ DEFA ยิ่งทำให้การค้า การท่องเที่ยว และบริการดิจิทัลในภูมิภาคลื่นไหลมากขึ้น แนวทางนี้ทำให้การลงทุนต่างชาติไทย ไม่ได้เป็นเพียงการหาที่ตั้งโรงงาน แต่เป็นการเลือกเข้ามาอยู่ในโครงข่ายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงทั้งภูมิภาค
จากนโยบายสู่ความเป็นผู้นำที่จับต้องได้
เมื่อมองภาพรวม แนวทางอาเซียนเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ที่ไทยกำลังผลักดันผ่านบทบาท Trusted Connector มีตรรกะที่น่าสนับสนุน เพราะไม่ได้ตั้งอยู่บนการปิดประเทศหรือเลือกข้าง แต่บนการเปิดกว้างและเพิ่มความยืดหยุ่นร่วมกัน ด้านหนึ่ง ฝ่ายเศรษฐกิจเสนอกรอบชัดเจน 3 เสาหลัก คือ เสถียรภาพวันนี้ เปลี่ยนผ่านทันที และลงทุนเพื่ออนาคต อีกด้าน ฝ่ายการเมืองเดินหน้าการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อดึงไทยกลับเข้าสายตานักลงทุนโลก
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือการแปลงคำประกาศและเวทีประชุมให้กลายเป็นกติกา มาตรการ และโครงการที่ภาคเอกชนและประชาชนรู้สึกได้จริง การเป็นไทยผู้นำภูมิภาค จะไม่มีความหมายหากประชาชนยังรู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่ข้างเวที เฝ้าดูการเชื่อมโลกจากระยะไกล ข้อสรุปที่ควรเน้นคือ ไทยต้องใช้โอกาสนี้เร่งปฏิรูปภายในควบคู่การเชื่อมภายนอก ลงทุนในคน เชื่อมระบบ และเปิดตลาด หากทำได้ บทบาท Trusted Connector จะไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่กลายเป็นตำแหน่งทางเศรษฐกิจที่มีน้ำหนักและต่อรองได้ในระยะยาว






