ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ขนมไทยกลายเป็นคอนเทนต์สังคมออนไลน์ เมื่อของหวานกลายเป็นประสบการณ์ไลฟ์สไตล์

ขนมไทยกลายเป็นคอนเทนต์สังคมออนไลน์ เมื่อของหวานกลายเป็นประสบการณ์ไลฟ์สไตล์
ความสนใจ|ทำอาหาร

จากถาดหน้าวัดสู่หน้าฟีด ขนมไทยสังคมออนไลน์คืออะไร

ขนมไทยสังคมออนไลน์ คือปรากฏการณ์ที่ของหวานดั้งเดิมถูกออกแบบใหม่ให้เหมาะกับการถ่ายรูป แชร์ และเล่าเรื่องบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผสมผสานรสชาติ วัตถุดิบไทย เทคนิคดั้งเดิม เข้ากับการจัดจานสไตล์คาเฟ่สมัยใหม่ บริบทไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การกินแบบใช้เวลา ทำให้ขนมไทยไม่ได้เป็นแค่ของหวานหลังมื้ออาหาร แต่กลายเป็นคอนเทนต์ที่ผู้คนอยากลอง อยากบันทึก และอยากแบ่งปัน

ประเด็นสำคัญคือวันนี้ขนมไทยไม่ได้แข่งกันแค่ความอร่อย แต่ต้องแข่งกันในสนามสายตาและสนามสตอรี่ด้วย ผู้บริโภคยุคโซเชียลไม่ได้ซื้อเพียงอาหาร แต่ซื้อประสบการณ์ที่แชร์ต่อได้ หน้าตาของอาหารจึงกลายเป็นด่านแรกในการชวนให้คนหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย ขนมหนึ่งจานจึงถูกคาดหวังให้ทำงานพร้อมกันสามอย่าง คือ ต้องอร่อย ต้องเล่าเรื่องได้ และต้องสร้างภาพจำได้ หากทำครบ ขนมไทยก็ไม่หยุดอยู่บนโต๊ะ แต่เดินทางต่อในโลกออนไลน์ในฐานะขนมไทยคอนเทนต์

ขนมไทยกลายเป็นคอนเทนต์สังคมออนไลน์ เมื่อของหวานกลายเป็นประสบการณ์ไลฟ์สไตล์

WAAN ANYA และขนมไทยดีไซน์ใหม่ที่คนอยากถ่าย อยากชิม อยากแชร์

หากอยากเห็นภาพว่าขนมไทยดีไซน์ใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร WAAN ANYA Thai Dessert Bar ในย่านพระนครคือตัวอย่างที่ชัดเจน การเปิดตัวของที่นี่ซึ่งบริหารและสร้างสรรค์โดยคุณหน่อง วรัญญา ทิพยภัณฑ์ สะท้อนว่า ขนมไทยกำลังถูกยกระดับให้เป็นทั้งสินค้า ประสบการณ์ และเครื่องมือเล่าเรื่องวัฒนธรรมในเวลาเดียวกัน ท่าทีของแบรนด์ไม่ได้พยายามลบอัตลักษณ์เดิมทิ้ง แต่หยิบรสชาติ วัตถุดิบ และเรื่องราวมาจัดวางใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมคนยุคนี้

กลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการใช้ภาษาที่คนคุ้นเคยอย่างไอศกรีม เค้ก Dessert Plating และ Afternoon Tea แล้วค่อยซ่อนตัวตนไทยไว้ข้างใน เมนูไอศกรีมรสแตงโมปลาแห้ง ต้มยำ หรือข้าวเหนียวมะม่วง ทำให้ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวรู้สึกคุ้นและแปลกในเวลาเดียวกัน นี่คือการสร้าง Taste Memory แบบใหม่ เมื่อคนถ่ายรูปลงโซเชียล เขาไม่ได้แชร์แค่รูปสวย แต่แชร์ประสบการณ์ชิมของหวานไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน

ขนมไทยกลายเป็นคอนเทนต์สังคมออนไลน์ เมื่อของหวานกลายเป็นประสบการณ์ไลฟ์สไตล์

ดีไซน์ การจัดจาน และ Afternoon Tea แบบไทย เมื่อของหวานกลายเป็นประสบการณ์

ในตลาดขนมยุคนี้ การจัดจานและการออกแบบประสบการณ์แทบจะสำคัญพอๆ กับสูตรขนม WAAN ANYA เลือกปรับ Presentation ของขนมอย่างขนมชั้นหญ้าหวานรูปดอกกุหลาบ ขนมมันอัญญา ถั่วแปบเสวย วุ้นดอกไม้ และทองม้วนสดใบเตย ให้เข้ากับสายตาคนยุคโซเชียล ขณะที่ยังรักษาเทคนิคและกลิ่นอายดั้งเดิมไว้ ขนมไทยดีไซน์ใหม่จึงไม่ใช่การแต่งหน้าขนมให้สวยอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบให้ทุกองค์ประกอบเล่าเรื่องได้

อีกมิติหนึ่งคือการดัดแปลง Afternoon Tea ให้กลายเป็นประสบการณ์แบบไทย ผ่านเซ็ตศรีนครพิงค์และศรีรามเทพนคร ซึ่งทำหน้าที่เป็นภาษากลางที่คนทั่วโลกเข้าใจ แล้วจึงใส่เนื้อหาไทยเข้าไป ผลลัพธ์คือกิจกรรมกินขนมกลายเป็นช่วงเวลาใช้ชีวิตร่วมกันในเมืองเก่า เดินวัดเสร็จ แวะพักที่ Dessert Bar ถ่ายภาพสถาปัตยกรรม ต่อด้วยถ่ายภาพขนมไทยคอนเทนต์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ของหวานไลฟ์สไตล์มีบทบาทในเศรษฐกิจเมืองและเศรษฐกิจสร้างสรรค์มากกว่าที่เคย

ขนมไทยกลายเป็นคอนเทนต์สังคมออนไลน์ เมื่อของหวานกลายเป็นประสบการณ์ไลฟ์สไตล์

Kanomthai Exchange เมื่อการแลกขนมกลายเป็นการสร้างคอมมูนิตี้

อีกด้านที่น่าสนใจของขนมไทยสังคมออนไลน์คือการออกจากหน้าจอมาสร้างชุมชนในโลกจริง งาน Kanomthai Exchange ที่ Haus of Thura ใกล้สถานี MRT บางไผ่ ในวันที่ 31 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายน เวลา 15.00 ถึง 18.00 น. เปิดพื้นที่ให้คนรักขนมไทยมาพบกันด้วยกติกาง่ายๆ คือพกขนมไทยชิ้นโปรดมาแลกกัน พร้อมเล่าเรื่องราวเบื้องหลัง ราคาบัตรอยู่ที่ 550 บาทต่อวัน และเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

สิ่งที่ทำให้อีเวนต์นี้สำคัญไม่ใช่แค่ขนมที่อยู่บนโต๊ะ แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ขนมไทยได้เปล่งประกายในทุกมิติแบบไร้กฎตายตัว ตั้งแต่รสชาติคลาสสิก การผสมวัตถุดิบสากล ไปจนถึงการดัดแปลงรูปลักษณ์ในแบบที่คาดไม่ถึง ผู้เข้าร่วมไม่ได้เสพแค่ความหวาน แต่ได้แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจและสร้างคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่อบอุ่น ใครเป็นสายหวานที่หลงเสน่ห์ขนมไทยและกำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ การเข้าร่วมงานแบบนี้อาจทำให้มุมมองต่อขนมไทยเปลี่ยนไปตลอดกาล

ขนมไทยคอนเทนต์ในฐานะ Soft Power และโอกาสของของหวานไลฟ์สไตล์

เมื่อมองภาพรวม สิ่งที่เกิดขึ้นกับ WAAN ANYA และ Kanomthai Exchange ชี้ให้เห็นว่าขนมไทยกำลังกลายเป็น Soft Power รูปแบบใหม่ ปัญหาไม่ใช่ว่าเราไม่มีขนมดีหรือเรื่องราวน่าสนใจ แต่คือเราทำให้คนที่ไม่รู้จักอยากลองได้หรือยัง ขนมไทยยุคใหม่จึงถูกเสนอให้เดินอยู่บนสี่เสาหลักคือ Authenticity Accessibility Aesthetics และ Storytelling หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ขนมไทยสังคมออนไลน์จะยากที่จะแข่งขันและยากที่จะเติบโตเป็นขนมไทยคอนเทนต์ที่มีอิทธิพล

สิ่งที่น่าสนใจคือขนมไทยสามารถเชื่อมไปยังหลายอุตสาหกรรมทั้งอาหาร คาเฟ่ โรงแรม การท่องเที่ยว วัตถุดิบเกษตร ดีไซน์ บรรจุภัณฑ์ ของฝาก คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ขนมไทยอาจไม่ใช่แค่ของหวานท้ายมื้อ แต่กลายเป็นหมวดหนึ่งของการส่งออกไลฟ์สไตล์ได้ จุดจบของเรื่องนี้จึงไม่ใช่คำถามว่าใครทำขนมอร่อยที่สุด แต่คือคำถามที่สำคัญกว่า ว่าเราจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่และผู้คนจากทั่วโลกอยากรู้จัก อยากถ่าย อยากแชร์ และอยากกลับมากินขนมไทยอีกครั้ง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!