ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตื่นแล้วคว้ามือถือทันที นิสัยเล็กที่ทำลายการนอนและเพิ่มความเครียด

ตื่นแล้วคว้ามือถือทันที นิสัยเล็กที่ทำลายการนอนและเพิ่มความเครียด
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

นิสัยใช้มือถือตอนเช้า คืออะไร และทำไมจึงเป็นปัญหาจริงจัง

นิสัยใช้มือถือตอนเช้า คือพฤติกรรมที่เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กแจ้งเตือน โซเชียล หรืออีเมลทันทีที่ลืมตาตื่น โดยที่สมองและร่างกายยังไม่ตื่นเต็มที่ พฤติกรรมนี้ทำให้ระบบประสาทต้องรับข้อมูลจำนวนมากในช่วงเวลาที่ควรเป็นการปรับจากโหมดหลับสู่โหมดตื่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงเป็นนิสัยที่รบกวนสมดุลฮอร์โมน ความดัน และอารมณ์ในช่วงเริ่มต้นของวัน และส่งผลย้อนกลับไปทำลายการนอนหลับที่ดีในคืนถัดไป

หลายคนคิดว่าตื่นมาเช็กมือถือคือการเริ่มวันแบบขยัน แต่ข้อเท็จจริงคือเรากำลังยอมให้คนอื่นและข้อมูลจากโลกออนไลน์กำหนดโทนของทั้งวันแทนตัวเราเอง แบบสำรวจหนึ่งพบว่าถึง 85 เปอร์เซ็นต์ของคนหยิบมือถือภายใน 10 นาทีแรกหลังตื่นนอน ซึ่งหมายความว่าคนส่วนใหญ่เริ่มวันด้วยโหมดตอบสนอง ไม่ใช่โหมดตั้งเจตนา ผลคือความเครียดจากโทรศัพท์ค่อยๆ กลายเป็นสภาพปกติที่เราแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังสะสม

ตื่นแล้วคว้ามือถือทันที นิสัยเล็กที่ทำลายการนอนและเพิ่มความเครียด

เมื่อฮอร์โมนตื่น สู้กับแจ้งเตือน: คอร์ติซอล สมอง และความเครียดจากโทรศัพท์

ทันทีที่เราตื่น ระดับคอร์ติซอลจะสูงขึ้นตามธรรมชาติในช่วงประมาณสามสิบนาทีหลังตื่น เพื่อช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมดตื่นตัวอย่างเป็นจังหวะ แต่เมื่อเราเปิดโทรศัพท์ รับข่าวสาร อีเมลงาน หรือโซเชียลในช่วงหน้าต่างเวลานี้ สมองจะได้รับสิ่งกระตุ้นด้านการเปรียบเทียบ ความเร่งด่วน และปัญหาต่างๆ ทำให้การหลั่งคอร์ติซอลพุ่งสูงเกินที่ควร เป็นการบิดจังหวะฮอร์โมนประจำวัน และผลักระบบประสาทเข้าสู่โหมดเครียดตั้งแต่ยังไม่ทันลุกจากเตียง

คำว่า เมื่อตื่นมาแล้วเปิดมือถือ เรากำลังยกการควบคุมความสนใจของตัวเองไปให้คนที่ส่งข้อความมาคืนก่อน เป็นคำอธิบายที่ตรงมาก เพราะแจ้งเตือนแต่ละอันคือการแย่งสมาธิจากสิ่งที่ร่างกายควรทำคือค่อยๆ ตื่นอย่างสงบ ยิ่งไปกว่านั้น สมองส่วนหน้าที่ดูแลการวางแผนและสมาธิยังไม่ทำงานเต็มที่ แต่เรากลับไปกระตุ้นระบบลิมบิกซึ่งเกี่ยวกับอารมณ์และการสแกนภัยคุกคาม ส่งผลให้ทั้งวันเราเหมือนอยู่ในโหมดลนลาน หงุดหงิดง่าย และหมดพลังสมาธิในช่วงที่ควรใช้ทำงานสำคัญ

ตื่นแล้วคว้ามือถือทันที นิสัยเล็กที่ทำลายการนอนและเพิ่มความเครียด

เช็กมือถือก่อนล้างหน้า ทำลายความสมาธิในเช้าและการนอนหลับที่ดี

คนจำนวนมากหลงคิดว่าเช็กอีเมล โซเชียล หรือข่าวตั้งแต่บนเตียงคือการ เริ่มวันแบบมีประสิทธิภาพ ทั้งที่ความจริงคือเรากำลังสร้างภาวะล้นข้อมูลให้สมองในขณะที่มันยังไม่พร้อมรับข้อมูลหนัก แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชก็ชี้ว่าการเติมข่าว การเปรียบเทียบในโซเชียล และแจ้งเตือนเข้าไปในช่วงเวลานี้จะขยายปฏิกิริยาความเครียดก่อนที่สมองส่วนหน้าจะพร้อมทำงานเต็มที่ ผลคือเช้าๆ เราอยู่ในโหมดตอบสนองต่อสิ่งเร้า ไม่ใช่โหมดเลือกสิ่งสำคัญที่อยากทำ

ผลต่อเนื่องจากนิสัยใช้มือถือตอนเช้า คือความสมาธิในเช้าหายไป สมองต้องอยู่ในโหมดสแกนแจ้งเตือนทั้งวัน ทำให้การโฟกัสลึกกับงานหรือการเรียนยากขึ้น เมื่อถึงเวลากลางคืน ระบบประสาทที่ถูกกระตุ้นตั้งแต่เช้าก็ยากจะผ่อนคลาย นอนหลับช้าลง คุณภาพการนอนหลับที่ดีจึงถูกบั่นทอนแบบสะสม สิ่งที่น่ากังวลคือพฤติกรรมนี้พบได้ทุกช่วงวัย ทั้งกลุ่มวัยทำงานและคนอายุ 40 50 60 ปีขึ้นไปที่ต้องการดูแลสุขภาพและพลังงานในแต่ละวัน

เช้าสงบแบบอนาล็อก: เคล็ดลับตื่นนอนโดยไม่ใช้หน้าจอ

หากเรายังเริ่มวันบนหน้าจอ สมองจะไม่มีโอกาสได้รู้สึกว่าเช้าเป็นช่วงเวลาส่วนตัว แนวคิดที่เรียกว่าอนาล็อกเวลเนส คือการใส่กิจกรรมดูแลตัวเองที่ไม่ต้องใช้หน้าจอ เช่น การจดบันทึก เดินช้าๆ ยืดเหยียด หรือชงกาแฟโดยไม่จับโทรศัพท์ ฟังดูธรรมดาแต่เป็นการดึงเราออกจากโลกดิจิทัลสักพัก ให้ระบบประสาทรับรู้ว่าช่วงเช้าคือเวลาสงบ ไม่ใช่เวลาวุ่นวาย

ในทางปฏิบัติ คุณอาจเริ่มจากเคล็ดลับตื่นนอนง่ายๆ เช่น วางมือถือให้ห่างเตียง ใช้นาฬิกาปลุกแยก ตั้งกฎกับตัวเองว่า ห้ามเปิดโซเชียลก่อนล้างหน้าและดื่มน้ำ เตรียมกิจกรรมแทนที่การไถฟีด เช่น เปิดม่านรับแสง ยืดตัวสองนาที หรือฟังเพลงเบาๆ และลองลบการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น เพื่อลดแรงดึงดูดจากโทรศัพท์ การใช้โหมดโฟกัสหรือจำกัดเวลาใช้งานแอปในตอนเช้า จะช่วยให้คุณค่อยๆ เปลี่ยนนิสัยได้โดยไม่ต้องพยายามหักดิบ

เลื่อนเวลาแตะหน้าจอ 15 นาที เปลี่ยนทั้งอารมณ์ สมาธิ และการหลับ

ข่าวดีคือเราไม่จำเป็นต้องเลิกใช้โทรศัพท์ตอนเช้าไปเลย เพียงเลื่อนเวลาแตะหน้าจอออกไป 15 ถึง 30 นาที ให้สมองมีโอกาสตื่นและตั้งหลักก่อน งานวิจัยด้านพฤติกรรมการนอนเสนอสูตรดูแลสุขภาพการนอนรูปแบบต่างๆ ที่เน้นหลักการเดียวกันคือจัดระเบียบพฤติกรรมก่อนนอนและหลังตื่นให้อยู่ในกรอบที่จำง่าย เพื่อรองรับการหลับและตื่นที่มีคุณภาพ เมื่อเช้าถูกออกแบบให้กระตุ้นน้อยลง สมองส่วนหน้าจะมีพื้นที่ตื่นอย่างเต็มที่และรองรับความสมาธิในเช้าได้ดีขึ้น

ทางปฏิบัติที่ทำได้ทันทีคือกำหนดลำดับเช้าแบบง่าย ตื่น ลุกจากเตียง เข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำ ยืดเหยียดหรือทำสมาธิสั้นๆ แล้วค่อยอนุญาตให้ตัวเองใช้มือถือเป็นรางวัล 10 นาที การเปลี่ยนลำดับนี้ทำให้สมองเชื่อมโยงว่าต้องทำกิจกรรมอนาล็อกก่อนถึงจะได้แตะหน้าจอ เมื่อทำซ้ำทุกวัน ความเครียดจากโทรศัพท์ในตอนเช้าจะลดลง อารมณ์นิ่งขึ้น สมาธิทำงานดีขึ้น และร่างกายส่งสัญญาณง่วงตามธรรมชาติในตอนค่ำ ส่งเสริมการนอนหลับที่ดีโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมแพงๆ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!