โซโล่เดบิวต์ที่ชัดเจนว่า ปลั๊กกี้อยากเป็นอะไรมากกว่าสมาชิกวง
ปลั๊กกี้ PERSES โซโล่ ในเพลง Wanna Taste ใจละลาย คือโปรเจกต์เดี่ยวของปลั๊กกี้ ธรากร คำสิงห์ สมาชิกวง PERSES ที่หยิบเพลงใจละลายของ ZAZA มาตีความใหม่ให้กลายเป็นเวอร์ชันป๊อปสุดเซ็กซี่แบบ Afro‑Pop เน้นกรูฟยั่วยวนและพลังการเต้น ก่อนผสานเสียงร้องร่วมกับ Jay of Dice เพื่อสร้างภาพลักษณ์ศิลปินที่โตขึ้นและเป็นตัวเองมากขึ้นในฐานะ Performer สายเต้นที่กล้าออกจากกรอบเดิมของวง การมาถึงของ PLUGGY x JAY OF DICE – Wanna Taste ใจละลาย จึงไม่ใช่แค่การทำคัฟเวอร์เพลงฮิต แต่คือคำประกาศจุดยืนใหม่ของปลั๊กกี้ว่าเขาพร้อมเดินเกมศิลปินเดี่ยวอย่างจริงจัง ในโปรเจกต์นี้เขาลงไปมีส่วนร่วมแทบทุกขั้นตอนตั้งแต่การวางคอนเซปต์ ทิศทางโชว์ ออกแบบท่าเต้น ไปจนถึงการทำเพลงร่วมกับทีมงาน แสดงให้เห็นว่านี่คือผลงานที่ตั้งใจใช้เป็นสนามพิสูจน์ตัวตนทางดนตรีมากกว่าการปล่อยงานตามสูตรเดิมของวง

จากใจละลายของ ZAZA สู่ Afro‑Pop สุดเร่าร้อนในแบบปลั๊กกี้
หัวใจของโปรเจกต์นี้อยู่ที่การกล้าพลิกโฉมเพลงใจละลายของ ZAZA ให้กลายเป็น Afro‑Pop ที่เน้นจังหวะและกรูฟเซ็กซี่ยั่วยวนมากกว่าความใส ๆ ดั้งเดิม เมื่อ Senji จากวง Paper Planes รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ เขาและปลั๊กกี้ตั้งใจเติมโทนเสียงที่มีความซน ขี้เล่น และฟังสนุกตลอดทั้งเพลง ก่อนจะผสานเสียงร้องของทั้งสองศิลปินเข้าด้วยกันอย่างลงตัว มิติใหม่ของ Wanna Taste ใจละลาย จึงคือความกล้าที่จะทำให้เพลงคัฟเวอร์ไม่ใช่แค่การร้องใหม่ แต่เป็นการตีความด้วยรสนิยมทางดนตรีของศิลปินรุ่นใหม่ บีต Afro‑Pop ทำให้ซาวนด์จัดจ้านและมีพลังเต้นสูงกว่างานส่วนใหญ่ของ PERSES ที่มักเน้นความเป็นบอยแบนด์ป๊อปสมัยใหม่ การเลือกทิศทางนี้คือการประกาศว่าปลั๊กกี้ไม่อยากยึดติดกับภาพจำเดิมของวง และพร้อมพาผู้ฟังไปอยู่ในพื้นที่ที่ดุเดือด เร่าร้อน และกล้าลองของมากขึ้น

เคมี PLUGGY x JAY OF DICE จุดไฟความเซ็กซี่ให้แรงขึ้นอีกขั้น
Jay of Dice collaboration ไม่ได้มาแค่เป็นแขกพิเศษ แต่คือเสาหลักอีกด้านที่ทำให้โซโล่เดบิวต์ของปลั๊กกี้ยืนได้อย่างมั่นใจ ปลั๊กกี้เป็นคนเลือก Jay มาร่วมงานด้วยตัวเอง เพื่อเติมเต็มทั้งด้านเสียงร้องและเพิ่มความเซ็กซี่ให้เพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวที เคมีของทั้งคู่ถูกบรรยายว่า “ร้อนแรงจนไม่อาจต้านทานได้” และตั้งใจจะทำให้แฟน ๆ นั่งไม่ติดเก้าอี้เมื่อเพลงนี้เริ่มเล่น การบันทึกเสียงของทั้งคู่ก็สะท้อนความเป็นคอลแลบที่จริงจัง ไม่ใช่งานรับเชิญผ่าน ๆ ทั้งปลั๊กกี้และ Jay เตรียมตัวมาอย่างเต็มที่พร้อมแลกเปลี่ยนไอเดียกับโปรดิวเซอร์ตลอดกระบวนการ ทำให้กระบวนการสร้างเพลงเต็มไปด้วยการทดลองสิ่งใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน นี่จึงไม่ใช่คอลแลบที่ใช้ชื่อเรียกความสนใจ แต่เป็นการสร้างทีมศิลปินที่คุ้นเคยกันในระดับเคมีบนเวที ซึ่งส่งผลตรงต่อความลื่นไหลของการร้อง การเต้น และภาพรวมความเซ็กซี่ที่เพลงต้องการจะสื่อ
UNCENSORED SOLO PROJECT พื้นที่ที่ทำให้ตัวตนปลั๊กกี้โตขึ้น
โซโล่เดบิวต์ครั้งนี้เกิดขึ้นในกรอบใหญ่ที่เรียกว่า PERSES UNCENSORED SOLO PROJECT ซึ่งตั้งใจเปิดพื้นที่ให้สมาชิกแต่ละคนหยิบความถนัดและสิ่งที่อยากทดลองมาสร้างสรรค์ผลงานในแบบของตัวเอง สำหรับปลั๊กกี้ โปรเจกต์นี้คือใบอนุญาตให้เขาขยับจากภาพจำ Performer สายเต้นที่แข็งแรง สู่คนที่ “ลองเล่นกับใจ” ด้วยเสน่ห์ ความเซ็กซี่ และสไตล์ของตัวเองในมุมที่โตขึ้นและเป็นตัวเองมากขึ้น ความน่าสนใจคือ แม้เขาออกนอกกรอบเดิมของวง แต่ผลงานนี้ยังสะท้อนศักยภาพและรสนิยมทางดนตรีของปลั๊กกี้ในฐานะศิลปินอย่างชัดเจน เหมือนเขากำลังบอกแฟน ๆ ว่า ต่อให้ไม่มีเพื่อนร่วมวงอยู่ข้าง ๆ เขาก็สามารถแบกเวทีและคอนเซปต์เซ็กซี่จัดเต็มได้ด้วยตัวเอง พร้อมผลักดันตัวเองไปอยู่ในเทรนด์ป๊อปที่กล้าพูดเรื่องความปรารถนาและแรงดึงดูดระหว่างคนอย่างเปิดเผยมากขึ้น
จากปลั๊กกี้สู่เพอร์เซสทั้งวง ก้าวต่อไปจะร้อนแรงแค่ไหน
เมื่อปลั๊กกี้ ธรากร คำสิงห์ ใช้ Wanna Taste ใจละลาย เป็นจุดตั้งต้นในการสร้างภาพศิลปินเดี่ยวที่ชัดเจน แฟน ๆ ก็เริ่มเห็นทิศทางใหม่ของ PERSES ว่าพร้อมปล่อยให้สมาชิกแต่ละคนเดินเกมความเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ UNCENSORED SOLO PROJECT ถูกออกแบบให้เป็นลู่วิ่งส่วนตัวของแต่ละคน และมีการยืนยันแล้วว่าเราจะได้เห็นผลงานโซโล่ของกฤตินตามมาในเร็ว ๆ นี้ จุดยืนที่น่าสนใจคือ การปล่อยให้สมาชิก “ไม่เซ็นเซอร์” ตัวเองทางดนตรีอาจทำให้ภาพรวมของวงหลากหลายและซับซ้อนขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ช่วยยืนยันว่าพวกเขาเป็นศิลปินที่ไม่ได้ผูกชีวิตกับสูตรบอยแบนด์รูปแบบเดียว ก้าวต่อไปของปลั๊กกี้ PERSES โซโล่ จึงอาจกลายเป็นแรงกดดันเล็ก ๆ ให้โปรเจกต์เดี่ยวของสมาชิกคนอื่นต้องกล้าทดลองและขยับขอบเขตตัวตนของตัวเองให้ไกลขึ้นไปอีก






