นิยามใหม่ของเรือนร่างในยุคอัลกอริทึมแฟชั่น
อัลกอริทึมแฟชั่นคือชุดกฎเชิงข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ที่คัดเลือก จัดลำดับ และเพิ่มการมองเห็นภาพเรือนร่างบนหน้าจอ ตั้งแต่ฟีดโซเชียลมีเดียไปจนถึงแคมเปญแฟชั่น และรันเวย์ออนไลน์ ส่งผลให้แบบร่างที่ “ทำงานได้ดี” ตามตรรกะของระบบถูกยกเป็นมาตรฐานความงาม ขณะที่เรือนร่างอื่นถูกผลักให้ล่องหน ความหลากหลายทางร่างกายจึงไม่ใช่เรื่องของอุดมการณ์อย่างเดียวอีกต่อไป แต่ผูกกับการออกแบบอัลกอริทึมและการวัดผลเชิงธุรกิจอย่างแนบแน่น มุมสำคัญที่ต้องกล้าพูดคือ แฟชั่นไม่ได้เริ่มกีดกันเรือนร่างในยุค AI แต่วันนี้มันมีแรงจูงใจเชิงเทคโนโลยีให้โน้มเข้าหามาตรฐานรูปร่างแบบเดียวมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับสิ่งที่ระบบสามารถอ่านและจัดหมวดหมู่ได้เร็วระหว่างที่เรากำลังเลื่อนฟีด นั่นทำให้ขอบเขตของเรือนร่างที่ถูกมองว่าน่าปรารถนาหดแคบลงอย่างต่อเนื่อง

เมื่อฟีดและแคมเปญถูกออกแบบให้รักความผอมมากกว่าคนจริง
คำถามคือ AI เข้ามาทำให้แฟชั่นเปิดกว้างขึ้นหรือปิดประตูแน่นกว่าเดิม ตัวอย่างจากแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเคยถูกตั้งข้อสังเกตว่าลดการมองเห็นเรือนร่างพลัสไซส์ในช่วงหลังเปิดตัวทั่วโลกได้ไม่นาน นี่ไม่ใช่เพราะอัลกอริทึมสร้างค่านิยมใหม่เอง แต่เพราะมันดึงอคติเดิมมาสร้างเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ยิ่งภาพผอมขาวทำผลงานได้ดี ระบบก็ยิ่งผลักภาพแบบเดิมขึ้นไปอีกชั้น ในฝั่งภาพปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด การใช้ร่างกายเสมือนในแคมเปญแฟชั่นจำนวนมากถูกวิจารณ์ว่าเสริมอุดมคติความสมบูรณ์แบบที่ไกลจากมนุษย์จริง และกันเรือนร่างของคนทำงานแฟชั่นออกไปจากโจทย์สร้างสรรค์ ผลสำรวจหนึ่งระบุว่า 78% ของผู้ตอบคาดว่าภาพ AI จะตอกย้ำมาตรฐานรูปร่างเดิม ขณะที่มีเพียง 5% เชื่อว่าจะเพิ่มความหลากหลายทางร่างกาย คำพูดชุดนี้ควรถูกจดจำในฐานะคำเตือนมากกว่าตัวเลขประกอบรายงาน

การตัดเลือกนักแบบและแรงต้านจากวงในแฟชั่น
แม้อัลกอริทึมแฟชั่นกำลังบีบมาตรฐานเรือนร่างให้แคบลง แต่ในสนามจริงของการตัดเลือกนักแบบกลับมีคนจำนวนหนึ่งที่กำลังต้านกระแส Chloe Rosolek ผู้ก่อตั้งบริษัทแคสต์ที่อยู่เบื้องหลังรันเวย์และแคมเปญที่เปิดรับเรือนร่างหลากหลาย ร่วมงานกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลง เธอเล่าว่าในช่วงหนึ่งระหว่างปี 2016 ถึง 2021 หุ่นเคิร์ฟและเรือนร่างหลากหลายดูเหมือนจะได้รับพื้นที่บนรันเวย์และแคมเปญเพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง จนถึงจุดสูงสุดในปี 2020 ก่อนที่แรงกดดันจากกระแสยาลดน้ำหนักจะฉุดแฟชั่นกลับไปสู่ค่านิยมผอมสุดขั้วอีกครั้ง ความหวังของเธอจึงไม่ได้ฝากไว้กับเทรนด์บนฟีด แต่กับดีไซเนอร์ที่ยืนยันจะจัดลุคให้หุ่นที่ไม่ใช่ไซซ์ตัวอย่าง และผู้กำกับการแคสต์ที่กล้าถามคำถามยากๆ ตั้งแต่ต้นทางของบรีฟ นี่คือการต่อรองกับระบบอัลกอริทึมด้วยการเปลี่ยนภาพที่ป้อนเข้าไปตั้งแต่ระดับรันเวย์

วัสดุ นวัตกรรม และการออกแบบเรือนร่างให้หลุดจากภาพสองมิติ
อีกแนวรบหนึ่งอยู่ในห้องทดลองวัสดุ Esmay Wagemans ศิลปินและนักวิจัยด้านวัสดุจากอัมสเตอร์ดัม ทำงานบนจุดตัดของแฟชั่น เทคโนโลยี และเรือนร่าง โดยหล่อซิลิโคน เรซิน และวัสดุคอมโพสิตให้กลายเป็นงานสวมใส่ที่ตั้งคำถามว่า ร่างกายคืออะไรกันแน่ ซึ่งตั้งอยู่บนแนวคิดสตรีนิยมและหลังมนุษยนิยม เธอมองว่าร่างกายไม่ใช่ภาพสมบูรณ์แบบ แต่เป็นสิ่งชั่วคราวที่บรรจุความทรงจำ ความกลัว และการเมืองไว้พร้อมกัน แนวปฏิบัติของเธอเริ่มจากการสแกนร่างกายนางแบบแบบสามมิติ แล้วออกแบบบนรูปทรงจริงของแต่ละคน เพื่อเป็น “ยาแก้ภาพสองมิติ” ที่อัลกอริทึมถนัดอ่าน นี่คือจุดที่นวัตกรรมวัสดุและการออกแบบเชิงอัลกอริทึมมาบรรจบกันในฐานะเครื่องมือท้าทายการคัดกรองเรือนร่างแบบเก่า แทนที่เราจะบีบให้ร่างกายพอดีกับหน้าจอ เธอกลับทำให้แฟชั่นต้องขยายพื้นที่ออกแบบเพื่อรองรับร่างกายเต็มมิติ

อนาคตของความหลากหลายทางร่างกายในแฟชั่นและเทคโนโลยี
ท่ามกลางตัวเลขที่ชี้ว่า 47% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่า AI จะปรับเรือนร่างให้เหมาะกับประสิทธิภาพตามอัลกอริทึมล้วนๆ และอีก 31% เห็นว่ามันจะเพียงขยายอุดมคติเดิมให้ชัดขึ้น เราต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นกลาง รายงานอุตสาหกรรมหนึ่งยังระบุว่าจำนวนผู้บริโภคที่มองภาพ AI เป็น “ตัวแปรเปลี่ยนเกมในทางลบ” เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านับตั้งแต่ปี 2023 นั่นสะท้อนความไม่ไว้วางใจที่เติบโตตามการใช้ภาพเสมือนในแฟชั่น แต่ในอีกด้าน การทำงานของ Rosolek ในการตัดเลือกนักแบบ และการทดลองวัสดุของ Wagemans แสดงให้เห็นว่า แฟชั่นและเทคโนโลยีสามารถเป็นพื้นที่ต่อรองอำนาจเหนือเรือนร่างได้ หากผู้กำกับการแคสต์ นักวิจัย และดีไซเนอร์ตั้งใจออกแบบอัลกอริทึมแฟชั่นให้รับใช้ความหลากหลายทางร่างกาย แทนที่จะใช้มันเพื่อกีดกัน ใครก็ตามที่อยู่ในวงการมีทางเลือกระหว่างการปล่อยให้ฟีดตัดสินเรือนร่าง หรือร่วมกันออกแบบฟีดใหม่ให้เห็นคนมากกว่าความผอม







