ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ รีโนเวตห้างสรรพสินค้าแข่งแย่งลูกค้าลักชัวรี

ศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ รีโนเวตห้างสรรพสินค้าแข่งแย่งลูกค้าลักชัวรี
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

จากห้างช้อปปิ้งสู่เดสติเนชันแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

การรีโนเวตห้างสรรพสินค้าและการสร้างศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ในเมือง คือกลยุทธ์ที่รีเทลรายใหญ่ใช้เปลี่ยนพื้นที่ช้อปปิ้งให้กลายเป็นเดสติเนชันไลฟ์สไตล์ครบวงจร เน้นเพิ่มจำนวนแบรนด์ ความหนาแน่นของแฟชั่น และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าครอบครัวฐานะดีและคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงให้กลับมาใช้เวลายาวนานในพื้นที่เดียว แทนที่จะกระจายตัวไปตามร้านเล็กหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ แกนกลางของเทรนด์นี้เห็นชัดในย่านบางนา เมื่อผู้พัฒนาศูนย์การค้าปรับเซ็นทรัล บางนาให้เป็นมิกซ์ยูสแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด Living Gallery พร้อมรีโนเวตทั้งศูนย์ให้มีบรรยากาศ Premium Vibe รองรับกลุ่ม Wealthy Families, Family และคนรุ่นใหม่ พื้นที่ GBA 330,000 ตร.ม.ถูกอัดแบรนด์ใหม่ต่อเนื่องกว่า 300 แบรนด์ และวางแผนจัดอีเวนต์ 200 งานตลอดปีเพื่อดันทราฟฟิกให้แตะ 45,000-50,000 คนต่อวัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า วันนี้การช้อปปิ้งในเมืองไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่คือการออกไปใช้ชีวิตในศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์

ศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ รีโนเวตห้างสรรพสินค้าแข่งแย่งลูกค้าลักชัวรี

เซ็นทรัล บางนา โตด้วยแบรนด์หนาแน่นและแฟลกชิปสโตร์แฟชั่น

การรีโนเวตเซ็นทรัล บางนาไม่ได้เป็นเพียงการทาสีใหม่ แต่คือการยกระดับทั้งผังแบรนด์และคอนเซ็ปต์ให้ศูนย์นี้กลายเป็นแม่เหล็กดึงกำลังซื้อระดับบนของฝั่งตะวันออกเมืองหลวง ผู้พัฒนาศูนย์การค้ามองว่าพื้นที่รอบบางนาเป็น High Quality Catchment Area รายล้อมด้วยที่อยู่อาศัยระดับ Premium ถึง Luxury Residences และโรงเรียนนานาชาติระดับ Top-tier จึงเลือกตอบโจทย์ผ่านการคัดแฟชั่น Accessible Luxury, Upper Lifestyle และ Food Destination ชั้นนำเข้ามารวมกว่า 300 แบรนด์ในที่เดียว หัวใจอีกข้อคือการเตรียมห้างสรรพสินค้าในมาตรฐานแฟลกชิปสโตร์แฟชั่น ที่ทยอยปรับโฉมและจะเปิดเต็มรูปแบบในปี 2570 ประโยคที่ควรจดคือ “เซ็นทรัล บางนา ติด Top 5 ศูนย์การค้าที่มีลูกค้า Wealthy Families สูงกว่า 85% ที่มี Spending Power ในแบรนด์ระดับ Luxury” ตามข้อมูล The1 นี่คือฐานลูกค้าที่ห้างทุกแห่งอยากได้ และการรีโนเวตรอบนี้จึงออกแบบทุกอย่างให้กลุ่มครอบครัวฐานะดีรู้สึกว่าเดินที่นี่แห่งเดียวจบทั้งแฟชั่น อาหาร และเอ็นเตอร์เทนเมนต์

ศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ รีโนเวตห้างสรรพสินค้าแข่งแย่งลูกค้าลักชัวรี

มัลติแบรนด์คอนเซ็ปต์และแฟลกชิปสโตร์แฟชั่น เปลี่ยนห้างให้เป็นคอมมูนิตี้

ถ้าห้างสมัยก่อนชนะด้วยการมีแบรนด์เยอะ วันนี้การแข่งขันย้ายมาอยู่ที่การจัดประสบการณ์ให้ลูกค้า มัลติแบรนด์คอนเซ็ปต์อย่าง Comma And และแฟลกชิปสโตร์แฟชั่นของ Jelly Bunny จึงกลายเป็นหมากสำคัญในศึกแย่งทราฟฟิกเมืองศูนย์กลาง Comma And ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ใจกลางเมือง รวมกว่า 70 แบรนด์จากไทยดีไซเนอร์รุ่นใหม่และสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหมวดหมู่ ตั้งแต่แฟชั่น แก็ตเจ็ต ไปจนบิวตี้ โซนนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายของ แต่มี Art Exhibition ของศิลปินเจนใหม่ และ free space workshop ที่หมุนเวียนกิจกรรมตลอดปี พร้อมเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลกชั่นและไอเท็มพิเศษที่มีเฉพาะที่นี่ ขณะที่ Jelly Bunny เลือกเปิดแฟลกชิปสโตร์ 2 ชั้นที่สยามสแควร์ซอย 2 สร้างคอมมูนิตี้ #JBfriends ผ่านสถาปัตยกรรมเส้นโค้ง รูปทรงอิสระ และโทน Signature Pastel Purple ที่เข้าถึงง่าย พร้อมชั้น Lifestyle & Genderless Space ให้ลูกค้าทดลองสไตล์และตัวตนแบบไม่จำกัด ทั้งสองตัวอย่างชี้ชัดว่า ห้างไม่พอแล้ว ต้องสร้าง “โลก” ให้คนแฟชั่นเข้าไปอยู่นานๆ

ศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ รีโนเวตห้างสรรพสินค้าแข่งแย่งลูกค้าลักชัวรี

อีเวนต์ ศิลปิน และคอลเลกชั่นพิเศษ: อาวุธหนักในการดึงเท้าลูกค้าลงพื้นที่

เมื่อออนไลน์ดึงคนออกจากห้าง รีเทลจึงต้องใช้สิ่งที่หน้าจอให้ไม่ได้ นั่นคือความใกล้ชิดและบรรยากาศสดของอีเวนต์ ในบางนา ผู้พัฒนาเดินเกมด้วยการอัด 200 อีเวนต์ตลอดปี ทั้งงานคนรักของสะสม การ์ดสะสม และกิจกรรมสำหรับหลายเจนเรชัน เพื่อให้ครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันในพื้นที่เดียว แคมเปญ ‘Central Bangna – New to Meet You’ ยังคอลแลบกับอาร์ตทิสต์ดัง เปิดตัวคาแรกเตอร์ “BOB the nice guy” และดึงนักแสดง ศิลปินเจนใหม่อย่าง PAWITT ศิลปิน Gen Alpha วัย 11 ปี มาสร้างโมเมนต์สุดฟินทุกสัปดาห์ ในฝั่งแฟชั่น มัลติแบรนด์คอนเซ็ปต์อย่าง Comma And ใช้เอ็กซ์คลูซีฟคอลเลกชั่นและโปรโมชั่นเฉพาะพื้นที่เป็นเหยื่อล่อแฟชั่นนิสต้า ขณะที่ Jelly Bunny ต้อนรับซีซั่น Fall/Winter 2026 ด้วยคอลเลกชั่น Brit It Up และน้ำหอม Day Dream เพื่อให้แฟลกชิปสโตร์ใหม่มีเหตุผลให้ลูกค้าแวะมาอัปเดตเทรนด์ต่อเนื่อง นี่คือการรวมสินค้ากับประสบการณ์ให้กลายเป็นงานอีเวนต์ที่เดินแล้วรู้สึก “คุ้มกว่า” การช้อปออนไลน์

ศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ รีโนเวตห้างสรรพสินค้าแข่งแย่งลูกค้าลักชัวรี

ใครได้ ใครเสีย ในยุทธศาสตร์ศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่

มองในมุมผู้บริโภค การที่เมืองมีศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่และแฟลกชิปสโตร์แฟชั่นหนาแน่นในจุดเดียว ทำให้การออกไปเดินห้างมีความหมายมากขึ้น ครอบครัวฐานะดีสามารถวางแผนใช้เวลาทั้งวันในศูนย์เดียว ตั้งแต่กิน เดินเล่น ช้อปแฟชั่นหลายระดับ ไปจนกิจกรรมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งตอบโจทย์รูปแบบชีวิตเมืองที่ต้องการความสะดวกและครบจบในหนึ่งโลเคชันอย่างชัดเจน แต่สำหรับรายเล็กในย่านเดียวกัน การที่รีเทลรายใหญ่รีโนเวตห้างสรรพสินค้าและอัดมัลติแบรนด์คอนเซ็ปต์ อาจยิ่งทำให้การแข่งขันดุขึ้น ลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูงมีทางเลือกในศูนย์ที่รวมแบรนด์ใหญ่แล้ว จึงต้องคิดว่าร้านเล็กจะเล่นบทไหนในภาพรวม จะเน้นความเฉพาะกลุ่ม เน้นบริการ หรือเชื่อมกับคอมมูนิตี้ที่ห้างขนาดใหญ่ยังทำไม่ถึง จุดสมดุลในอนาคตน่าจะอยู่ที่การที่ห้างใหญ่ทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงคนเข้าย่าน แล้วรายเล็กใช้โอกาสนี้ขยายประสบการณ์ต่อรอบๆ ศูนย์ ข้อสรุปคือ รีเทลในเมืองกำลังเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันไม่ใช่แค่ราคา แต่คือความหนาแน่นของแบรนด์และคุณภาพประสบการณ์ หากศูนย์ไหนเข้าใจกลุ่ม Wealthy Families และคนรุ่นใหม่ได้ลึกกว่า ก็จะเป็นเดสติเนชันหลักที่คนเลือกใช้เวลาและใช้เงิน

ศูนย์รวมแฟชั่นใหญ่ รีโนเวตห้างสรรพสินค้าแข่งแย่งลูกค้าลักชัวรี

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!