สิทธิผู้พิการกับกฎหมายบัตรทองคืออะไร และเดิมพันครั้งนี้สำคัญอย่างไร
ศักยภาพและสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้พิการ คือชุดสิทธิในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติที่คุ้มครองการรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ อุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ และบริการต่อเนื่อง เพื่อให้คนพิการมีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และไม่ถูกกีดกันด้วยภาระค่าใช้จ่ายหรือขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน การออกแบบและแก้ไขกฎหมายบัตรทองจึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่เป็นการกำหนดคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้พิการในฐานะเจ้าของสิทธิด้านสุขภาพที่รัฐต้องเคารพและรับผิดชอบ ประเด็นร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฉบับใหม่ กำลังท้าทายแก่นของสิทธิผู้พิการอย่างชัดเจน เพราะหากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าถูกตีความใหม่ให้เป็นการสงเคราะห์แทนสิทธิที่เสมอภาค ก็เท่ากับลดทอนพลังของคนพิการในการกำหนดชีวิตและสุขภาพของตนเอง
เครือข่ายคนพิการลุกขึ้นค้านร่างประกันสุขภาพแห่งชาติ: ทำไมจึงมองว่าเป็นการถอยหลัง
การขยับแก้กฎหมายบัตรทองครั้งนี้ถูกจับตาอย่างเข้มข้นโดยสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและภาคีคนพิการ พวกเขาไม่ได้รอให้กฎหมายผ่านแล้วค่อยแก้ แต่จัดประชุมเชิงปฏิบัติการออนไลน์หัวข้อ “คนพิการได้หรือเสีย? ก้าวต่อไปของคนพิการภายใต้ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 โดยมีผู้แทนองค์กรคนพิการจากหลายจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมเพื่ออ่านและวิเคราะห์ร่างกฎหมายอย่างละเอียด แกนความกังวลของเครือข่ายคือการเปลี่ยนสิทธิผู้พิการจากฐานความเสมอภาคไปเป็นสิทธิสงเคราะห์ หากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติถูกออกแบบใหม่ให้คนพิการเป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือ ไม่ใช่เจ้าของสิทธิ ผลคือการบั่นทอนศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมในทางสังคม แม้ภาครัฐจะอ้างเหตุผลด้านการบริหารจัดการและการขาดทุนของหน่วยบริการ แต่จากมุมมองภาคประชาชน ปัญหาบริหารไม่ควรถูกแก้ด้วยการลดสิทธิของกลุ่มเปราะบาง

เสียงคัดค้านไม่ได้แค่เรื่องสิทธิ แต่คือการปกป้องการมีส่วนร่วมในระบบสุขภาพ
คนพิการไม่ได้ต้องการแค่รักษาฟรี แต่ต้องการสิทธิการรักษาพยาบาลที่เปิดทางให้มีส่วนร่วมกำหนดระบบสุขภาพของตนเอง เครือข่ายคนพิการเคยผลักดันระบบประกันสุขภาพแห่งชาติร่วมกับภาคีต่าง ๆ ตั้งแต่แรกเริ่ม และทำงานในกลไกระดับเขตและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง จึงมองว่าการลดบทบาทภาคประชาชนในคณะกรรมการต่าง ๆ ของระบบบัตรทองคือการปิดปากผู้ใช้สิทธิ และทำให้การตัดสินใจขยับเข้าหาอำนาจหน่วยบริการมากกว่าประชาชน ในเชิงหลักการ การมีส่วนร่วมของคนพิการในกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่ช่วยให้เสียงเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพ การจัดหาอุปกรณ์เครื่องช่วย การดูแลต่อเนื่อง และการอยู่ในชุมชนอย่างมีคุณภาพถูกสะท้อนอย่างจริงจัง หากร่างกฎหมายใหม่เอื้อต่อการร่วมจ่ายเพิ่มและลดพื้นที่ภาคประชาสังคมในบอร์ดประกันสุขภาพแห่งชาติ นั่นไม่ใช่การพัฒนาระบบ แต่คือการถอยหลังจากแนวคิดสิทธิสุขภาพถ้วนหน้าที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน
ในวิกฤตยังมีสิทธิ: UCEP และ ท.74 คือเกราะคุ้มครองที่ต้องรู้จักใช้
แม้ร่างกฎหมายใหม่จะสร้างความไม่มั่นใจ แต่สิทธิฉุกเฉินสำหรับผู้พิการยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ต้องรู้จักอย่างละเอียด เมื่อผู้พิการมีอาการฉุกเฉินขั้นวิกฤต สามารถใช้สิทธิ UCEP เพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทั้งรัฐและเอกชน โดยไม่ต้องสำรองจ่าย และคุ้มครองค่าใช้จ่ายสูงสุดใน 72 ชั่วโมงแรก พร้อมใช้เพียงบัตรประชาชนหรือบัตรคนพิการในการแสดงสิทธิ นอกจากนั้นยังมีสิทธิ ท.74 บนหน้าสิทธิบัตรทองที่เปิดทางให้คนพิการเข้ารักษาในโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป หรือโรงพยาบาลชุมชนโดยไม่ต้องมีใบส่งตัว และไม่ต้องจ่ายค่าบริการร่วมจ่าย 30 บาท สิทธิสองชุดนี้สะท้อนว่าแม้โครงสร้างกฎหมายจะถูกตั้งคำถาม แต่หลักการไม่ให้ภาวะฉุกเฉินและการเดินทางเป็นอุปสรรคต่อการรักษายังต้องได้รับการปกป้องอย่างเข้มแข็ง

บทสรุป: ปกป้องสิทธิผู้พิการวันนี้ เพื่อไม่ให้กลายเป็น “ผู้ขอความช่วยเหลือ” ในวันหน้า
การถกเถียงเรื่องร่างกฎหมายบัตรทองฉบับใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคของระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่คือการชี้ชะตาว่าคนพิการจะอยู่ในระบบสุขภาพในฐานะใด เจ้าของสิทธิที่มีเสียงและมีส่วนร่วม หรือผู้รับการสงเคราะห์ที่ต้องรอการอนุญาตจากผู้มีอำนาจ การเคลื่อนไหวของเครือข่ายคนพิการที่เตรียมนำประเด็นนี้เข้าสู่สมัชชาระดับองค์กรจำนวนมากทั่วประเทศเพื่อหามติร่วมกันแสดงจุดยืนคัดค้าน จึงเป็นสัญญาณว่าภาคประชาชนไม่ยอมให้การแก้กฎหมายทำลายหลักการสิทธิสุขภาพถ้วนหน้าอย่างเงียบ ๆ ในทางปฏิบัติ คนพิการและครอบครัวต้องรู้จักใช้สิทธิฉุกเฉิน UCEP และรหัส ท.74 ให้เต็มที่ พร้อมจับตาเนื้อหาร่างกฎหมายและเข้าร่วมเวทีสาธารณะมากขึ้น เมื่อสิทธิการรักษาพยาบาลถูกตั้งคำถาม การยืนหยัดในบทบาทเจ้าของสิทธิและการมีส่วนร่วมในทุกระดับคือคำตอบเดียวที่จะรักษาศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมของคนพิการในระยะยาว






