โรดโชว์การลงทุนคืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่ออนาคตเศรษฐกิจดิจิทัล
โรดโชว์การลงทุน หมายถึงการเดินทางของผู้นำฝ่ายนโยบายและหน่วยงานเศรษฐกิจไปพบกองทุนและบริษัทต่างชาติ เพื่อเสนอจุดแข็งของประเทศ เชิญชวนให้ลงทุนต่างประเทศไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด ไปจนถึงฐานการผลิตสินค้า ส่งผลให้เกิดโครงการจริง การจ้างงานใหม่ และการโอนถ่ายทอดเทคโนโลยี เมื่อทำอย่างต่อเนื่องและมีเป้าหมายชัด โรดโชว์จึงเป็นเครื่องมือเชื่อมเศรษฐกิจภายในกับเงินทุนโลก เชื่อมการค้าระหว่างประเทศกับห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการในประเทศขยายธุรกิจออกสู่ภูมิภาคต่างๆ ในนิวยอร์ก บริษัทการเงิน Jefferies Group LLC จัดเวทีให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบและแลกเปลี่ยนมุมมองกับตัวแทนกองทุนสหรัฐฯ ชั้นนำ โดยย้ำว่าหน้าที่หลักของรัฐบาลคือการเปลี่ยน “โอกาส” ให้เกิดเป็น “ธุรกิจจริง” เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ภาพที่สะท้อนชัดคือการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ไปเพียงเพื่อประชุม แต่ไปเพื่อขายวิสัยทัศน์และดึงเงินลงทุนกลับเข้ามา

นิวยอร์ก: ดึงกองทุนสหรัฐฯ สู่โครงสร้างพื้นฐาน AI และศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยี
หัวใจของโรดโชว์นิวยอร์กคือการวางประเทศให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่อุปทานโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก นายกรัฐมนตรีชี้ให้นักลงทุนเห็นว่า ผู้ที่ต้องการลงทุนต่างประเทศไทยในโครงการใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้างระบบนิเวศธุรกิจตั้งแต่ศูนย์ เพราะมีฐานการผลิต ระบบคมนาคม และเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน รองรับการเชื่อมต่อทั้งภูมิภาค ด้านศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยี รัฐบาลส่งสัญญาณชัดว่าต้องการดึง Data Center มูลค่าสูงเข้ามา แต่ไม่ใช่แบบเปิดประตูเต็มที่โดยไม่คิด นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทบทวนเกณฑ์การใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำเพื่อให้การลงทุนใหม่ช่วยเศรษฐกิจได้ยาว ไม่ซ้ำเติมโครงสร้างพลังงานในระยะยาว ข้อเท็จจริงที่น่าคิดคือ เพียงครึ่งปีแรกยอดขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศแตะ 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 80% จากปีก่อน แปลว่าการกลับสู่เรดาร์นักลงทุนเริ่มเห็นผลเป็นตัวเลขแล้ว
โตเกียว: ยึดฐานผลิตเดิม เปิดเกมใหม่ด้านยานยนต์และพลังงานสะอาด
ขณะนิวยอร์กเน้นเงินทุนและเทคโนโลยีดิจิทัล โตเกียวคือเวทีรักษาและยกระดับฐานการผลิตเดิม นายอนุทินเป็นประธานประชุมทีมไทยแลนด์เพื่อกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับญี่ปุ่นและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ มุมมองสำคัญที่สื่อถึงนักลงทุนญี่ปุ่นคือ แม้การลงทุนจะไม่โตแบบยุคก่อน แต่ฐานการผลิตไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าทำให้คู่แข่งเพิ่มขึ้น จึงต้องยิ่งเสริมความร่วมมือให้ลึกขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ฐานผลิตเดิมค่อยๆ เสื่อมถอย ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และรัฐบาลก็ส่งสัญญาณพร้อมร่วมมือในทิศทางเดียวกัน จุดนี้สะท้อนแนวคิดว่า การรักษานักลงทุนรายเดิมสำคัญไม่แพ้การดึงรายใหม่ เพราะหากฐานผลิตญี่ปุ่นเดินหน้าลงทุนเปลี่ยนเทคโนโลยีภายในประเทศต่อ จะส่งผลต่อเนื่องตั้งแต่การจ้างงาน ไปจนถึงการยกระดับทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงาน
ดีลการค้าใหญ่และตลาดทุน: กุญแจเร่งเครื่องเศรษฐกิจมากกว่า 2% ภายใน 3 ปี
การเดินทางสู่สหรัฐฯ และยุโรปไม่ได้หยุดแค่โรดโชว์ แต่เชื่อมเข้าวาระการค้าระหว่างประเทศเต็มรูปแบบ หอการค้าท้องถิ่นหนุนให้รัฐบาลเร่งเจรจา 3 กรอบหลักกับสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และ UAE ทั้งในประเด็นภาษี กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อให้สินค้าแข่งขันได้และสร้างความชัดเจนต่อนักลงทุน สำหรับ FTA กับสหภาพยุโรป การศึกษาประเมินว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ประมาณ 1.28% และเพิ่มการส่งออก 2.8% หรือราว 350,000 ล้านบาท เมื่อมีผลบังคับใช้ และหากกรอบการค้ากับสหรัฐฯ EU และ UAE บรรลุผลพร้อมมาตรการรองรับที่ดี คาดว่าจะผลักดันขนาดเศรษฐกิจเพิ่มมากกว่า 2% ของ GDP ภายใน 3 ปี โรดโชว์จึงไม่ใช่การขายภาพลักษณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นการล็อกดีลยาว ทั้งตลาดสินค้าและตลาดทุน ที่เปิดทางให้ลงทุนต่างประเทศไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมายเชื่อมกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะแรงงาน

MOU ตลาดหุ้นนิวยอร์ก: สะพานใหม่เชื่อมบริษัทท้องถิ่นสู่เงินทุนโลก
อีกหมากสำคัญของโรดโชว์นิวยอร์กคือการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างตลาดหลักทรัพย์ภายในประเทศกับ New York Stock Exchange เพื่อเปิดทางให้บริษัทจดทะเบียนทำ Dual Listing และ Cross listing กองทุน ETF ระหว่างสองตลาด ข้อตกลงนี้ต่อยอดจากความร่วมมือด้านกำกับดูแลที่เริ่มตั้งแต่ปี 2535 ขยายมาสู่ผลิตภัณฑ์ดัชนี ESG และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านตลาดทุนในระดับลึก สาระสำคัญคือการเปิดประตูใหม่ให้ธุรกิจที่พร้อมเติบโตออกสู่ตลาดทุนโลก เข้าถึงผู้ลงทุนสถาบันและแหล่งเงินทุนรายใหญ่ในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มช่องทางระดมทุนให้แก่บริษัทต่างชาติที่ต้องการลงทุนต่างประเทศไทยด้วย นี่คือการยกระดับโครงสร้างตลาดทุนให้รองรับยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากในศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน AI และอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ถ้าไม่สร้างสะพานเงินทุนวันนี้ วันหน้าอาจไม่มีแรงขับเคลื่อนเพียงพอ






