การแก่อย่างแข็งแรงคืออะไร และทำไมใจต้องไม่แก่ตาม
การแก่อย่างแข็งแรงคือการที่คนวัยสูงอายุรักษาความเป็นอิสระในวัยสูงอายุ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ผ่านการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ การออกกำลังกายผู้สูงอายุที่เหมาะกับสภาพร่างกาย การดูแลอาหาร และการลดอายุทางจิตใจด้วยทัศนคติที่เปิดกว้างต่อประสบการณ์ใหม่ ความแก่จึงไม่ใช่ช่วงเวลารอโรคหรือรอพึ่งพาลูกหลาน แต่เป็นช่วงที่ยังเลือกบทบาทในชีวิตได้เอง ตั้งเป้าหมายใหม่ เรียนรู้สิ่งใหม่ และออกแบบทุกวันให้มีคุณค่ามากขึ้น แม้ตัวเลขอายุจะเพิ่มขึ้น แต่คนที่แก่อย่างแข็งแรงจะรู้สึกว่าตัวเองยังมีพลังและมีที่ทางในโลกใบนี้
ภาพของนักแสดงวัย 75 ปีอย่างแม่โย ทัศน์วรรณที่ยังขับรถเอง ทำงานเอง และใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือก บอกชัดว่าความแก่ไม่ได้แปลว่าต้องหยุดทุกอย่าง เธอมองความแก่เป็นสิทธิพิเศษของคนที่ได้ใช้ชีวิตมายาวนาน ไม่ใช่คำตัดสินว่าชีวิตต้องจบลงด้วยการนั่งอยู่บ้านรอเวลา การไม่ให้ความทุกข์และความเครียดมีอำนาจเหนือชีวิต ทำให้ใจไม่ทรุดตามสังขาร การลดอายุทางจิตใจจึงเริ่มจากการตั้งคำถามกับภาพจำเรื่องคนแก่เหงา เศร้า และหมดประโยชน์ แล้วกล้าเลือกรูปแบบชีวิตที่ตรงกับตัวเองมากกว่า
แม่โย ทัศน์วรรณ วัย 75 ปี กับสูตรใจไม่แก่และความเป็นอิสระในชีวิต
จุดแข็งของแม่โยคือการยืนยันว่าชีวิตตัวเองต้องเดินด้วยสองเท้าและสองมือของตัวเองมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นบทบาทคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือการทำงานในวงการบันเทิงหลายสิบปี เธอยังขับรถเอง ทำงานเอง และไม่ยอมปรับตัวให้เป็นคนแก่ที่ต้องนั่งเฉยให้ลูกหลานดูแล ความเป็นอิสระในวัยสูงอายุสำหรับแม่โยคือการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองเท่าที่สังขารยังไหว ดูแลร่างกายด้วยการกินดี เพราะรู้ว่าร่างกายคือเครื่องมือหาเลี้ยงชีวิตและครอบครัว เธอบอกชัดว่าความเครียดเป็นยาพิษสำหรับร่างกาย จึงเลือกปล่อยวางสิ่งที่แก้ไม่ได้ แล้วเอาเวลาไปทำมาหากินและสร้างงานสร้างความสุขแทน
สิ่งที่น่าสนใจคือแม่โยไม่หนีความแก่ แต่ต่อรองกับมันด้วยทัศนคติ เธอมองว่าธรรมชาติของมนุษย์มีเกิดแก่เจ็บตาย หนีไม่พ้น จึงเลือกทำให้ทุกวันมีคุณค่าที่สุด ทั้งด้านสุขภาพและความงาม แม้จะยอมรับการทำศัลยกรรมเพื่อดูดีขึ้นบ้าง แต่เธอเชื่อว่าใบหน้าที่ดูสดใสเกิดจากใจที่เป็นสุขมากกว่า การลดอายุทางจิตใจของแม่โยจึงเริ่มจากการไม่ถือสา ไม่หมกมุ่นสิ่งหนักๆ เลือกยิ้มให้คนอื่น ทำงานศิลปะ เย็บปักถักร้อย วาดรูป และสร้างงานฝีมือจากการดูหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เพื่อให้สมองยังมีสมาธิและความสุขจากการสร้างสิ่งใหม่อยู่เสมอ
Donna Mills วัย 85 ปี การออกกำลังกายผู้สูงอายุแบบเข้มข้นและวินัยที่ยาวนาน
ด้านฝั่งดาราอีกคน Donna Mills วัย 85 ปีเลือกวิธีดูแลตัวเองที่ชัดเจนผ่านการออกกำลังกายผู้สูงอายุในระดับเข้มข้น เธอเผยว่ากิจวัตรประจำวันประกอบด้วยการซิตอัพ 100 ครั้ง ยกขา 50 ครั้ง ปั่นจักรยานในห้องออกกำลังกาย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และบางครั้งเล่นเทนนิสถึง 5 วันต่อสัปดาห์ นี่ไม่ใช่ตารางออกกำลังกายสำหรับคนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่สำหรับเธอคือกุญแจให้ร่างกายยังเคลื่อนไหวคล่อง ไม่ปล่อยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อตายสนิทตามอายุ วินัยนี้มาจากพื้นฐานการเป็นนักบัลเลต์ที่ต้องฝึกหนักและมีระเบียบในร่างกายตั้งแต่วัยสาว จนกลายเป็นนิสัยที่ติดมาทั้งชีวิต
นอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ Donna ยังใช้วินัยด้านอาหารช่วยการแก่อย่างแข็งแรง เธอเล่าว่าหนังสือเล่มหนึ่งที่อ่านเมื่อหลายปีก่อนทำให้ตัดสินใจลดการกินของหวานและเป็นคนที่ต่อต้านน้ำตาลมาตลอด อย่างไรก็ตาม เธอก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า "ฉันเป็นคนติด Doritos" โดยเฉพาะรส nacho cheese และรู้ว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ สิ่งนี้สะท้อนว่าการดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องเคร่งจนหมดความสุข แต่ต้องรู้เท่าทันข้อเสียและจำกัดปริมาณ การปล่อยให้ตัวเองมีของกินเล่นเล็กน้อยบ้างในกรอบที่ควบคุมได้ ทำให้การใช้ชีวิตยืนยาวไม่กลายเป็นเรื่องทรมาน
คุณยายวัย 100 ที่ยังกระโดดร่ม กับบทเรียนเรื่องอาหารและความกล้าลอง
เรื่องราวของหญิงชราวัย 100 ปีอย่างรูบี้ แม็คนอลลีที่ยังกล้าฉลองวันเกิดด้วยการกระโดดร่มพร้อมหลานๆ เป็นภาพทรงพลังของการไม่ให้ตัวเลขอายุจำกัดประสบการณ์ชีวิต เธอเริ่มลองกระโดดร่มครั้งแรกตอนอายุ 80 ปีจากการถูกหลานชายท้าทาย ความตื่นเต้นนั้นทำให้เธอกระโดดอีกครั้งในวัย 90 และไม่หยุดที่จะทำครั้งที่สามในวันเกิดครบร้อยปี ความรู้สึกที่เธอเล่าว่าชอบการลอยอยู่ในอากาศและการลงจอดด้วยขาเหยียดตรงแล้วยืนเดินต่อได้ แสดงให้เห็นว่าถ้าร่างกายถูกดูแลดีตั้งแต่ต้น ทางเลือกในวัยสูงอายุจะกว้างกว่าการนั่งอยู่บ้านรอเวลามาก
สิ่งที่รูบี้เน้นตลอดคือการให้ความสำคัญกับอาหารจากธรรมชาติ เธอเติบโตในชนบทที่พ่อแม่ปลูกผักและผลไม้เอง การทำอาหารหลายครั้งคือการเดินออกไปเก็บข้าวโพด ผักกาด และมะเขือเทศจากสวน เธอบอกว่าคำแนะนำของเธอคือกินอาหารที่เป็นธรรมชาติให้มากที่สุด ปัจจุบันเธอเลือกซื้อผักและเนื้อสัตว์ปลอดสารพิษ อาหารเช้ามักเป็นไข่หรือซีเรียลธัญพืชกับกล้วย กลางวันกินชีสเล็กน้อยกับแอปเปิ้ล ส่วนมื้อเย็นขึ้นอยู่กับผลผลิตปลอดสารพิษจากตลาดนัด เธอเริ่มวันด้วยกาแฟสองแก้ว ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และเก็บผลไม้ผักสดอย่างมะเขือเทศเชอร์รี่และองุ่นแดงไว้เป็นของว่างเสมอ ภาพนี้สะท้อนว่าการแก่อย่างแข็งแรงเริ่มตั้งแต่จานอาหารในทุกวัน

แพตเทิร์นร่วมของการแก่อย่างแข็งแรง และนิสัยที่เรานำไปใช้ได้
เมื่อมองภาพรวมจากแม่โย Donna Mills และรูบี้ สิ่งที่ชัดคือความแก่ไม่ใช่ปัญหา หากแต่การหยุดขยับต่างหากที่เป็นตัวการ ทุกคนมีแพตเทิร์นร่วมกันคือ 1 รักษาความเป็นอิสระในวัยสูงอายุเท่าที่สังขารอนุญาต ขับรถเอง ดูแลงานและบ้านเอง 2 มีการออกกำลังกายผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอ ทั้งรูปแบบเข้มข้นแบบ Donna หรือกิจกรรมชีวิตประจำวันที่ทำให้ร่างกายไม่เฉื่อยชา 3 ใส่ใจอาหาร ลดของหวานและอาหารแปรรูป หันไปเน้นอาหารจากธรรมชาติและปลอดสารพิษ และ 4 ลดอายุทางจิตใจด้วยการไม่ยอมให้ภาพจำเรื่องคนแก่จำกัดเรา กล้าลองสิ่งใหม่อย่างกระโดดร่ม ทำงานศิลปะ เล่นกีฬา และคุยกับคนรุ่นต่างๆ
นิสัยที่คนอ่านนำไปใช้ได้ เริ่มจากการเดินให้มากขึ้น เลือกงานบ้านและงานอดิเรกที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน กำหนดกิจวัตรการออกกำลังกายผู้สูงอายุที่เหมาะกับตัวเอง เช่น ยืดเหยียด ซิตอัพเบาๆ หรือปั่นจักรยานในเวลาสั้นๆ แล้วค่อยเพิ่มตามกำลัง ปรับอาหารให้มีผักผลไม้ธรรมชาติมากขึ้น ลดน้ำตาลและขนมถุงโดยไม่ต้องตัดขาดแบบหักดิบ ด้านจิตใจ ลองตั้งเป้าหมายใหม่ทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการเรียนงานฝีมือ ภาษา หรือกีฬา เพื่อให้สมองยังทำงานและลดอายุทางจิตใจ สุดท้าย การแก่อย่างแข็งแรงไม่ใช่เรื่องดวงหรือกรรมพันธุ์อย่างเดียว แต่เป็นผลสะสมจากการเลือกเล็กๆ ทุกวัน ว่าจะอยู่แบบคนแก่ที่รอการดูแล หรือคนมีอายุที่ยังเลือกใช้ชีวิตของตัวเอง





