ภาพรวมเปรียบเทียบ Pajero Everest ใครเหมาะกับใคร
การเปรียบเทียบ Pajero Everest คือการดูความต่างของ SUV มิดไซซ์แบบเฟรมแยกตัวถังที่เน้น 7 ที่นั่ง ทั้งคู่ใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบพีพีวี แต่แนวทางการพัฒนาต่างกันชัด Pajero เน้นเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตรกับระบบขับเคลื่อนออฟโรด S-AWC ส่วน Everest เน้นช่วงทางเลือกเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นขับสองเพื่อใช้งานครอบครัวไปจนถึงรุ่นเบนซินกำลังสูงเพื่อคนชอบสมรรถนะทางเรียบ การตัดสินใจจึงไม่ใช่แค่ดูสเปกบนกระดาษ แต่ต้องดูสไตล์การใช้รถว่าเน้นลุยจริงจังหรือใช้งานอเนกประสงค์เป็นหลัก ในภาพรวม Pajero เด่นเรื่องเทคโนโลยีลุยและบุคลิกสายออฟโรด ส่วน Everest เด่นด้านความยืดหยุ่นของรุ่นย่อยและความแรงเครื่องยนต์บนทางดำ
| Spec | Pajero ใหม่ / Super Exceed | Everest รุ่นสูง |
|---|---|---|
| จำนวนรุ่นย่อย | 3 รุ่น | 5 รุ่น |
| เครื่องยนต์หลัก | ดีเซล 2.4 เทอร์โบ 204 แรงม้า 480 Nm | ดีเซล 2.0 และเบนซิน 2.3 EcoBoost 300 แรงม้า 446 Nm |
| เกียร์อัตโนมัติ | 8 จังหวะ | 10 จังหวะ e-Shifter |
| ระบบขับเคลื่อน | ขับหลัง และ 4WD S-AWC พร้อมโหมด 2H 4H 4HLC 4LLC | 4x2 และ 4x4 หลายแบบตามรุ่นย่อย |
| ความสูงใต้ท้องรถ | ประมาณ 230 มิลลิเมตร สูงกว่า Everest เล็กน้อย | ประมาณ 228 มิลลิเมตร |
| มิติเด่นของตัวถัง | ยาวกว่า 6 มม กว้างกว่า 2 มม สูงกว่า 68 มม ระยะต่ำสุดจากพื้นมากกว่า 3 มม | ฐานล้อยาวกว่า 30 มม น้ำหนักมากกว่า 52 กก |

เครื่องยนต์และสมรรถนะ ทางเรียบแรงหรือทางฝุ่นดีกว่า
หัวใจของ Pajero คือเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตรเทอร์โบ กำลังสูงสุด 204 แรงม้าและแรงบิด 480 นิวตันเมตรจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะให้การตอบสนองเน้นแรงดึงในรอบต่ำ เหมาะกับงานบรรทุกและปีนทางชัน รวมถึงการควบคุมบนเส้นทางลุยที่ต้องการแรงบิดต่อเนื่อง ในทางกลับกัน Everest แบ่งเครื่องยนต์เป็นดีเซล 2.0 จับคู่เกียร์ 10 จังหวะให้รอบเดินเรียบและเน้นประหยัด กับเครื่องยนต์เบนซิน 2.3 EcoBoost 300 แรงม้าแรงบิด 446 นิวตันเมตรสำหรับคนชอบอัตราเร่งจัดบนทางดำและการแซงที่มั่นใจมากขึ้น เมื่อดูเฉพาะตัวเลข รุ่นเบนซินกำลังสูงของ Everest เหนือกว่า Pajero ชัดเจนด้านแรงม้า แต่ Pajeroมีแรงบิดมากกว่าที่รอบใช้งานจริง จึงให้บุคลิกต่างกันคนละทาง ใครวิ่งทางไกลเรียบเป็นหลักอาจถูกใจกำลังของ Everest มากกว่า ส่วนคนเน้นออฟโรดและลากหนักจะได้ประโยชน์จากแรงบิดดีเซล 2.4 ของ Pajero มากกว่า

ระบบ S-AWC ออฟโรด และมิติรถเทียบกันหมัดต่อหมัด
ด้านการลุย Pajero เล่นใหญ่ด้วยระบบ Super Select 4WD-II และ Super-All Wheel Control หรือ S-AWC ซึ่งควบคุมการส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่และการเบรกแต่ละล้ออย่างอิสระ มีโหมด 2H 4H 4HLc และ 4LLc พร้อมโหมดการขับ 7 รูปแบบทั้ง NORMAL ECO POWER SAND GRAVEL SNOW และ MUD เพื่อปรับตอบสนองให้เหมาะกับพื้นผิวต่างๆ ความสูงใต้ท้องรถราว 230 มิลลิเมตรมากกว่า Everest เล็กน้อยที่ประมาณ 228 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยให้ระยะเผื่อในการผ่านเนินหรือหลุมลึกดีขึ้นเล็กน้อย จากมิติด้านตัวถัง Pajero ยาวกว่า 6 มิลลิเมตร กว้างกว่า 2 มิลลิเมตร สูงกว่า 68 มิลลิเมตร และมีระยะต่ำสุดจากพื้นมากกว่าประมาณ 3 มิลลิเมตร ขณะที่ Everest ได้เปรียบตรงฐานล้อยาวกว่า 30 มิลลิเมตรและน้ำหนักมากกว่า 52 กิโลกรัมซึ่งให้ความนิ่งบนทางเรียบแต่ท้ายยาวและกันชนหลังยื่นมากขึ้น จึงเสี่ยงครูดเมื่อลงทางชันหรือหลุมลึก

ดีไซน์และห้องโดยสาร ใช้งานครอบครัวหรือหลงใหลดีเทลงานหัตถศิลป์
Pajero SUPER EXCEED มาในโทนหรูดุดันกับสีทูโทนหลังคาดำ กระจังหน้าลายรังผึ้ง Honeycomb ไฟหน้า LED ทรงเล็กและไฟส่องสว่างเวลากลางวันรูปตัวทีที่เด่นชัด ภายในใช้หน้าจอคู่ Monolithic Dual Display ขนาด 14.3 นิ้วทั้งมาตรวัดและจออินโฟเทนเมนต์ รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay แบบไร้สาย พร้อมฟังก์ชันมัลติมิเตอร์แสดงค่าความสูงเข็มทิศ องศาลาดชัน และการกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์ เสริมด้วยลำโพง Dynamic Sound Yamaha Ultimate 12 จุดและงานตกแต่งแผงประตูด้วยเทคนิค Kimekomi สไตล์ญี่ปุ่นที่ใส่ใจดีเทล Everest Platinum เน้นภาพลักษณ์พรีเมียมแบบครอบครัว ใช้วัสดุตกแต่งหรูพร้อมไฟสร้างบรรยากาศรอบคอนโซล มาตรวัดดิจิทัล 12.4 นิ้ว จอกลาง 12 นิ้ว รองรับ SYNC 4 สั่งงานด้วยเสียงและลำโพง B&O 12 ตัว เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมทำความร้อนและระบายอากาศ เบาะแถว 3 พับไฟฟ้า ช่วยให้ใช้งานประจำวันและการเดินทางครอบครัวสะดวกมากขึ้น

ความคุ้มค่าและข้อควรคิดก่อนตัดสินใจ
ด้านราคา SUV มิดไซซ์ทั้งคู่จัดอยู่ในกลุ่มพรีเมียมโดย Pajero SUPER EXCEED มีการคาดการณ์ช่วงราคาประมาณ 2,000,000–2,200,000 บาท ส่วน Everest Platinum V6 ราคาอยู่ที่ 2,294,000 บาท ส่งผลให้การแข่งขันเน้นที่ความคุ้มค่าของอุปกรณ์และบุคลิกการใช้งานมากกว่าด้านตัวเลขราคาเพียงอย่างเดียว จุดอ่อนร่วมกันของทั้งสองรุ่นคือขนาดตัวที่ใหญ่และน้ำหนักมาก การใช้ในเมืองที่ถนนแคบหรือจอดในพื้นที่จำกัดอาจไม่คล่องตัวเท่ารถเอสยูวีขนาดเล็ก อีกทั้งผู้ซื้อควรทดลองขับจริงเพราะแม้ Pajero จะได้เปรียบเรื่องเทคโนโลยีลุยและภาพลักษณ์ใหม่กว่า แต่กำลังเครื่องบนทางเรียบอาจดูด้อยกว่า Everest ขณะเดียวกัน Everest แม้แรงและออปชันแน่น แต่ท้ายยาวและกันชนหลังยื่นมากขึ้นอาจทำให้การลุยหนักมีโอกาสชนหรือครูดมากกว่าแชสซีที่ออกแบบเน้นมุมเผื่อออฟโรดแบบ Pajero
- Buy the Pajero if คุณต้องการ SUV สายลุยที่เน้นระบบ S-AWC ออฟโรด โหมดการขับหลายรูปแบบ และแรงบิดดีเซล 2.4 สำหรับทางฝุ่นและการบรรทุกหนัก
- Skip the Pajero if คุณเน้นอัตราเร่งแรงบนทางเรียบมากกว่า ต้องการแรงม้าใกล้เคียงสปอร์ตและเลือกเครื่องยนต์เบนซินกำลังสูง
- Buy the Everest if คุณต้องการรถครอบครัวอเนกประสงค์ทางเรียบ มีตัวเลือกเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนหลายแบบ รวมถึงรุ่นเบนซินแรง 300 แรงม้า
- Skip the Everest if คุณตั้งใจใช้ลุยออฟโรดหนักบ่อยครั้ง กังวลเรื่องท้ายยาวและกันชนหลังที่เสี่ยงครูดเมื่อผ่านอุปสรรคชัน
- Buy the Pajero if คุณให้ความสำคัญกับงานออกแบบภายในแบบใส่ใจดีเทล หน้าจอคู่ขนาดใหญ่และฟังก์ชันมัลติมิเตอร์ช่วยอ่านค่าการลุยแบบเรียลไทม์
- Skip the Pajero if คุณต้องการฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารแถวสามแบบพับไฟฟ้าเต็มรูปแบบและระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ผูกกับระบบอินโฟเทนเมนต์หลากหลายเหมือนใน Everest
- Buy the Everest if คุณใช้รถส่วนใหญ่ในเมืองและทางหลวง ต้องการช่วงล่างนิ่งจากฐานล้อยาวและห้องโดยสารที่ออกแบบเน้นความสบายของทุกคน
- Skip the Everest if คุณไม่ต้องการตัวรถขนาดใหญ่และหนัก เพราะอาจรู้สึกว่าเทอะทะเกินไปสำหรับการใช้งานในพื้นที่จำกัด







